ตอนที่ 1: ขณะที่ฉันกำลังผ่าตัดหัวใจ สามีกลับไปจัดงานแต่งกับชู้รัก… เขาคิดว่าฉันตายไปแล้ว แต่ทันทีที่กลับจากฮันนีมูน สิ่งที่รออยู่จะทำให้เขาจำไปจนวันตาย
ขณะที่ฉันกำลังนอนรอการผ่าตัดหัวใจฉุกเฉิน สามีของฉันปิดโทรศัพท์หนี แล้วควงชู้รักเข้าพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่
เมื่อในที่สุดเขาก็โทรกลับมาที่โรงพยาบาล เลขาของฉันพูดตอบไปเพียงประโยคเดียวสั้น ๆ:
“คุณผู้หญิงไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วค่ะ”
เขาปักใจเชื่อทันทีว่าฉันตายไปแล้ว
แต่ฉันรอดมาได้ และยกหูโทรหาทนายความส่วนตัว จัดการเตรียม “ของขวัญต้อนรับ” ชิ้นสำคัญที่จะทำให้เขาต้องตัวสั่นด้วยความกลัว ทันทีที่เขาก้าวเท้ากลับมาจากทริปฮันนีมูน
“คุณรดาครับ ถ้าเราไม่ผ่าตัดเปิดทรวงอกเดี๋ยวนี้ คุณอาจจะอยู่ไม่ถึงชั่วโมงข้างหน้า”
ในวัยยี่สิบเก้าปี ฉันนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านเพลินจิต เส้นเลือดใหญ่ใกล้หัวใจของฉันปริแตกและเลือดกำลังไหลซึมไม่หยุด
ทีมแพทย์พยายามต่อสายหาสามีของฉันครั้งแล้วครั้งเล่า
ไม่มีใครรับสาย
จู่ ๆ พยาบาลคนหนึ่งที่ก้มมองโทรศัพท์มือถือก็เงียบเสียงลง ใบหน้าถอดสี บนหน้าจอสมาร์ตโฟนปรากฏการถ่ายทอดสดงานวิวาห์สุดหรูจากโรงแรมระดับหกดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา
บนเวทีนั้น… ชายในชุดสูททักซิโด้คือ ธาวินทร์ สามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน
ข้างกายเขาคือ พิมพ์มาดา ชู้รักของเขา
และเป็นดีไซเนอร์ที่ฉันเป็นคนดึงตัวเข้ามาร่วมงานด้วยตัวเองเมื่อสามปีก่อน
เราสองคนยังไม่ได้หย่าขาดจากกันแม้แต่วันเดียว
ฉันจ้องมองภาพบนหน้าจอนั้น ขณะที่เสียงสัญญาณเรียกเข้าจากโรงพยาบาลดังขึ้นอีกครั้ง… และเขาก็กดตัดสายทิ้งไปต่อหน้าต่อตา
“เราต้องให้คนไข้เซ็นยินยอมรับการรักษาเดี๋ยวนี้ครับ” ศัลยแพทย์เอ่ยอย่างเร่งด่วน
มือของฉันสั่นเทาจนแทบไร้เรี่ยวแรง แต่ฉันก็ฝืนคว้าปากกามาจรดปลายหมึก ฉันเซ็นชื่อยินยอมให้ผ่าตัดชีวิตตัวเอง แล้วโลกทั้งใบก็ดับวืดลง
หลายชั่วโมงต่อมา ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับผ้าพันแผลหนาแน่นรอบหน้าอก และความเจ็บปวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างราวกับถูกไฟเผา
“คุณรอดแล้วนะคะ” พยาบาลกระซิบบอกข้างหูเบา ๆ
ฉันขอมือถือทันที ธาวินทร์ยังคงไม่คิดจะโทรกลับหรือส่งข้อความใด ๆ ฉันจึงต่อสายหา แพรวา เลขาส่วนตัวของฉัน
แพรวาส่งคลิปวิดีโอจากงานแต่งงานนั้นมาให้ ในคลิป นักข่าวบันเทิงถามธาวินทร์ถึงชีวิตคู่ครั้งก่อน เขาโปรยยิ้มอย่างไม่แยแสแล้วตอบออกไมค์:
“ความสัมพันธ์บางอย่างก็แค่คาราคาซังเพราะความเคยชินครับ แต่วันนี้ ในที่สุดผมก็ได้อยู่กับผู้หญิงที่ผมรักจริง ๆ เสียที”
ฉันเปิดดูคลิปนั้นซ้ำสองรอบ
หลังจากวินาทีนั้น… น้ำตาของฉันเหือดแห้ง และฉันเลิกสงสารตัวเองทันที
“แพรวา โทรหา ทนายอรรถพล เดี๋ยวนี้”
“ทนายประจำตระกูลของคุณเหรอคะ?”
