ในวันครบรอบสองปี แฟนหนุ่มให้ฉันไปนั่งรอที่หน้าร้านเพื่อยกโต๊ะให้ผู้หญิงที่เขาเคยรักสุดหัวใจ—และเมื่อเขายื่นเค้กฉลองของเราให้เธออธิษฐาน ฉันจึงตัดสินใจถอยออกมาจากชีวิตเขาอย่างเงียบๆ
ตอนที่ 2 : คืนที่ความจริงปรากฏ และการจากลาที่เงียบงันที่สุด มือของฉันสั่นเทาขณะที่ประคองกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มเอาไว้ แหวนเพชรเม็ดงามเปล่งประกายล้อแสงไฟนีออนในห้องนอน มันช่างดูสวยงาม บริสุทธิ์ และทรงคุณค่า ผิดกับความรู้สึกของฉันในตอนนี้ที่แหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี กระดาษใบเสร็จที่แนบอยู่ใต้กล่องระบุวันที่อย่างชัดเจน—สามสัปดาห์ก่อน วันนั้นเป็นวันที่นนท์บอกฉันว่าต้องไปคุยงานกับลูกค้าที่พัทยาจนดึกดื่น ฉันจำได้ว่าในคืนนั้น ฉันยังนั่งทำกับข้าวอุ่นรอเขาจนถึงตีสองด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าเขาจะเหนื่อย กลัวว่าเขาจะขับรถไม่ไหว แต่ความจริงอันน่ารังเกียจกลับตบหน้าฉันฉาดใหญ่ ในขณะที่ฉันเฝ้ารอเขาอย่างซื่อสัตย์ เขากลับกำลังเลือกซื้อแหวนหมั้นวงนี้อย่างทะนุถนอม เพื่อรอจังหวะมอบให้ผู้หญิงอีกคน “แด่แพรวา… ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ สองปีที่แล้วคนที่ผมควรเลือกขอแต่งงาน คงเป็นคุณ” ลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่นของนนท์บนการ์ดใบเล็กตอกย้ำทุกอย่าง ฉันไม่ได้ร้องไห้ออกมาแม้แต่หยดเดียว ต่อมน้ำตามันคงแห้งผากไปหมดแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าอันเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ตลอดสองปีที่ผ่านมา คำหวาน คำสัญญา แผนการสร้างอนาคตเรื่องบ้านแถวราชพฤกษ์ ทั้งหมดมันคือภาพลวงตา ฉันเป็นเพียงแค่ตัวคั่นเวลา เป็นแค่ที่พักใจชั่วคราวในวันที่ผู้หญิงคนนั้นเดินจากเขาไปแต่งงานกับคนอื่น และในวันที่งานแต่งของเธอพังทลาย นนท์ก็พร้อมจะถีบหัวส่งฉันอย่างไร้ความปรานี เพื่อกลับไปยืนเคียงข้างเธอทันที ฉันวางกล่องแหวนลงบนโต๊ะทำงาน วางการ์ดและใบเสร็จไว้ข้างกันอย่างประณีต จากนั้นฉันก็เริ่มลงมือเก็บข้าวของ ทุกสิ่งที่ฉันซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ฉันกวาดมันลงกระเป๋าเดินทางทั้งหมด เสื้อผ้า หนังสือ อุปกรณ์ทำงาน แม้กระทั่งแก้วกาแฟคู่ที่ฉันเคยซื้อมาคู่กัน ฉันก็หยิบเฉพาะใบของตัวเองเก็บลงไป ส่วนใบของเขา ฉันวางทิ้งไว้ตรงนั้น คืนนั้นทั้งคืน ฉันไม่ได้ข่มตาหลับเลยแม้แต่วินาทีเดียว เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นเป็นระยะๆ … Read more