ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์): ความจริงที่แสนเจ็บปวด และบทสรุปของคนเนรคุณ
สมชายเดินทางมาถึงอำเภอบ้านเกิดในสภาพมอมแมม เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง และมีกลิ่นสาบไปทั้งตัว แต่ภาพกระท่อมไม้หลังเก่าริมทุ่งนาได้หายไปแล้ว แทนที่ด้วยคฤหาสน์สีขาวหลังใหญ่โตโอ่อ่า ล้อมรอบด้วยสวนเกษตรอินทรีย์ขนาดใหญ่ที่มีรถหรูจอดเรียงรายหลายคัน
สมชายเดินกะเผลกเข้าไปที่ประตูรั้วหน้าบ้านอย่างไม่เกรงใจ เขากระชากเสียงตะโกนลั่น “มะลิ! ไอ้พวกเด็กๆ ออกมาหากูเดี๋ยวนี้! กูคือพ่อของพวกมึง กูคือเจ้าของบ้านหลังนี้!”
เสียงเอะอะโวยวายทำให้ประตูคฤหาสน์เปิดออก ชายหนุ่มและหญิงสาวหน้าตาดี 5 คนในชุดทำงานภูมิฐานเดินออกมา พร้อมกับหญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้าเปี่ยมสุขและสง่างาม นั่นคือ มะลิ ที่มีลูกๆ คอยประคองอยู่ข้างกาย
สมชายยิ้มเยาะ รีบพูดจาข่มขู่ทันที “จำกูได้ไหมมะลิ? ฉันกลับมาแล้ว! แล้วพวกมึงทั้งห้าคน ดูเอาไว้ซะ นี่คือพ่อผู้ให้กำเนิดของพวกมึง ตอนนี้กูป่วย ไม่มีเงินรักษาตัว พวกมึงรวยขนาดนี้ ต้องแบ่งสมบัติและจ่ายเงินเดือนให้กูเดือนละแสน ไม่อย่างนั้นกูจะฟ้องศาล จะประจานให้นักข่าวรู้ว่าลูกทรพีทอดทิ้งพ่อแท้ๆ ให้ตายข้างถนน!”
แทนที่ทุกคนจะตื่นตระหนก ทั้งห้าคนกลับยืนมองสมชายด้วยสายตาที่เย็นชาและว่างเปล่า ราวกับมองดูก้อนหินริมทาง
ดิน ลูกชายคนโต ก้าวออกมาข้างหน้า เขาคือประธานกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์และพลังงานสะอาด ดินจ้องตาสมชายแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “คุณบอกว่าคุณเป็นพ่อพวกเรางั้นเหรอ?”
“ใช่สิวะ! เลือดในตัวมึงก็เลือดกู!” สมชายตวาดกลับ
น้ำ ลูกชายคนที่สอง ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ยิ้มเยาะอย่างสมเพช “เลือดงั้นเหรอครับ? วันที่คุณขโมยเงินค่านมหยดสุดท้ายของพวกเราไปเมื่อ 30 ปีก่อน คุณเคยคิดไหมว่าพวกเราจะมีชีวิตรอดมาได้ยังไง?”
จากนั้น ลม ลูกสาวคนที่สาม ผู้พิพากษาหญิงชื่อดัง ก้าวตามออกมาพร้อมกับเอกสารในมือ “ในทางกฎหมาย คุณไม่มีสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น ตั้งแต่วันที่คุณหนีไป แม่ได้แจ้งความฐานทอดทิ้งและแจ้งคนหาย จนกระทั่งศาลสั่งให้คุณเป็นบุคคลสาบสูญ และที่สำคัญที่สุด…” ลมชูสูติบัตรขึ้นมา “ในช่องชื่อบิดาของพวกเราทุกคน ระบุคำว่า ‘ไม่ปรากฏนามบิดา’ คุณไม่มีสถานะความเป็นพ่อตามกฎหมายแม้แต่น้อย”
ฟ้า ลูกชายคนที่สี่ ซึ่งเป็นนายตำรวจยศพันตำรวจเอก เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับสายตาเฉียบขาด “และถ้าคุณคิดจะประจานพวกเรา หรือกรรโชกทรัพย์ เรามีทั้งกล้องวงจรปิดและหลักฐานที่คุณบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคล ผมสามารถสั่งจับกุมคุณเข้าคุกได้ทันทีในตอนนี้”
สมชายหน้าซีดเผือด ขาสั่นพั่บๆ สายตาของเขามองไปที่ลูกสาวคนเล็ก ขวัญ ดีไซเนอร์ระดับโลก ขวัญมองสมชายด้วยแววตาเวทนา “คนที่พวกเราเคารพและกราบไหว้ มีเพียงคนเดียวคือ ‘แม่มะลิ’ ผู้หญิงที่ยอมอดข้าว ยอมทำงานจนมือแตกเพื่อแลกกับเศษข้าวมาป้อนพวกเรา คุณไม่ใช่พ่อ… คุณเป็นแค่คนแปลกหน้าที่เดินผ่านมาแล้วทิ้งตราบาปไว้เท่านั้น”
มะลิมองหน้าอดีตสามีที่เคยทำลายชีวิตเธอด้วยความสงบนิ่ง เธอไม่ได้โกรธแค้นอีกต่อไป เพราะความทุกข์ทรมานในอดีตได้หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นแม่ที่แข็งแกร่ง มะลิหยิบเงินหนึ่งพันบาทจากกระเป๋า ยื่นส่งให้สมชาย
“เงินนี่ ฉันให้เพื่อทำทาน ในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังหิวโซ รับไปแล้วออกไปจากชีวิตของพวกเราซะ อย่ากลับมาที่นี่อีก” มะลิพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเด็ดขาด
สมชายมือสั่นเทาขณะรับเงินหนึ่งพันบาทนั้นไว้ โลกทั้งใบของเขาพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ความโลภ ความหวังที่จะสุขสบายในบั้นปลายชีวิตดับวูบลงในพริบตา เขามองดูครอบครัวที่อบอุ่น ร่ำรวย และประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด ครอบครัวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยตราหน้าว่าเป็น ‘ตัวถ่วง’ และ ‘ตัวซวย’
แต่ในวันนี้ สิ่งเหล่านั้นกลับกลายเป็นความสุขที่เขาไม่มีวันได้สัมผัส สมชายเดินก้มหน้า คอตก เดินโซซัดโซเซออกจากรั้วคฤหาสน์ไปตามถนนลูกรังเพียงลำพัง ท่ามกลางแดดที่แผดเผา ไร้บ้าน ไร้ครอบครัว และต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างโดดเดี่ยวเพื่อชดใช้ผลกรรมที่ตนเองได้ก่อไว้จนวันตาย.