“ใช่… สั่งอายัดและระงับทุกสิ่งทุกอย่างที่ธาวินทร์มีสิทธิ์เข้าถึงให้หมด”
เช้าวันรุ่งขึ้น แพรวาหอบแฟ้มเอกสารชุดใหญ่มาที่ห้องพักฟื้น และความจริงที่อยู่ในนั้นมันเลวร้ายยิ่งกว่าเรื่องการนอกใจหลายเท่านัก
ธาวินทร์แอบนำโฉนดที่ดินพร้อมคฤหาสน์หรูย่านสุขุมวิท ซึ่งเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายจากคุณพ่อของฉัน ไปค้ำประกันเงินกู้จากสถาบันการเงินนอกระบบ จากนั้นเขาผ่องถ่ายเงินสดก้อนโตกว่าร้อยแปดสิบล้านบาท เข้าบัญชีบริษัทนอมินีที่พิมพ์มาดาถือหุ้นใหญ่
เงินมรดกของฉัน… ถูกเขานำไปสร้างวิมานและปรนเปรอชีวิตใหม่ของพวกมัน
ฉันจ้องมองเอกสารเหล่านั้นจนกระทั่งมือที่สั่นเทาหยุดนิ่งลง
จากนั้น ฉันต่อสายโทรศัพท์ออกไปสามสาย
สายแรก ถึงทนายความ
สายที่สอง ถึงผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อของธนาคาร
และสายที่สาม ถึงบริษัทรับจ้างขนย้ายบ้านมืออาชีพ
“จัดรถบรรทุกขนาดใหญ่มาให้ฉันแปดคัน” ฉันสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
แพรวามองฉันตาค้าง ราวกับเห็นคนเสียสติ “คุณรดาคะ คุณเพิ่งผ่าตัดใหญ่มา ยังแทบจะลุกยืนไม่ไหวเลยนะคะ!”
ฉันค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง มือข้างหนึ่งกดทับแผลผ่าตัดที่หน้าอกเอาไว้แน่น แววตานิ่งสนิทไร้ความลังเล
“ฉันไม่จำเป็นต้องยืนนานหรอก”
“แล้วคุณ… กำลังจะทำอะไรกันแน่คะ?”
ฉันหันไปมองทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างโรงพยาบาล ธาวินทร์คงคิดว่าเขากำจัดฉันพ้นทาง ยึดเงิน ยึดทรัพย์สมบัติของฉันไปเสวยสุข แล้วจะลอยนวลไปเสพสุขกับชู้ได้อย่างสบายใจ
เขาไม่มีทางรู้เลยว่า… ฉันยังมีลมหายใจอยู่
และเขาก็คงลืมไปว่า งานแต่งงานในฝันของพวกเขาเป็นเพียงแค่โมฆะและละครปาหี่ เพราะทะเบียนสมรสของเขากับฉันยังมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายทุกประการ
ทันทีที่เขาก้าวขากลับมาจากทริปฮันนีมูนสุดหรู… เขาจะได้รู้ซึ้งว่า ราคาที่ต้องจ่ายให้กับการหักหลังฉัน มันแพงจนชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาคงชดใช้ไม่หมด
ตอนที่ 2 (ตอนจบ)
คฤหาสน์สุขุมวิทหลังโอ่อ่ายังคงตั้งตระหง่านอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ ทว่าบรรยากาศภายในกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่รุ่งสาง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของพนักงานขนย้ายในชุดยูนิฟอร์มสีน้ำเงินเข้มดังสลับกับเสียงลากเทปกาวปิดกล่องพัสดุ รถบรรทุกตู้ทึบขนาดยักษ์แปดคันจอดเรียงรายปิดซอยหน้าบ้านอย่างเป็นระเบียบ
รดานั่งอยู่บนเก้าอี้หวายบุนวมตัวยาวตรงมุมห้องโถงใหญ่ ใบหน้าของเธอยังคงซีดเซียวจากรอยแผลผ่าตัดเปิดทรวงอกที่เพิ่งเย็บปิดไปได้ไม่กี่วัน ทุกครั้งที่เธอหายใจลึก ความเจ็บแปลบจะแล่นพล่านขึ้นมาตอกย้ำว่าเธอยังมีชีวิต แต่แววตาคู่คมกริบที่สะท้อนแสงไฟระย้าคริสตัลกลับไร้ซึ่งความอ่อนแอ แพรวายืนถือแท็บเล็ตอยู่ข้างกาย คอยส่งเอกสารบัญชีทรัพย์สินให้เธอตรวจสอบทีละแผ่น
“ทุกอย่างที่เป็นของตระกูลวรโชติเมธี ขนออกไปให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว” รดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนหัวหน้าทีมขนย้ายต้องก้มหัวรับคำสั่งอย่างเคร่งครัด
ภาพเขียนสีน้ำมันมูลค่าเจ็ดสิบล้านที่คุณพ่อของเธอประมูลมาจากยุโรป ถูกปลดลงจากผนังหินอ่อน ชุดเครื่องเงินโบราณ แจกันราชวงศ์หมิง ตลอดจนเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษจากอิตาลี ถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติกกันกระแทกอย่างประณีตก่อนลำเลียงขึ้นท้ายรถบรรทุก ไม่เว้นแม้กระทั่งโคมไฟระย้าสั่งทำพิเศษเหนือห้องรับแขก ช่างเทคนิคกำลังปีนขึ้นไปตัดสายไฟและปลดสลักลงมาอย่างระมัดระวัง
“แล้วเสื้อผ้ากับข้าวของของพิมพ์มาดาที่แอบเอามาไว้ในตู้ห้องนอนใหญ่ล่ะคะคุณรดา?” แพรวาถามพลางเปิดดูภาพถ่ายตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอินคลอเซ็ต ซึ่งเต็มไปด้วยกระเป๋าแบรนด์เนมและชุดราตรีที่ซื้อด้วยเงินจากบัตรเสริมของรดา
มุมปากของรดากระตุกยิ้มเยือกเย็น “โยนออกไปกองไว้ตรงลานจอดรถหน้าบ้าน เอาป้ายไวนิลที่ฉันสั่งทำมาติดไว้ด้วย บอกว่า ‘ขยะไม่ระบุเจ้าของ รอรถเทศบาลมาเก็บกวาด’ ถ้าอยากได้คืน ก็ให้พวกมันมาก้มกราบเก็บเอาเองริมถนน”
