เก้าปีที่ฉันดูแลพ่อแม่สามี แต่พอแม่ฉันเข้าโรงพยาบาล เขากลับพูดว่า: “แม่เธอไม่ใช่แม่ฉัน!”
ตอนที่ 2 (PARTE 2) อนันต์ก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างรวดเร็ว แววตาของเขาไม่มีความลังเลหรือละอายใจแม้แต่น้อย มือหนาของเขาเอื้อมมาหมายจะกระชากสายกระเป๋าสะพายข้างที่ฉันคล้องไหล่อยู่ แต่ฉันเบี่ยงตัวหลบสุดแรงพร้อมกับดึงน้องแพรไปหลบอยู่ด้านหลัง หัวใจของฉันเต้นระรัวด้วยความโกรธจัดจนมือสั่นเทิ้ม “หยุดเดี๋ยวนี้นะ อนันต์!” ฉันแผดเสียงลั่นบ้าน ดวงตาจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดเก้าปีที่ผ่านมา แม่พรลุกขึ้นจากโซฟาไม้สัก เดินกะโผลกกะเผลกแต่ใบหน้าถมึงทึงเข้ามาร่วมวง “แกจะหวงอะไรนักหนา นังปราง! เงินในกระเป๋าแกทุกบาททุกสตางค์มันเป็นเงินของลูกชายฉัน แกไม่ได้ออกไปทำงานนอกบ้าน มีสิทธิ์อะไรมาถือเงินของบ้านนี้ออกไปหน้าตาเฉย?” คำว่า ‘เงินของบ้านเรา’ ที่แม่พรพูดกรอกหูฉันซ้ำๆ ทำให้ความอดทนหยดสุดท้ายที่ฉันพยายามประคับประคองมาแทบพังทลาย ฉันกระชากซิปกระเป๋าสะพายออก กวาดเอาของข้างในออกมาเทลงบนโต๊ะกินข้าวต่อหน้าพวกเขาทั้งสองคน ไม่มีปึกธนบัตร ไม่มีเงินก้อนโต มีเพียงกระเป๋าสตางค์ใบเก่าที่มีแบงก์ร้อยอยู่สามใบ แบงก์ยี่สิบสี่ใบ เศษเหรียญสิบบาทอีกกำมือหนึ่ง พร้อมกับสมุดบัญชีธนาคารเล่มเล็กที่มีชื่อฉันเป็นเจ้าของ ซึ่งเงินในบัญชีเหลืออยู่ไม่ถึงสองพันบาท “นี่เหรอเงินบ้านพวกคุณ?” เสียงของฉันสั่นเครือแต่มั่นคง “เงินค่ากับข้าวอาทิตย์ละพันห้าร้อยบาทที่อนันต์โยนให้ฉัน ฉันต้องเจียดซื้อข้าวสาร อาหารสด ผลไม้ของโปรดพ่อ ซื้อแผ่นแปะแก้ปวดให้แม่ แล้วก็ขนมให้ลูก เงินเหลือวันละสี่สิบห้าสิบบาทฉันเก็บหยอดกระปุกไว้เป็นค่ารถตู้เผื่อฉุกเฉิน นี่น่ะเหรอที่พวกคุณหาว่าฉันขโมยเงินบ้านนี้ไป?” อนันต์ยืนนิ่งไปชั่วครู่เมื่อเห็นจำนวนเงินบนโต๊ะ แต่แม่พรยังไม่ยอมแพ้ ชี้หน้าฉันอย่างกราดเกรี้ยว “แล้วที่แกกินอยู่หลับนอนฟรีๆ ในบ้านหลังนี้มาเก้าปีล่ะ มันไม่ใช่เงินเหรอ? ถ้าไม่มีลูกชายฉัน แกกับลูกจะได้อยู่อย่างสบายแบบนี้ไหม!” ฉันมองหน้าหญิงชราที่ฉันเคยเช็ดอุจจาระ ปัสสาวะ คอยพลิกตัวเวลานอนติดเตียงหลังผ่าตัดเข่าเมื่อสองปีก่อน คนที่ฉันตื่นแต่ตีห้ามาเคี่ยวข้าวต้ม … Read more