คุณตาถามฉันว่าเงินเดือนละ 8 ล้านบาทหายไปไหน ทันใดนั้น สามีกับแม่สามีก็เดินหิ้วถุงแบรนด์เนมหรูเข้ามาในห้องพักฟื้น

ตอนที่ 2 : หน้ากากที่หลุดลอยและบัญชีสีเลือด

เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องพักฟื้น VIP ดังก้องในความเงียบงันจนได้ยินชัดเจน บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเย็นเยียบราวกับอยู่ในห้องแช่แข็ง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่คนสองคนที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตู ถุงช้อปปิ้งแบรนด์เนมสีส้มและสีดำขลับที่อยู่ในมือของภูริชและคุณหญิงวรรณาสั่นระริกจนเกิดเสียงกรอบแกรบแผ่วเบา

ภูริชหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ทั้งที่ห้องเย็นจัด เขาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง พยายามเค้นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความผิด

— “คุณตาครับ… มันต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ ครับ” ภูริชพูดละล่ำละลักพร้อมก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว “เงินอะไรแปดล้านครับคุณตา ผมกับคุณแม่ไม่เคยรู้เรื่องเลยจริงๆ พวกเรายังทำงานหนักปากกัดตีนถีบเพื่อหาเงินมาดูแลพิมพ์กับลูกอยู่เลยนะครับ!”

คุณหญิงวรรณาได้สติจึงรีบเสแสร้งแสดงละครตามลูกชายทันควัน หล่อนสูดหายใจเข้าลึก ยกมือขึ้นทาบอกด้วยท่าทางตกอกตกใจราวกับถูกใส่ร้ายป้ายสี

— “ใช่ค่ะท่านเจ้าสัว! พิมพ์คงเข้าใจอะไรผิดไปเอง หรือไม่ระบบธนาคารก็อาจจะมีปัญหา วรรณากับตากล้าหาญสาบานต่อหน้าพระได้เลยนะคะว่าไม่เคยเห็นเงินก้อนนั้นเลยแม้แต่บาทเดียว ที่เราซื้อของมาเยอะแยะขนาดนี้ ก็เพราะเป็นเงินเก็บของตระกูลเราเอง วรรณาแค่อยากซื้อของขวัญต้อนรับหลานสาวคนแรกเท่านั้นค่ะ!”

คำแก้ตัวอันหน้าด้านและไร้ยางอายของแม่สามี ทำให้ฉันที่นอนอยู่บนเตียงแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ตลอดเวลาเกือบสองปีที่แต่งงานเข้ามาในบ้านหลังนั้น คุณหญิงวรรณามักจะบ่นเรื่องเงินไม่พอใช้ตลอดเวลา หล่อนบังคับให้ฉันต้องประหยัดค่าใช้จ่ายทุกอย่าง แม้กระทั่งอาหารบำรุงครรภ์ ฉันต้องซื้อเพียงไข่ต้มและผักราคาถูกมาทำกินเองอย่างกระเบียดกระเสียร ในขณะที่หล่อนกับภูริชมักจะออกไปทานดินเนอร์หรูหรานอกบ้านโดยอ้างว่าไปคุยธุรกิจ

— “ของขวัญต้อนรับหลานงั้นเหรอคะคุณแม่?” ฉันเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาแห่งความเจ็บช้ำไหลรินอาบสองแก้ม “ถุงพวกนี้มันคือกระเป๋าหนังจระเข้รุ่นลิมิเต็ด นาฬิกาฝังเพชร แล้วก็สูทสั่งตัดของพี่ภูริชทั้งนั้น มีชิ้นไหนที่เป็นของลูกสาวพิมพ์บ้างคะ? ตอนที่พิมพ์เจ็บท้องจะคลอด พิมพ์โทรหาพี่ภูริชเกือบสิบสายเพื่อขอค่ามัดจำห้องผ่าคลอด แต่พี่บอกว่าไม่มีเงิน ติดประชุมด่วน… แล้วทำไมตอนนี้ถึงมีเงินไปเดินห้างหรูได้คะ!”