ขณะเดียวกัน ทนายอรรถพล ชายวัยห้าสิบเศษผู้เป็นเสาหลักทางกฎหมายของตระกูลรดามาเกือบสามทศวรรษ ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มหนังสีดำปักตราสำนักงานกฎหมายชั้นนำ เขามองหน้ารดาด้วยความชื่นชมระคนห่วงใย ก่อนจะวางเอกสารลงบนโต๊ะกระจกตัวเตี้ย
“เรื่องแจ้งความคดีฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ และปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ เรียบร้อยแล้วครับคุณรดา” ทนายอรรถพลกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ศาลอนุมัติหมายจับธาวินทร์และพิมพ์มาดาในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและฟอกเงินแล้ว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประสานงานลงระบบเฝ้าระวังเรียบร้อย ทันทีที่เครื่องบินส่วนตัวหรือไฟลต์บินพาณิชย์ของพวกมันแตะรันเวย์สุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจจะเข้าควบคุมตัวทันที”
“แล้วเงินหนึ่งร้อยแปดสิบล้านที่มันโอนเข้าบริษัทนอมินีล่ะคะ?” รดาถาม สายตาจ้องเขม็งไปยังยอดตัวเลข
“คำสั่งศาลสั่งอายัดบัญชีธนาคารทุกแห่งที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วครับ รวมถึงบัญชีส่วนตัวของธาวินทร์และพิมพ์มาดาทุกเล่ม บัตรเครดิตทุกใบถูกระงับสัญญาณถาวร ส่วนที่ดินและคฤหาสน์หลังนี้ที่ธาวินทร์แอบเอาโฉนดไปจำนองกับนายทุนนอกระบบ ผมใช้หลักฐานทางการแพทย์และลายเซ็นปลอมพิสูจน์ได้ว่า นิติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นโดยมิชอบและตกเป็นโมฆะ เจ้าหนี้นอกระบบตกใจแทบช็อกและยอมส่งมอบโฉนดตัวจริงคืนมาให้เราแต่โดยดี เพราะกลัวโดนลากเข้าคุกในข้อหารับของโจรครับ”
รดารับโฉนดที่ดินผืนงามที่ประทับตราครุฑแดงกลับคืนมาสู่อ้อมอก นิ้วมือเรียวยาวลูบไล้รอยหมึกของบิดาอย่างทะนุถนอม หยาดน้ำตาที่เกือบจะเอ่อล้นถูกสกัดกั้นไว้ด้วยเพลิงแค้นที่ลุกโชนอยู่ในอก
“ขอบคุณค่ะอาอรรถพล… ต่อไปนี้ ถึงเวลาเปิดม่านละครฉากสุดท้ายของพวกมันแล้ว”
ในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติกของเกาะโบราโบรา ประเทศเฟรนช์โปลินีเซีย แสงแดดสีทองสาดส่องลงบนวิลลากลางน้ำระดับหกดาว ธาวินทร์กำลังนอนจิบแชมเปญชั้นเลิศอยู่บนเก้าอี้ชายหาด รอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา เขาเฝ้ารอคอยวันนี้มานานแสนนาน วันที่เขาสามารถสลัดผู้หญิงขี้โรคและจอมบงการอย่างรดาออกไปจากชีวิตได้เสียที
พิมพ์มาดาในชุดบิกินี่แบรนด์หรูเดินนวยนาดเข้ามาสวมกอดเขาจากด้านหลัง นิ้วมือที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดโตห้ากะรัต—ซึ่งซื้อด้วยเงินในบัญชีมรดกของรดา—ลูบไล้ไปตามแผงอกของเขา
“วินทร์คะ… พิมพ์อยากได้สร้อยคอมรกตล้อมเพชรที่เห็นในร้านบูติกที่สนามบินปารีสจังเลยค่ะ คุณสัญญาแล้วนะว่าจะซื้อให้เป็นของขวัญแต่งงาน” เธอทำเสียงออดอ้อน ซบหน้าลงกับไหล่กว้าง
ธาวินทร์หัวเราะในลำคออย่างผู้มีชัย คว้ามือเธอมาจุมพิต “ระดับคุณนายพิมพ์มาดา จะเอาสร้อยกี่เส้นผมก็เปย์ให้ได้ทั้งนั้นแหละครับ ป่านนี้ยัยรดาคงกลายเป็นเถ้าถ่านอยู่ในเมรุวัดไหนสักแห่งไปแล้ว สมบัติตระกูลวรโชติเมธีทั้งหมดตอนนี้อยู่ในกำมือของพวกเรา เรามีเงินใช้ไปทั้งชาติโดยไม่ต้องง้อใครอีกแล้ว”
“แหม คุณก็พูดตรงไปตรงมาเกินไป” พิมพ์มาดาหัวเราะคิกคัก นัยน์ตาเปล่งประกายด้วยความโลภ “แต่ก็จริงนะคะ ตอนที่เลขาของหล่อนโทรมาบอกว่า ‘ไม่อยู่ที่นี่แล้ว’ พิมพ์โล่งใจแทบแย่ นึกว่าหล่อนจะเหนียวแน่นรอดมาฟ้องหย่าเราเสียอีก คนอะไร หัวใจพังขนาดนั้น จะเอาปาฏิหาริย์ที่ไหนมารอดได้”
ทว่าความสุขสำราญของทั้งคู่พังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อพนักงานของรีสอร์ตเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน พร้อมถือใบเสร็จค่าใช้จ่ายล่วงหน้าและเครื่องรูดบัตรไร้สาย
“ขออภัยครับคุณธาวินทร์ บัตรแบล็กการ์ดที่คุณให้ไว้สำหรับหักค่าห้องพักและบริการส่วนตัว ถูกปฏิเสธการทำรายการครับ ธนาคารแจ้งว่าบัตรถูกระงับการใช้งานถาวร”
ธาวินทร์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ควักบัตรเครดิตใบอื่นส่งให้อีกสามใบ “เครื่องของคุณมีปัญหาหรือเปล่า รูดใหม่สิ บัตรพวกนี้วงเงินไม่จำกัดนะ”
พนักงานรูดบัตรใบที่สองและใบที่สาม ผลลัพธ์ขึ้นตัวอักษรสีแดงเตือนบนหน้าจอเหมือนกันทุกใบ: TRANSACTION DECLINED – CONTACT ISSUER
พิมพ์มาดาเริ่มหน้าเสีย ดึงมือถือขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อโอนเงิน แต่หน้าจอกลับเด้งข้อความแจ้งเตือนสีแดงเข้มว่า ‘บัญชีของท่านถูกระงับชั่วคราวตามคำสั่งศาล กรุณาติดต่อสาขาเจ้าของบัญชี’
“วินทร์! เกิดอะไรขึ้นน่ะ บัญชีบริษัทของเราเข้าไม่ได้ บัญชีส่วนตัวของพิมพ์ก็โดนล็อก เงินในนั้นมีตั้งสองร้อยกว่าล้านนะ!” พิมพ์มาดาหวีดร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างดีเริ่มซีดเผือด
ธาวินทร์หัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นพล่านตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงศีรษะ มือที่ถือแก้วแชมเปญสั่นสะท้านจนน้ำกระฉอกเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาว เขารีบกดโทรศัพท์หาผู้จัดการธนาคารที่เขาเคยจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อช่วยผ่องถ่ายเงินกู้ แต่สัญญาณปลายทางกลับเป็นเสียงตอบรับอัตโนมัติว่าหมายเลขถูกระงับ
“บ้าเอ๊ย! เกิดอะไรขึ้นวะ!” ธาวินทร์สบถลั่น “เก็บของพิมพ์! เราต้องบินกลับกรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้!”
สิบสี่ชั่วโมงต่อมา เครื่องบินโดยสารเที่ยวบินตรงร่อนลงแตะรันเวย์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ธาวินทร์และพิมพ์มาดาต้องยอมสละเงินสดติดตัวก้อนสุดท้ายเพื่อจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินขากลับชั้นประหยัดอย่างทุลักทุเล ทั้งคู่ไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน ความเครียดและความหวาดระแวงเกาะกินจิตใจจนใบหน้าดูทรุดโทรม ไร้คราบคู่บ่าวสาวป้ายแดงผู้สูงส่ง
ทันทีที่ทั้งสองเดินผ่านประตูกระจกของด่านตรวจคนเข้าเมือง เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องตรวจจับหนังสือเดินทางก็ดังขึ้นอย่างเฉียบพลัน
“นายธาวินทร์ และ นางสาวพิมพ์มาดา ใช่ไหมครับ?”
เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสี่นายพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเดินตรงเข้ามาขนาบข้างทั้งซ้ายและขวาอย่างรวดเร็ว สายตาของเจ้าหน้าที่ไร้ซึ่งความเป็นมิตร
“ใช่ครับ… มีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่าครับผู้กอง?” ธาวินทร์พยายามปั้นยิ้ม ประคองน้ำเสียงให้ดูสุขุม แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มผุดพรายเต็มหน้าผาก
นายตำรวจหัวหน้าชุดไม่ตอบคำถาม แต่หยิบเอกสารแผ่นหนึ่งออกมาคลี่ให้ดูต่อหน้า “เรามีหมายจับจากศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ และความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เชิญพวกคุณไปที่สถานีตำรวจกับเราด้วยครับ”
“หมายจับอะไรกัน! ใครเป็นคนแจ้งความ! รดา เมียผมตายไปแล้วนะ! ใครจะมีสิทธิ์มาฟ้องร้องผม!” ธาวินทร์ตะโกนลั่นห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ผู้คนรอบข้างเริ่มหันมามองและยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิป
พิมพ์มาดาเริ่มส่งเสียงกรี๊ด สองมือพยายามปัดป้องไม่ให้เจ้าหน้าที่หญิงเข้าประชิดตัว “ปล่อยฉันนะ! พวกแกไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร! ฉันคือดีไซเนอร์ชื่อดังนะ!”
“ผู้เสียหายไม่ได้เสียชีวิตครับ” นายตำรวจเอ่ยเสียงเรียบเย็น “และคุณรดา วรโชติเมธี ได้มอบอำนาจให้ทนายความประจำตระกูลดำเนินคดีกับพวกคุณจนถึงที่สุด เชิญครับ… อย่าให้ต้องใช้กำลัง”
คำว่า ‘ผู้เสียหายไม่ได้เสียชีวิต’ ฟาดเปรี้ยงลงกลางกระหม่อมของธาวินทร์ราวกับสายฟ้าผ่า เขายืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทาจนแทบก้าวขาไม่ออก
รดายังไม่ตาย… ผู้หญิงคนนั้นรอดชีวิตมาได้!
ทนายความส่วนตัวของพิมพ์มาดาที่ได้รับการติดต่อล่วงหน้า วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมหลักทรัพย์บางส่วน และสามารถยื่นขอประกันตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวนได้ด้วยวงเงินสดก้อนสุดท้ายที่พิมพ์มาดาซ่อนไว้ที่คอนโดมิเนียมของมารดา โดยมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศและต้องติดกำไลอีเอ็มที่ข้อเท้า
ทั้งสองถูกปล่อยตัวออกมาจากสถานีตำรวจในช่วงพลบค่ำ เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาเลื่อนลอย ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี
“บ้าน… วินทร์ เราต้องกลับไปที่คฤหาสน์สุขุมวิท” พิมพ์มาดาละล่ำละลัก ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนมาสคาร่าเปรอะแก้ม “เรายังมีบ้านหลังนั้นอยู่ โฉนดมันต้องอยู่ที่นั่น เราขายบ้านหลังนั้นแล้วหนีไปต่างจังหวัดก่อนเถอะค่ะ”
“ใช่… คฤหาสน์สุขุมวิท รดามันรักบ้านหลังนั้นมาก มันต้องยอมเจรจาแน่ถ้าฉันถือไพ่เหนือกว่า” ธาวินทร์พยายามปลอบใจตัวเองด้วยภาพลวงตา เขากัดฟันเรียกรถแท็กซี่เพื่อมุ่งหน้าไปยังสุขุมวิททันที
เวลาสองทุ่มตรง รถแท็กซี่เลี้ยวเข้าสู่ซอยสุขุมวิทอันเงียบสงบ แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ธาวินทร์และพิมพ์มาดาต้องชะงักงัน
ประตูรั้วเหล็กดัดสีดำทองของคฤหาสน์ถูกปิดล็อกด้วยโซ่เส้นใหญ่หนาเตอะ พร้อมกุญแจรหัสตัวยักษ์ ด้านหน้ารั้วมีป้ายไวนิลขนาดใหญ่พิมพ์ข้อความสีแดงฉานสะดุดตา:
‘สถานที่ส่วนบุคคล ห้ามบุกรุก ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุกตามกฎหมาย ทรัพย์สินของ นางรดา วรโชติเมธี แต่เพียงผู้เดียว’
และที่น่าสมเพชยิ่งกว่านั้น ตรงลานปูนหน้าประตูรั้ว มีกองกระเป๋าเดินทางเก่าๆ และถุงขยะสีดำขนาดใหญ่หลายสิบใบวางกองพะเนิน เสื้อผ้าแบรนด์เนม รองเท้าส้นสูง และเครื่องสำอางของพิมพ์มาดาไหลทะลักออกมาเกลื่อนพื้น มีป้ายกระดาษแข็งเขียนด้วยลายมือวางทับไว้ว่า ‘เศษขยะรอรถเทศบาลมาเก็บ’
“กรี๊ดดดดดด! ของของฉัน! เสื้อผ้าของฉัน!” พิมพ์มาดาวิ่งถลาเข้าไปคุ้ยถุงขยะอย่างบ้าคลั่ง ชุดราตรีราคาหลักแสนเปรอะเปื้อนคราบฝุ่นและน้ำสกปรกบนพื้นถนน “นังรดา! นังสารเลว! แกทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง!”
