หasv (ส่วนที่ 1): การกลับมาของเศรษฐินีและความจริงที่ถูกซ่อน
แสงแดดจ้าส่องกระทบตัวรถหรูที่กำลังแล่นไปตามถนนลูกรังของอำเภอชนบทแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ ภายในรถหรูแอร์เย็นฉ่ำ มี แพรว หญิงสาววัยสามสิบห้าปี นั่งอยู่ด้วยท่าทางสง่างาม ประดับด้วยเครื่องเพชรแวววาว และแผ่รังสีแห่งความสำเร็จ เธอเป็นเจ้าของบริษัทเครื่องสำอางรายใหญ่ในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา หลังจากผ่านไปหนึ่งทศวรรษ ในที่สุดเธอก็ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทย หัวใจของเธอพองโตด้วยความตื่นเต้นและดีใจ เป้าหมายหลักของเธอคือการมาเซอร์ไพรส์ พี่กรณ์ พี่ชายแท้ๆ ผู้เป็นเสมือนฮีโร่ในชีวิตของเธอ
พ่อแม่ของพวกเขาเสียชีวิตไปหมดแล้ว พี่กรณ์ซึ่งอายุมากกว่าเธอสิบปี ทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน พี่กรณ์ไม่ยอมแต่งงานใหม่ อุทิศวัยหนุ่มทั้งหมดให้กับการทำนา รับจ้างแบกหาม และทำงานสารพัดเพื่อส่งเสียให้แพรวได้เรียนหนังสือและไปตั้งรกรากที่อเมริกา เมื่อแพรวประสบความสำเร็จ เธอจึงสัญญาว่าจะตอบแทนบุญคุณ ทุกๆ เดือนเธอจะส่งเงินเกือบสองแสนบาทให้ ป้าแจ่ม กับลูกพี่ลูกน้องชื่อ โบว์ สองแม่ลูกที่เธอไว้ใจให้ทำหน้าที่ดูแลพี่กรณ์ หลังจากที่เขาป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และการมองเห็นเริ่มพร่ามัวไปเมื่อห้าปีที่แล้ว
ตามคำบอกเล่าของป้าแจ่ม พวกเขาได้สร้างบ้านในฝันให้พี่กรณ์แล้ว “คุณแพรวคะ ห้องนอนพี่กรณ์สวยมากค่ะ! มีแอร์ มีเตียงนุ่มๆ และมีพยาบาลส่วนตัวด้วยนะ ไม่ต้องห่วงเลย ชีวิตเขาเหมือนเจ้าชายอยู่ที่นี่แหละ” นั่นคือสิ่งที่ป้าแจ่มมักจะพูดผ่านวิดีโอคอลเสมอ และทุกครั้งที่แพรวอยากคุยกับพี่กรณ์ โบว์ก็จะอ้างเสมอว่า “พี่กรณ์หลับอยู่ค่ะ” หรือ “ไปทำกายภาพบำบัด” ทำให้หลังๆ มานี้พวกเขาคุยกันผ่านแชทข้อความในมือถือที่แพรวซื้อให้เสียเป็นส่วนใหญ่ แพรวรู้สึกวางใจเพราะคิดว่าเป็นญาติสนิทมหาร
รถหรูจอดสนิทที่หน้าบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่า มีรั้วสูงตระหง่าน ตัวบ้านทาสีขาวสลับทอง ประดับด้วยรูปปั้นสิงโตที่หน้าทางเข้า เห็นได้ชัดว่าใช้เงินสร้างมหาศาล “ถึงแล้วสิน้า” แพรวพึมพำกับตัวเอง “นี่คือผลลัพธ์จากหยาดเหงื่อแรงงานที่เราช่วยกันสร้างมา” เธอลงจากรถ จัดแว่นกันแดดดีไซเนอร์ แล้วกดกริ่งที่ประตู
แม่บ้านคนหนึ่งเดินออกมาเปิดประตู “มาหาใครคะ?” เธอถาม “ฉันแพรว หลานป้าแจ่มค่ะ พวกเขาอยู่กันไหมคะ?” เธอตอบแล้วเดินเข้าไป เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องรับแขก แพรวก็ต้องประหลาดใจกับความหรูหราราคาแพง เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นล้วนเป็นของที่เธอส่งเงินมาให้ซื้อทั้งสิ้น ไม่นานนัก ป้าแจ่มกับโบว์ก็เดินลงมาจากบันไดวน ทั้งคู่สวมชุดอยู่บ้านราคาแพงและประดับด้วยเครื่องประดับทองคำเต็มตัว
“แพรว?!” ป้าแจ่มอุทานเสียงหลง หน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี “ท-ทำไมถึงกลับมาล่ะลูก นึกว่าจะกลับเดือนหน้าไม่ใช่เหรอ?!” โบว์เองก็ตกใจไม่แพ้กัน รีบซ่อนโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นล่าสุดที่ถืออยู่ไว้ข้างหลัง “เซอร์ไพรส์ค่ะป้า!” แพรวส่งยิ้มหวานแล้วเข้าไปสวมกอด “แพรวแค่คิดถึงพี่กรณ์ค่ะ อยากเจอตัวจริงแล้ว ตอนนี้เขาอยู่ไหนคะ? อยู่บนห้องนอนใช่ไหม?”