ภูริชสะอึก พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนก้มหน้าหลบสายตาฉัน

เจ้าสัวอนันต์ยืนนิ่ง ทอดสายตามองดูพฤติกรรมของสองแม่ลูกด้วยแววตาที่เยือกเย็นดุจพญาอินทรีที่มองดูลูกไก่ในกำมือ คุณตาไม่ได้ตะคอก ไม่ได้แสดงอารมณ์ฉุนเฉียว แต่แววตานั้นกลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนมองรู้สึกหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ

คุณตายกมือขึ้นเคาะนิ้วลงบนโต๊ะข้างเตียงเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงเคาะโต๊ะนั้นดั่งเสียงระฆังมรณะที่กำลังนับถอยหลังชะตากรรมของพวกเขาทั้งสองคน

— “ละครลิงของพวกเธอ… เล่นจบหรือยัง?” เจ้าสัวอนันต์เอ่ยขึ้นเรียบๆ

ทันใดนั้น ประตูห้องพักฟื้นก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง ชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานสองคนเดินก้าวเข้ามาในห้อง คนหนึ่งคือ ทนายธนินทร์ ทนายความประจำตระกูล และอีกคนคือ ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชีพิเศษของธนาคารชั้นนำ ในมือของทนายธนินทร์ถือแฟ้มเอกสารปกแข็งสีดำหนาเตอะสองเล่ม

เมื่อคุณหญิงวรรณาและภูริชเห็นหน้าทนายธนินทร์ ขาทั้งสองข้างของพวกเขาก็แทบจะทรุดลงกับพื้นทันที

— “ท่านเจ้าสัวครับ เอกสารเส้นทางการเงินและการยักยอกทั้งหมดถูกรวบรวมไว้เรียบร้อยแล้วครับ” ทนายธนินทร์รายงานด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเฉียบขาด

เจ้าสัวอนันต์พยักหน้ารับอย่างช้าๆ ก่อนจะหันไปสั่งทนายเสียงเรียบ

— “อ่านให้หลานสาวฉันฟังที… ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เงินเดือนละแปดล้านบาทที่ฉันส่งมาให้พิมพ์ มันลอยไปอยู่ที่ไหนบ้าง”

ทนายธนินทร์เปิดแฟ้มเอกสารออก พร้อมอ่านรายงานด้วยน้ำเสียงชัดเจนและเยือกเย็น

— “เงินสนับสนุนครอบครัวเดือนละแปดล้านบาทที่คุณท่านโอนเข้าบัญชีชื่อคุณพิมพ์พิมล ถูกโอนต่อทันทีภายในเวลาไม่เกินสามนาทีของทุกต้นเดือน โดยใช้ระบบแอปพลิเคชันธนาคารบนโทรศัพท์มือถือเครื่องที่ลงทะเบียนไว้ ซึ่งไม่ใช่เครื่องของคุณพิมพ์ แต่เป็นเครื่องของ นายภูริช ภัคดีเดชา”

หัวใจของฉันกระตุกวูบ ภาพในอดีตย้อนกลับมาในหัวอย่างรวดเร็ว… วันที่ฉันเพิ่งแต่งงานเข้าบ้านใหม่ๆ ภูริชเป็นคนอาสาพาฉันไปเปิดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง โดยเขาอ้างว่าจะช่วยจัดการเรื่องเอกสารและขอโทรศัพท์ของฉันไปตั้งค่าแอปพลิเคชันให้ ฉันที่รักและไว้ใจเขาอย่างหมดหัวใจ ไม่เคยเอะใจเลยว่าเขากำลังผูกเบอร์โทรศัพท์และอีเมลของเขาเข้ากับบัญชีของฉัน เพื่อแอบควบคุมเงินทั้งหมดโดยที่ไม่มีการแจ้งเตือนส่งมาถึงฉันเลยแม้แต่ข้อความเดียว!

ทนายธนินทร์อ่านรายละเอียดต่อไปอย่างไม่ปรานี

— “เงินจำนวนแปดล้านบาทต่อเดือน รวมระยะเวลาสิบแปดเดือน คิดเป็นยอดเงินรวมทั้งสิ้นหนึ่งร้อยสี่สิบสี่ล้านบาท ถูกกระจายออกเป็นสามส่วนหลัก ส่วนแรก… โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของ นางวรรณา ภัคดีเดชา เฉลี่ยเดือนละสามล้านบาท เพื่อนำไปใช้ชำระหนี้พนันบ่อนคาสิโนในต่างประเทศ และซื้อเครื่องประดับหรู ส่วนที่สอง… โอนเข้าบัญชีของ นายภูริช เดือนละสามล้านบาท เพื่อนำไปผ่อนรถซูเปอร์คาร์หรูสองคัน และจ่ายค่าเช่าคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง…”