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” ธาวินทร์พุ่งเข้าไปเขย่ารั้วเหล็กดัดเสียงดังสนั่น เขามองทะลุผ่านรั้วเข้าไปในตัวบ้าน… แล้วก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ภายในคฤหาสน์หรูหราที่เคยเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์หลุยส์และงานศิลปะล้ำค่า บัดนี้… ว่างเปล่าจนน่าขนลุก
ไม่มีโซฟา ไม่มีโต๊ะอาหาร ไม่มีผ้าม่าน ไม่มีแม้กระทั่งโคมไฟระย้า บนเพดานเหลือเพียงสายไฟเปลือยเปล่าที่ห้อยร่องแร่ง พื้นหินอ่อนขัดมันสะท้อนเพียงความเวิ้งว้าง โบ๋เบ๋ราวกับสุสานร้างที่ถูกทิ้งร้างมานานนับสิบปี
“วินทร์… บ้าน… บ้านเราหายไปไหนหมด…” พิมพ์มาดาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นถนน ดวงตาเหม่อลอยคล้ายคนเสียสติ
ทันใดนั้น เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินขัดเบาๆ ดังมาจากเงามืดริมระเบียงหน้าบ้าน
แสงไฟหน้ารถลีมูซีนคันหรูที่จอดอยู่ด้านในสว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นหญิงสาวร่างบางในชุดเดรสสูทสีขาวบริสุทธิ์ เธอสวมเสื้อคลุมผ้าไหมทับไว้เหนือไหล่ ใบหน้างดงามคมคายไร้ที่ติ ริมฝีปากแต้มลิปสติกสีแดงสดราวกับเลือดนก แววตานิ่งสงบดุจผืนน้ำที่ซ่อนพายุคลื่นยักษ์เอาไว้
รดาก้าวเดินออกมายืนตรงหน้ารั้วเหล็กอย่างช้าๆ มีทนายอรรถพลและบอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสีดำยืนอารักขาอยู่ข้างหลัง
“รดา…” ธาวินทร์ครางออกมา น้ำลายเหนียวหนืดจนกลืนแทบไม่ลง “เธอยัง… ยังไม่ตายจริงๆ เหรอ…”
รดามองชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเรียกว่าสามีด้วยสายตารังเกียจราวกับมองซากหนอนแมลงวัน เธอคลี่รอยยิ้มบางเบาที่ไร้ความอบอุ่น
“ผิดหวังล่ะสิธาวินทร์? นึกว่าฉันจะนอนเน่าตายอยู่ในห้องผ่าตัด แล้วปล่อยให้พวกแกสองคนเสวยสุขบนกองเงินกองทองของตระกูลฉันงั้นเหรอ?”
“รดา… ฟังผมก่อนนะ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด!” ธาวินทร์เกาะรั้วเหล็กแน่น พยายามยื่นมือข้ามลูกกรงเข้าไปหาเธอ “ผมถูกนังพิมพ์มาดามันหลอก! มันวางแผนทั้งหมด มันเป่าหูผมให้ยักยอกเงิน ผมรักคุณคนเดียวนะรดา ผมทำไปเพราะชั่ววูบ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะนะ คุณยกโทษให้ผมเถอะ!”
