แม่แกล้งตายแล้วให้ฉันนอนข้าง ๆ—พอสามีกับพี่สาวมาถึง ฉันก็ได้ยินแผนการฮุบสมบัติบ้านเรา
—นอนลงข้าง ๆ ฉันแล้วอย่าหายใจแรง พอผัวแกมา แกจะรู้เองว่าทำไมฉันถึงต้องแกล้งตาย
มือทั้งสองข้างของพิมพ์ชนกเย็นเฉียบ
—ยาย… ยายพูดอะไรเนี่ย?
—พวกมันกำลังจะมา เร็วเข้า
พิมพ์ชนกกลับมาถึงบ้านเก่าของครอบครัวในย่านประชาชื่น กรุงเทพฯ เร็วish กว่ากำหนดสองชั่วโมง เธอเป็นดีไซเนอร์ชุดไทยและชุดแต่งงาน พอดีคิวลองชุดสุดท้ายของลูกค้าถูกยกเลิก เธอเลยคิดว่าจะแวะเข้ามาดูบ้านก่อนไปรับลูกสาววัยแปดขวบชื่อน้องไพลินที่โรงเรียน
ทันทีที่ไขประตูเปิดเข้าไป เธอก็แทบทำกระเป๋าหลุดมือ
ร่างของคุณยายรัตนา วัย 74 ปี นอนแน่นิ่งอยู่กลางห้องรับแขก
ตาปิดสนิท
ไม่ไหวติง
พิมพ์ชนกกำลังจะหยิบมือถือโทรหาหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669 แต่จู่ ๆ หญิงชราก็ลืมตาขึ้นแล้วคว้าข้อมือเธอไว้แน่น
—ยาย!
—เงียบไว้
พิมพ์ชนกไม่มีเวลาแม้แต่จะถามอะไรต่อ
เธอทิ้งตัวลงนอนบนเสื่อข้าง ๆ ยายแล้วหลับตาลง
อันที่จริง หลายสัปดาห์มานี้เธอเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
เธอแต่งงานกับกรณ์ สามีหนุ่ม มาสิบปีแล้ว
มีลูกสาวด้วยกันคือกือน้องไพลิน และตลอดหลายปีที่ผ่านมา พิมพ์ชนกคิดว่าเธอรู้จักผู้ชายที่นอนร่วมเตียงด้วยทุกคืนเป็นอย่างดี
แต่ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กรณ์เปลี่ยนไป
มือถือคว่ำหน้าตลอดเวลา
ดึก ๆ ดื่น ๆ มักตื่นขึ้นมาเช็กแอปพลิเคชันธนาคารในมือถือ
พอพิมพ์ชนกถามเรื่องเงิน ทอง หรือค่าใช้จ่ายในบ้าน กรณ์ก็จะหงุดหงิดโมโหใส่ทันที
แถมช่วงนี้ พี่สาวของเธออย่างปานระพีก็แวะมาหาบ่อยผิดปกติ
ปานระพีเคยทำอาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ พูดเก่ง แต่งตัวดี และดูเหมือนคนคุมเกมชีวิตได้ตลอดเวลา
แต่คนในบ้านรู้ดีว่าปีที่ผ่านมา ปานระพีลงทุนพลาดจนหนี้สินท่วมตัว
แต่ก่อน ปีใหม่หรือวันเกิดถึงจะโผล่มาสักที
ตอนนี้โผล่มาสัปดาห์ละสี่ห้าวัน
เดินเปิดตู้เย็นเหมือนบ้านตัวเอง
ยืนมองบันไดไม้สักทองโบราณ
กวาดสายตาสำรวจบริเวณรอบบ้านที่กว้างขวาง
และคอยพูดกรอกหูซ้ำ ๆ ว่า:
—รู้ไหมว่าที่ดินตรงนี้ราคานะทะลุหลายสิบ milyon ไปแล้วนะ เอามาทำบ้านอยู่เฉย ๆ เสียดายแย่
บ้านหลังนี้เดิมเป็นของตาที่ล่วงลับไปแล้ว
พอตากเสียชีวิต กรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินก็ตกเป็นของคุณยายรัตนาและพิมพ์ชนก
ปานระพีไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องในโฉนดนี้
กรณ์ก็เช่นกัน
แต่จู่ ๆ ปานระพีก็ทำดีกับยายเหลือเกิน
—คุณยายขา หนูต้มน้ำสมุนไพรมาให้ค่ะ ช่วยให้นอนหลับสบาย พักผ่อนเยอะ ๆ นะคะ
ช่วงแรก ๆ ยายรัตนาก็ดื่ม
แต่พักหลัง พิมพ์ชนกสังเกตว่ายายหลับลึกผิดปกติ
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ยายตื่นมากลางดึกในห้องนอนตัวเองแล้วจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเดินมานอนตรงนั้นได้ยังไง
สองวันหลังจากนั้น พิมพ์ชนกบังเอิญเห็นลิ้นชักเก็บเอกสารสำคัญ เช่น สำเนาโฉนดที่ดินและเอกสารอื่น ๆ ถูกรื้อจนยุ่งเหยิง
คืนนั้นเอง เธอเลยคาดคั้นกรณ์
—คุณหากล่องเอกสารของยายเหรอ?