ทนายธนินทร์หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองหน้าฉันด้วยความเวทนา

— “และส่วนที่สาม… อีกเดือนละสองล้านบาท ถูกโอนเข้าบัญชีของผู้หญิงที่ชื่อ ‘ลดาวัลย์’ ซึ่งเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของนายภูริช พร้อมระบุบันทึกช่วยจำในสลิปการโอนว่า… ‘ค่าเลี้ยงดูลูกชายของเรา’”

เพล้ง!

แก้วน้ำบนโต๊ะข้างเตียงถูกฉันปัดตกลงมาแตกกระจายโดยไม่รู้ตัว โลกทั้งใบของฉันหมุนคว้างและดับวูบลงในพริบตา ความจริงอันโสมมและน่าสะอิดสะเอียนถูกเปิดเปลือยออกมาจนหมดสิ้น

เขานอกใจฉัน… เขามีลูกกับผู้หญิงคนอื่น…

และที่เลวร้ายที่สุดคือ พวกเขาเอาเงินของคุณตาที่ตั้งใจส่งมาให้ฉันกับลูก ไปปรนเปรอความสุขของตัวพวกเขาเองและหญิงชู้ ในขณะที่ฉันต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ และเจียมเนื้อเจียมตัวราวกับขอทานในบ้านของเขา!

— “พี่ภูริช… ทำไมพี่ถึงทำกับพิมพ์แบบนี้!” ฉันกรีดร้องออกมาด้วยความเคียดแค้นและสิ้นหวัง น้ำตาไหลพรากอย่างควบคุมไม่ได้ “เงินร้อยกว่าล้าน… พี่เอาไปเสวยสุขกับชู้ แต่ปล่อยให้พิมพ์กับลูกต้องกินข้าวคลุกน้ำปลาอยู่ในบ้านของพี่เนี่ยนะ!”

— “พิมพ์… ฟังพี่ก่อนนะพิมพ์ พี่ทำไปเพราะมีความจำเป็น!” ภูริชพยายามจะวิ่งเข้าหาฉัน แต่ก็ถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังคุณตาก้าวเข้ามาขวางไว้และผลักเขากระเด็นล้มลงไปกองกับพื้น ถุงแบรนด์เนมกระจัดกระจาย เผยให้เห็นกระเป๋าราคาแพงและกล่องเครื่องเพชรที่กลิ้งเกลื่อนกลาด

คุณหญิงวรรณาเห็นท่าไม่ดี รีบคุกเข่าลงกับพื้น คลานเข้ามาหาเจ้าสัวอนันต์อย่างน่าเวทนา

— “ท่านเจ้าสัวคะ! ยกโทษให้พวกเราด้วยเถอะค่ะ! พวกเราผิดไปแล้ว พวกเราจะหาเงินมาคืนให้ทุกบาททุกสตางค์เลยค่ะ อย่าเอาเรื่องพวกเราเลยนะคะ!”

เจ้าสัวอนันต์ก้มลงมองสองแม่ลูกด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังมองดูเศษขยะที่ไร้ค่า

— “คืนงั้นหรือ? ด้วยปัญญาของพวกเธอน่ะหรือที่จะหาเงินร้อยกว่าล้านมาคืนฉันได้?” เจ้าสัวอนันต์แค่นยิ้มเย็นชา “พวกเธอคงลืมไปแล้วกระมัง ว่าบริษัทรับเหมาก่อสร้างของตระกูลพวกเธอที่กำลังจะล้มละลายเมื่อสองปีก่อน ก็เป็นเพราะฉันที่ยอมเซ็นค้ำประกันและป้อนงานให้เพื่อเห็นแก่หน้าพิมพ์… และในตอนนี้ ถึงเวลาที่พวกเธอต้องชดใช้บทเรียนนี้ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเธอมี!”

คุณตาหันไปพยักหน้าให้ทนายธนินทร์อีกครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณว่า แผนการลงทัณฑ์ขั้นเด็ดขาดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วในวินาทีนี้…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *