ภาค 2: ความจริงที่ถูกฉีกกระชากและการตื่นรู้
ภาค 2: ความจริงที่ถูกฉีกกระชากและการตื่นรู้ คำถามอันไร้เดียงสาของน้องแอลลี่ดั่งคมมีดที่กรีดเฉือนลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของฉัน เสียงอื้ออึงรอบตัวในสนามบินสุวรรณภูมิเหมือนจะจางหายไป เหลือเพียงเสียงเต้นรัวของหัวใจที่บีบคั้นด้วยความเจ็บปวด ฉันค่อยๆ ย่อตัวลงคุกเข่าบนพื้นกระเบื้องเย็นเยียบ รวบตัวลูกสาวตัวน้อยเข้ามากอดแนบแน่น แอลลี่ซบหน้าลงกับอกฉัน เสื้อโค้ตสีชมพูตัวใหม่ที่เธอเฝ้ารอจะได้ใส่วิ่งเล่นบนลานหิมะเริ่มเปียกชื้นด้วยหยดน้ำตาของเด็กแปดขวบที่เพิ่งถูกครอบครัวตัวเองทิ้งอย่างไม่ไยดี “ไม่เป็นไรนะลูก… ไม่เป็นไร แม่ขอโทษนะคนดี” ฉันกระซิบข้างหูของลูก ทั้งที่น้ำตาของตัวเองก็รื้นจนร้อนผ่าว แต่ฉันไม่อาจปล่อยให้มันร่วงหล่นลงมาให้ลูกเห็นได้ ฉันต้องเข้มแข็งกว่านี้ ฉันพยุงแอลลี่ขึ้น นั่งลงบนเก้าอี้รอผู้โดยสาร แล้วหันกลับไปหาเจ้าหน้าที่สายการบินที่ยังคงยืนมองเราด้วยแววตาเห็นอกเห็นใจอย่างสุดซึ้ง “รบกวนขอดูบันทึกระบบได้ไหมคะ” ฉันเอ่ยถาม พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น “ว่าใครเป็นคนกดยกเลิกตั๋วสองใบนี้ แล้วยกเลิกเมื่อไหร่” พนักงานหญิงพยักหน้าอย่างสุภาพ ก่อนจะเคาะแป้นพิมพ์อยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันหน้าจอให้ฉันดูข้อมูลบางส่วน “บุ๊กกิ้งนี้ถูกสร้างขึ้นในชื่อของคุณแพรวพรรณ (พี่แพร) ค่ะ มีการทำการยกเลิกตั๋วของคุณรินดาและน้องแอลลี่ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยขอรับเงินคืนเข้าบัญชีบัตรเครดิตเดิมของผู้ทำการจอง และ…” พนักงานชะงักไปนิดหนึ่งเหมือนลังเล “และอะไรคะ?” ฉันถามต่อ ดวงตากระตุกไหว “และในวันถัดมา ระบบมีการนำเงินเครดิตส่วนต่างนั้นไปอัปเกรดที่นั่งของตั๋วใบอื่นในบุ๊กกิ้งเดียวกันขึ้นเป็นชั้นธุรกิจ (Business Class) สองที่นั่งค่ะ” คำพูดนั้นทำให้โลกของฉันหมุนเคว้ง ฉันเซถอยหลังไปครึ่งก้าวเหมือนโดนฟาดด้วยของแข็งเข้ากลางอก เงิน 55,000 บาทที่ฉันหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน เงินที่ฉันอดออมเพื่อสานฝันให้ลูกสาวได้ไปเห็นหิมะ… พี่แพรไม่ได้แค่แคนเซิลตั๋วของเรา แต่เธอเอาเงินส่วนนั้นไปอัปเกรดที่นั่งให้ตัวเองกับกรณ์ สามีของเธอ เพื่อไปนอนเหยียดขาจิบไวน์บนชั้นธุรกิจอย่างหรูหรา และพ่อแม่ … Read more