กรณ์กระแทកแก้วน้ำลงบนโต๊ะเสียงดัง
—อะไรนักหนาเนี่ย พิมพ์! เราแต่งงานกันมาสิบปีแล้วนะ ทำไมยังทำตัวเหมือนมองฉันเป็นโจรอยู่อีก!
—ฉันไม่ได้ถามแบบนั้น
—ฉันก็อยู่ในบ้านหลังนี้เหมือนกันนะ!
พิมพ์ชนกไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด
วันรุ่งขึ้น เธอจึงเงียบ ๆ แล้วหยิบเอกสารตัวจริงทั้งหมดไปฝากไว้ในตู้นิรภัยที่ธนาคาร ซึ่งเธอเช่าไว้เก็บเอกสารสำคัญของร้านชุดแต่งงาน
ตอนนี้ ขณะนอนราบอยู่บนพื้นข้าง ๆ ยายรัตนา ความทรงจำทั้งหมดไหลย้อนกลับมา
ทันใดนั้น—
เสียงไขกุญแจประตูหน้าก็ดังขึ้น
มีคนเปิดเข้ามา
เสียงรองเท้าผู้ชาย
ตามด้วยเสียงส้นสูงกระทบพื้น
พิมพ์ชนกจำฝีเท้าของคนทั้งคู่ได้แม่นยำ
กรณ์
และปานระพี
—หลับกันสนิทดีใช่ไหม? —เสียงปานระพีกระซิบ
—นอนกองอยู่บนพื้นทั้งคู่แล้ว —กรณ์ตอบ
ท้องของพิมพ์ชนกปั่นป่วนด้วยความกลัว
—นายไม่ได้ใสยาเกินขนาดใช่ไหม?
ปานระพีหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
—อย่าปอดแหแหงน่า อีกหลายชั่วโมงกว่าจะฟื้น
เหมือนมีเชือกมารัดแน่นที่หน้าอกของพิมพ์ชนก
มีคนเดินเข้ามาใกล้
กรณ์ทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ข้างเธอ
เธอได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยจากตัวเขา
เสี้ยววินาทีนั้น เธอยังแอบหวังลึก ๆ ว่าเขาจะเอื้อมมือมาจับข้อมือเธอ
เผื่อว่าเขาจะห่วงใย
เผื่อว่าเขาจะพูดให้หยุดแผนการบ้า ๆ นี้
แต่เปล่าเลย กรณ์กลับจับมือเธอขึ้นมา
—ขอโทษนะพิมพ์ —เขากระسิบแผ่วเบา
แล้วปล่อยมือเธอลง
เสียงเปิดแฟ้มเอกสารดังขึ้น
—นี่ไง สามใบที่เราต้องใช้ —ปานระพีพูดขึ้น
มีวัตถุกระดาษเย็นเฉียบถูกกดลงบนนิ้วหัวแม่มือของพิมพ์ชนก
หมึกตั๊งตรา
เธออยากจะลุกขึ้นมา
อยากจะตบหน้าพี่สาวแท้ ๆ ของตัวเองสักฉาด
แต่ยายรัตนากลับบีบแขนเธอเบา ๆ เป็นสัญญาณเตือน
อย่าขยับ
ปานระพีจัดการกดนิ้วหัวแม่มือของพิมพ์ชนกลงบนเอกสารแผ่นแรก
ต่อด้วยแผ่นที่สอง
และแผ่นที่สาม
เสร็จแล้วก็ทำแบบเดียวกันกับนิ้วของคุณยายรัตนา
—เรียบร้อย ครบถ้วน —ปานระพีพึมพำด้วยความพึงพอใจ —ทั้งลายนิ้วมือ ทั้งสำเนาลายเซ็น และหนังสือมอบอำนาจพิเศษที่ทนายของเราจัดเตรียมไว้เรียบร้อย พอเอาไปยื่นกรมที่ดิน เราก็จะคุมทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จ
กรณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก
—แล้วถ้าพิมพ์โวยวายทีหลังล่ะ?
—โวยด้วยเงินอะไรล่ะ?
ปานระพีหัวเราะเยาะ
—ก็นายเองไม่ใช่เหรอที่เป็นคนบล็อกการเข้าถึงบัญชีธนาคารอื่น ๆ ของเขาก่อนหน้านี้?
โลกทั้งใบของพิมพ์ชนกราวกับพังทลายลงตรงหน้า
ไม่ใช่แค่บ้าน
แต่เงินเก็บทุกบาททุกสตางค์ของเธอก็ถูกวางแผนเอาไว้หมดแล้ว
—แล้วยายล่ะ? —กรณ์ถามต่อ
—ง่ายมาก ก็บอกว่าแกเริ่มหลง ๆ ลืม ๆ สติไม่ค่อยสมประกอบตามวัย ส่งไปอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุราคาถูก ๆ สักแห่ง พอขายบ้านได้ นายเอาเงินไปใช้หนี้สินของนาย ส่วนที่เหลือเราก็แบ่งกันคนละครึ่ง
พิมพ์ชนกรอคอย
ขอแค่คำพูดเดียวจากปากสามี
คำว่า “ไม่”
“อย่าทำกับยายแบบนี้เลย”
“เราเลิกแผนนี้เถอะ”
แต่กรณ์กลับเงียบกริบ
และความเงียบนั้นเอง ได้ฆ่าความรักครั้งสุดท้ายที่พิมพ์ชนกเคยมีให้เขาจนหมดสิ้น
ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอได้ยินเสียงทั้งคู่เดินเลี่ยงไปทางห้องครัว
เสียงเปิดตู้เย็นและเสียงเปิดขวดเครื่องดื่ม
พวกมันกำลังเฉลิมฉลองความสำเร็จ
พิมพ์ชนกลืมตาขึ้นช้า ๆ
ยายรัตนาก็ลืมตาขึ้นเช่นกัน
หญิงชราลุงขึ้นนั่งแล้วก้มมองคราบหมึกสีดำที่ติดอยู่บนนิ้วหัวแม่มือของหลานสาว
—ตอนนี้แกเข้าใจหรือยัง ว่าทำไมยายถึงอยากให้แกมานอนฟังด้วยหูของตัวเอง
พิมพ์ชนกตัวสั่นด้วยความโกรธแค้น
—ยาย… หนูจะฟ้องพวกมันให้ติดคุกหัวโตเลย!
แต่ยายรัตนาไม่ได้มีทีท่าหวาดกลัวเลยสักนิด
กลับกัน ท่านคว้ามือของพิมพ์ชนกขึ้นมาพินิจดูรอยหมึกบนนิ้วโป้งที่ปานระพีเพิ่งใช้ประทับตราอย่างละเอียด
ตรงปลายนิ้วนั้นมีรอยแผลบางเฉียบสด ๆ—รอยแผลที่พิมพ์ชนกเพิ่งโดนใบมีดกลมในห้องตัดเย็บเสื้อผ้าบาดมาเมื่อวานนี้เอง
หญิงชราแย้มยิ้มเย็นเยียบออกมา
—ไม่ต้องล้างหมึกออกนะ
—ทำไมล่ะคะยาย?
ยายรัตนากวาดสายตาไปทางห้องครัว แล้วกระซิบเบา ๆ
—ก็เพราะรอยนิ้วมือที่พวกมันบังคับให้แกปั๊มลงไปเมื่อกี้แหละ… จะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะทำลายแผนการชั่ว ๆ ของพวกมันจนย่อยยับไม่มีชิ้นดี
Read more