สองแม่ลูกมองหน้ากันเลิกลั่ก ความหวาดกลัวปรากฏชัดบนใบหน้า “อ๋อ… คือว่านะแพรว” โบว์พูดเสียงสั่น “พี่กรณ์ไม่ได้อยู่ที่นี่หว่า… เขาไป… ไปศูนย์กายภาพบำบัดที่ต่างอำเภอน่ะ! ใช่ ไปพักฟื้นอยู่ที่นั่นเพื่อให้หมอดูแลอย่างใกล้ชิด” ป้าแจ่มรีบเสริมขึ้นมาทันที “ใช่ๆ! อีกสัปดาห์โน่นแหละถึงจะกลับ เพราะฉะนั้นลูกพักผ่อนก่อนเถอะ เดินทางมาเหนื่อยๆ”
แพรวเริ่มรู้สึกผิดสังเกต “ศูนย์กายภาพบำบัดเหรอคะ? ทำไมก่อนหน้านี้ไม่เห็นบอกแพรวเลย แล้วทำไมพวกป้าต้องทำหน้าตาเลิกลั่กด้วย?” ความระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ สัญชาตญาณญาติพี่น้องร้องเตือนว่ามีบางอย่างไม่ชอบ마พา แพรวไม่เชื่อคำพูดนั้น “แพรวจะไปเยี่ยมพี่กรณ์ค่ะ ศูนย์นั้นอยู่ที่ไหนคะ?” เธอถามเสียงเข้ม “ไม่ได้ๆ ที่นั่นห้ามเยี่ยม! กฎระเบียบเข้มงวดมาก!” ป้าแจ่มรีบปฏิเสธเสียงหลง
ด้วยความสงสัยขั้นสุด แพรวแสร้งขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่แทนที่จะเดินไปทางห้องน้ำในบ้าน เธอกลับแอบเดินเลาะออกทางประตูดังหลังบ้านไปยังครัวไทยและลานซักล้าง เธอต้องการสำรวจดูรอบๆ บริเวณบ้านหลังนี้ให้แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ส่วนที่ 2: ความลับหลังบ้านหรู
ลมร้อนยามบ่ายพัดผ่านแปลงผักสวนครัวด้านหลังบ้าน แพรวเดินลัดเลาะผ่านสวนดอกไม้ที่ตกแต่งอย่างสวยงามจนมาถึงโซนด้านหลังสุด ซึ่งถูกกั้นด้วยลูกกรงเหล็กดัดและตาข่ายบังตาอย่างมิดชิด บรรยากาศบริเวณนี้ช่างแตกต่างจากความหรูหราโอ่อ่าในตัวบ้านโดยสิ้นเชิง มีกลิ่นอับชื้นและกลิ่นยาฆ่าเชื้อโชยออกมาจางๆ
หัวใจของแพรวเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ห้องเก็บของเก่าใต้ถุนเรือนไทยประยุกต์หลังเล็กๆ ที่ถูกต่อเติมขึ้นมาอย่างลวกๆ หน้าต่างบานเล็กถูกปิดทึบด้วยแผ่นไม้เก่าๆ มีแม่กุญแจดอกโตคล้องไว้อย่างแน่นหนา แต่มีเสียงครางเบาๆ และเสียงไอแหบแห้งเล็ดลอดออกมาจากด้านใน
“ใคร… ใครนั่น…” เสียงแหบพร่าและสั่นเครือเอ่ยถามขึ้นจากในความมืด
แพรวชะงักงัน ร่างกายชาวาบไปทั้งตัว น้ำเสียงนั้น… ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนเธอก็ไม่มีวันลืม “พี่กรณ์?!” แพรวตะโกนเรียกชื่อพี่ชายสุดเสียง น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาทันทีโดยไม่ต้องกลั้น
