“ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ญาติแก แล้วแกจะไปสะเหล่อเสียเวลาช่วยเขาทำไม?”
บรรยากาศภายในห้องประชุมกระจกบานใหญ่เงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงาน เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผากและซอกคอของกานต์ ร่างของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ แผ่นหลังที่เคยยืดตรงอย่างหยิ่งผยองบัดนี้ค่อมงอลงจนดูน่าเวทนา “คะ… คุณหญิงครับ ผม… ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไรเลยนะครับ เรื่องตัวเลขในสัญญา มันเป็นแค่ความเข้าใจผิดทางเทคนิคของฝ่ายบัญชีเท่านั้นเองครับ!” กานต์พยายามเค้นเสียงละล่ำละลัก แววตาของเขาล่อกลกมองหาที่พึ่ง แต่ในห้องนั้นไม่มีใครกล้าแม้แต่จะสบตาเขา คุณหญิงพิมพาไม่ได้ขึ้นเสียงแม้แต่น้อย เธอนั่งนิ่งอย่างสง่างาม มือเรียวที่สวมแหวนหยกแตะลงบนแฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำเงินเข้ม ทนายความส่วนตัวที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวขึ้นมาเปิดแฟ้มนั้นออกอย่างรู้หน้าที่ พร้อมกับวางเอกสารสำเนาการโอนเงินและตารางแจกแจงงบประมาณลงตรงหน้ากานต์ “เข้าใจผิดงั้นหรือ คุณกานต์?” คุณหญิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้านถึงขั้วหัวใจ “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันมอบความไว้วางใจให้บริษัทของคุณดูแลงานสื่อโฆษณาในเครือวัฒนศิริคอร์ปอเรชั่นมาโดยตลอด แต่นี่คืออะไร… งบประมาณจริงของแคมเปญนี้ระบุไว้ชัดเจนว่า 18 ล้านบาท ทว่าคุณกลับทำสัญญาสองฉบับเพื่อเสนอเข้าบอร์ดบริหาร โดยกดงบการผลิตจริงของทีมงานเหลือเพียง 10 ล้านบาท แล้วผันส่วนต่างอีก 8 ล้านบาทเข้าบัญชีบริษัทนอมินีที่คุณแอบเปิดไว้ในชื่อของภรรยาคุณเอง” เสียงของกานต์กลืนหายลงไปในลำคอ ใบหน้าของเขาถอดสีจนขาวซีดยิ่งกว่ากระดาษ “คุณคิดจริง ๆ หรือว่าแค่ฉันอายุหกสิบกว่าปี แล้วฉันจะมองไม่เห็นกลโกงเด็กเล่นแบบนี้?” คุณหญิงพิมพากล่าวต่อ สายตาคมกริบกวาดมองเอกสาร “เมื่อวานนี้ ที่ฉันตัดสินใจขับรถออกมาคนเดียวโดยไม่ให้คนขับรถตาม เพราะฉันตั้งใจจะแวะเข้ามาคุยกับคุณด้วยตัวเองแบบไม่ให้ตั้งตัว เพื่อสอบถามเรื่องส่วนต่างเหล่านี้ ก่อนที่โรคหัวใจกำเริบจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดอยู่ข้างทาง… แต่เมื่อฉันรอดชีวิตมาได้และสั่งให้ฝ่ายตรวจสอบบัญชีพิเศษลงพื้นที่เช็กย้อนหลังเมื่อคืน สิ่งที่เจอมันไม่ใช่แค่เคสนี้เคสเดียว คุณกานต์ คุณทำแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว?” “คุณหญิงครับ ได้โปรดเมตตาผมด้วยเถอะครับ! ยกโทษให้ผมสักครั้ง ผมยินดีคืนเงินทั้งหมด … Read more