ตอนที่ 2
เสียงของแพรวที่ตะโกนโหวกเหวกอยู่ชั้นล่างเปรียบเสมือนเสียงระฆังเปิดฉากนรกบนดิน รอยยิ้มจอมปลอมที่พี่กานต์เคยใช้ตบตาฉันมาตลอดสามปีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสายตาอำมหิต แววตาของสัตว์ป่าที่จนมุมและพร้อมจะขย้ำเหยื่อให้ตายคามือ
“แกแอบซุกเงินไว้ที่ไหนอีก นังรินทร์!” พี่กานต์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวฉัน มือหนาเอื้อมมาบีบคอฉันอย่างแรงจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังห้องไม้อย่างจัง “เงินที่แกบอกว่าจะขนกลับมาสองล้าน ทำไมในกระเป๋ามีแค่ล้านเดียว! แกกล้าโกหกผัวตัวเองเหรอ!”
อากาศในปอดของฉันเริ่มขาดหาย แต่สิ่งที่ทำให้ฉันเจ็บปวดเจียนตายไม่ใช่แรงบีบที่ลำคอ หากแต่เป็นภาพตรงหน้า แม่สายหยุดที่นอนติดเตียงพยายามดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อจะปกป้องลูกสาว ข้อมือเหี่ยวย่นที่ถูกมัดตรึงเสียดสีกับเศษผ้าจนเลือดสดๆ ไหลซึมออกมาเปรอะเปื้อนฟูก
“ปล่อย… ปล่อยลูกกูนะไอ้สารเลว!” เสียงแม่แหบแห้งจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง แต่แววตาของคนเป็นแม่ลุกโชนด้วยไฟแห่งความโกรธแค้น
“หุบปากไปอียายแก่!” แม่สามีวิ่งพรวดพราดตามขึ้นมาบนห้อง ในมือถือขวดยาเม็ดสีขาวและแก้วน้ำขุ่นๆ “ถ้ามึงไม่อยากให้ลูกสาวมึงตายตอนนี้ ก็บอกมันมาว่าเงินที่เหลือซ่อนไว้ที่ไหน! ไม่อย่างนั้นยานอนหลับเกินขนาดนี่ กูจะกรอกปากพวกมึงทั้งแม่ทั้งลูกเดี๋ยวนี้แหละ!”
ฉันมองดูหน้าหญิงชราที่สวมสร้อยทองโบราณของตระกูลฉัน ผู้หญิงที่ฉันเคยเคารพรักเหมือนแม่แท้ๆ แต่วันนี้จิตใจของเธอกลับต่ำช้าจนสัตว์เดรัจฉานยังต้องอาย ฉันพยายามสูดลมหายใจเฮือกสุดท้าย รวบรวมเรี่ยวแรงยกเท้าถีบเข้าที่ยอดอกของพี่กานต์เต็มแรงจนเขาผงะหงายหลังลงไปกองกับพื้น
“แคก… แคก!” ฉันสำลักอากาศพลางรีบถลาตัวเข้าไปขวางหน้าเตียงแม่ไว้
“พวกมึงคิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเหรอ!” ฉันตะคอกลั่นห้อง น้ำตาแห่งความแค้นไหลอาบแก้ม “เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ฉันส่งมาจากกาตาร์ รถป้ายแดง ทีวี โซฟา สร้อยทองบนคอของมึง… ทุกอย่างแลกมาจากหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาของกู! แต่มึงกลับเอาเงินของกูมาทรมานแม่กูแบบนี้เหรอ!”
พี่กานต์ลุกขึ้นยืนช้าๆ พลางปัดฝุ่นที่เสื้อ เขากระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะเดินไปหยิบมีดพกสั้นที่เหน็บไว้ข้างเอวออกมา แสงสะท้อนจากคมมีดวาววับในความมืดสลัวของห้องนอน
“ใช่… แล้วมึงจะทำไม?” พี่กานต์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “มึงคิดว่ามึงเป็นใครนังรินทร์? มึงก็แค่คนใช้ที่กาตาร์ ส่งเงินมาให้พวกกูเสวยสุขก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว อียายแก่นี่มันสมควรตายไปตั้งนานแล้ว เปลืองข้าวเปลืองน้ำ! ที่กูยังเลี้ยงมันไว้เหมือนหมาแบบนี้ ก็เพราะต้องรอให้มึงเซ็นมอบอำนาจโอนที่ดินมรดกผืนสุดท้ายให้กูก่อนยังไงล่ะ!”
ความจริงอันน่ารังเกียจค่อยๆ ถูกกระชากหน้ากากออกมาทีละชิ้น
“แล้วกรมธรรม์ประกันชีวิตสองฉบับใต้ฟูกนั่นล่ะ?” ฉันถามเสียงสั่น ชี้มือไปยังถุงดำที่โผล่พ้นฟูกยางพารา “มึงตั้งใจจะฆ่าทั้งกู ทั้งแม่… เพื่อเอาเงินประกันใช่ไหม!”
“รู้ตัวแล้วก็ดี!” พี่กานต์หัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง “เดิมทีกูตั้งใจจะแกล้งให้มึงกลับมาเห็นแม่ตายเพราะโรคประจำตัว แล้วพอมึงเศร้าใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ กูก็จะผสมยานี่ในอาหารให้มึงกินตามแม่ไป… อุบัติเหตุหัวใจวายเฉียบพลันสองศพ ได้เงินประกันรวมเกือบสิบล้าน แถมได้ที่ดินอีก! กูกับครอบครัวจะสบายไปทั้งชาติ แต่ในเมื่อมึงเสือกฉลาดกลับมาก่อนกำหนด… งั้นก็ตายไปพร้อมกันวันนี้เลยแล้วกัน!”