ป้าแจ่มและโบว์ที่วิ่งตามมาทันเห็นภาพนั้นพอดี ทั้งคู่หน้าซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด โบว์พยายามเข้ามาดึงแขนแพรวออกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงลิ่วลั่น “แพรว! อย่าไปฟังนะ แกสติไม่ค่อยดี ชอบเพ้อเจ้อ กลับเข้าบ้านกันเถอะ!”
“หยุดนะโบว์!” แพรวสะบัดแขนออกอย่างแรง ดวงตาฉายแววโกรธเกรี้ยวจนน่ากลัว เธอน้ำตาคลอเบ้าแต่เต็มไปด้วยความเดือดดาล เธอกระชากแม่กุญแจที่คล้องไว้ออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี ก่อนจะผลักประตูไม้เก่าๆ ให้เปิดกว้างออก
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้แพรวเข่าทรุดลงกับพื้น ร่างกายของพี่กรณ์ผอมโซจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ดวงตาฝ้าฟางแทบมองไม่เห็น นั่งอยู่บนเสื่อเก่าๆ ในห้องที่มืดทึบและอบอ้าว รอบตัวมีแต่เศษอาหารบูดและกลิ่นเหม็นอับ เสื้อผ้าที่สวมใส่เก่าขาด วิลล่าหรูหรา เครื่องเพชรราคาแพง และรถยุโรปที่เธอส่งเงินมาให้ซื้อ ทั้งหมดแลกมาด้วยความทุกข์ทรมานของพี่ชายผู้เสียสละชีวิตให้เธอได้ดีในต่างแดน
“นี่เหรอ… เจ้าชายที่ป้าบอกแพรว…” แพรวหันกลับมามองสองแม่ลูกด้วยสายตาดั่งใบมีด โบว์และป้าแจ่มยืนตัวสั่นงันงก พูดไม่ออก ได้แต่ก้มหน้าหลบตา
แพรวรีบวิ่งเข้าไปโอบกอดร่างที่ผอมแห้งของพี่ชาย น้ำตารินไหลอาบแก้ม “พี่กรณ์ค่ะ… แพรวกลับมาแล้ว แพรวมาช่วยพี่แล้วนะ ต่อไปนี้จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายพี่อีกเด็ดขาด!”
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เสียงไซเรนรถตำรวจและรถพยาบาลก็ดังสนั่นหน้าบ้านหรูหลังนั้น ตำรวจเข้ามาจับกุมป้าแจ่มและโบว์ในข้อหาทารุณกรรมคนชราและยักยอกทรัพย์สิน ส่วนแพรวรีบนำตัวพี่กรณ์ส่งโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในจังหวัดทันที เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายและรักษาอาการป่วยอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งประกาศกร้าวว่าจะเอาเรื่องคนทั้งสองให้ถึงที่สุด ไม่ให้เหลือแม้แต่บาทเดียว
คำถามเพื่อติดตามต่อ
คุณต้องการให้เรื่องราวนี้เน้นไปที่การดำเนินคดีทางกฎหมายและการทวงคืนทรัพย์สิน หรืออยากให้เน้นไปที่ช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจของพี่กรณ์และแพรวหลังจากเหตุการณ์นี้ครับ?