แพรววิ่งตามขึ้นมาสมทบที่หน้าประตูห้อง ในมือถือเชือกไนลอนเส้นหนา “พี่กานต์ รีบจัดการมันเถอะ เดี๋ยวข้างบ้านได้ยินเสียงแล้วจะยุ่ง!”
“ปิดประตูหน้าต่างให้หมด!” แม่สามีสั่งการอย่างเลือดเย็น “เอาปลอกหมอนมาอุดปากมันไว้ อย่าให้มันส่งเสียงดัง!”
พี่กานต์ก้าวตรงเข้ามาหาฉัน มีดในมือเงื้อขึ้นสูง ฉันไม่รอช้า คว้าโคมไฟตั้งโต๊ะข้างเตียงฟาดใส่หน้าเขาเต็มแรงจนหลอดไฟแตกกระจาย พี่กานต์ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดเมื่อเศษแก้วบาดเข้าที่แก้ม แต่แรงกระแทกนั้นก็ยังหยุดเขาไม่ได้ เขาพุ่งเข้ามารวบตัวฉันล้มลงกับพื้น มีดพกหลุดมือกระเด็นไปใต้เตียง
เราสองคนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันบนพื้นไม้กระดาน พี่กานต์ใช้มือทั้งสองข้างบีบคอฉันซ้ำอีกครั้ง แพรวตรงเข้ามาช่วยจับแขนของฉันไว้แน่น ส่วนแม่สามีกำลังรีบเทยานอนหลับกำมือใหญ่ลงในแก้วน้ำ เตรียมจะนำมากรอกปากฉัน
“ตายซะเถอะมึง! ไปลงนรกด้วยกันทั้งแม่ทั้งลูก!” พี่กานต์คำราม ลมหายใจของเขาเหม็นคลุ้งไปด้วยความละโมบ
สายตาของฉันเริ่มพร่ามัว ภาพแม่สายหยุดที่พยายามเอื้อมมือไขว่คว้าฉันทั้งน้ำตาเริ่มเลือนราง… ‘ไม่ ฉันจะตายตรงนี้ไม่ได้ ถ้าฉันตาย แม่จะต้องตายตามไปด้วย’
ฉันใช้แรงเฮือกสุดท้าย ยกขาขึ้นกอดรัดเอวพี่กานต์แล้วบิดตัวพลิกกลับอย่างแรง ปลายนิ้วของฉันเอื้อมไปใต้เตียง สัมผัสได้ถึงด้ามมีดพกที่ตกอยู่ ฉันกำมันไว้แน่นแล้วแทงสวนเข้าที่ต้นขาของพี่กานต์สุดแรงเกิด!
“อ๊ากกกกก!”
พี่กานต์กรีดร้องลั่นบ้านด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงสดทะลักออกจากบาดแผล เขาปล่อยมือจากคอฉันแล้วถอยกรูดไปกุมบาดแผลไว้ แพรวตกใจจนหน้าถอดสีปล่อยมือจากฉันทันที
ฉันรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น ใช้มีดพกตัดเศษผ้าที่มัดข้อมือของแม่ออกอย่างรวดเร็ว “แม่… อดทนไว้นะ รินทร์จะพาแม่ออกไปเดี๋ยวนี้!”
“นังแพรว! ไปหยิบปืนในห้องพ่อมึงมาเดี๋ยวนี้! อย่ายอมให้มันรอดออกไปได้!” พี่กานต์คำรามลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น
แพรวรีบวิ่งออกจากห้องไปเพื่อไปหาอาวุธ ส่วนแม่สามีหยิบท่อนไม้กวาดตั้งท่าจะพุ่งเข้ามาตีฉัน แต่ในจังหวะนั้นเอง…
โครม!
เสียงพังประตูด้านล่างของบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากที่วิ่งกรูขึ้นบันไดไม้มาอย่างรวดเร็ว
“หยุดเดี๋ยวนี้! เจ้าหน้าที่ตำรวจ! วางอาวุธลงแล้วยกมือขึ้น!”
เสียงประกาศก้องกังวานดังก้องไปทั่วทั้งบ้าน พร้อมกับร่างของเจ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธครบมือกว่าห้านายที่บุกทะลวงเข้ามาในห้อง ทนายความของฉันก้าวตามเข้ามาติดๆ ในมือถือแท็บเล็ตที่กำลังแสดงภาพถ่ายทอดสดจากกล้องจิ๋วในกระเป๋าเดินทาง ซึ่งบันทึกทุกคำสารภาพ ทุกการกระทำ และความชั่วร้ายของครอบครัวนี้ไว้ครบถ้วนทุกวินาที!
พี่กานต์และแม่ของเขายืนตัวแข็งทื่อ หน้าซีดเผือดราวกับคนตาย เมื่อตระหนักได้ว่า… หลุมศพที่พวกเขาวางแผนจะขุดฝังฉันกับแม่ บัดนี้มันได้กลายเป็นหลุมฝังศพสำหรับชีวิตและอิสรภาพของพวกเขาเองเรียบร้อยแล้ว