“วินทร์! คุณพูดบ้าอะไรของคุณ!” พิมพ์มาดาหันมาตวาดแหว ตาเหลือกโพลง “คุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเกลียดนังขี้โรคนี่จะตายชัก! คุณบอกว่ารอให้มันตายแล้วเราจะฮุบสมบัติมันทั้งหมด!”
“หุบปากนังสารเลว! เพราะแกคนเดียวที่ทำลายชีวิตฉัน!” ธาวินทร์หันไปผลักพิมพ์มาดาจนล้มก้นกระแทกพื้น ทั้งคู่เริ่มตบตีและกระชากผมกันเองหน้าประตูรั้วอย่างบ้าคลั่ง สันดานดิบแห่งความเห็นแก่ตัวถูกเปิดเปลือยออกมาอย่างไร้ยางอาย
รดายืนกอดอกมองดูภาพสัตว์ร้ายกัดกันเองด้วยความสมเพช แพรวาส่งแก้วไวน์แดงให้เธอ รดาจิบเพียงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน
“หยุดแสดงละครลิงได้แล้ว”
คำพูดเพียงประโยคเดียวทำให้ทั้งคู่ชะงัก ธาวินทร์หันกลับมาคุกเข่าลงต่อหน้ารั้วเหล็ก สองมือพนมไหว้อย่างน่าเวทนา น้ำตาแห่งความกลัวไหลอาบแก้ม
“รดา… ปลดล็อกบัญชีให้ผมเถอะนะ ผมขอร้อง ผมยอมเซ็นใบหย่าให้คุณทุกอย่าง ผมจะไม่เอาเงินคุณแม้แต่บาทเดียว ปล่อยผมไปเถอะนะรดา ศาลมีหมายจับ… ผมไม่อยากติดคุก!”
รดาเดินเข้ามาประชิดรั้วเหล็ก ก้มลงสบตากับเขาในระยะห่างไม่ถึงเมตร สายตาของเธอเย็นเยียบจนธาวินทร์ต้องสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
“นายคิดว่าการติดคุกมันจบแค่นั้นเหรอธาวินทร์?” รดากระซิบเบาๆ แต่ทุกคำชัดเจนบาดลึก “เงินหนึ่งร้อยแปดสิบล้านที่นายยักยอกไป ฉันตามอายัดกลับมาได้ครบทุกบาททุกสตางค์แล้ว ส่วนหนี้นอกระบบ… ถึงแม้สัญญาจำนองบ้านจะเป็นโมฆะ แต่นายเซ็นสัญญากู้ยืมส่วนบุคคลเอาไว้ด้วยลายมือชื่อตัวเองล้วนๆ นายทุนคนนั้นเขาไม่ได้ใจดีเหมือนฉันหรอกนะ”
ใบหน้าของธาวินทร์ถอดสีจนกลายเป็นสีเทา “ไม่… ไม่จริง…”
“และที่สำคัญที่สุด งานแต่งงานอันยิ่งใหญ่ของนายกับนังดีไซเนอร์ตกอับคนนี้…” รดาเหลือบมองพิมพ์มาดาที่นั่งสั่นเทิ้มอยู่บนพื้น “ฉันส่งคลิปถ่ายทอดสด พร้อมสำเนาทะเบียนสมรสที่ยังสมบูรณ์ของฉันกับนาย ไปให้สื่อมวลชนทุกสำนัก สมาคมแฟชั่นแห่งประเทศไทย และสปอนเซอร์ทุกรายของแบรนด์หล่อนเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เช้า ข่าว ‘ไฮโซกำมะลอกับชู้รักร่วมกันฉ้อโกงและจัดงานวิวาห์ซ้อน’ จะขึ้นหน้าหนึ่งทุกแพลตฟอร์ม”
“รดา… อย่าทำแบบนี้ ได้โปรด…” พิมพ์มาดาคลานเข้ามาเกาะขอบรั้ว ร้องไห้จนแทบขาดใจ “ชีวิตการทำงานของฉัน… อนาคตของฉัน…”
“อนาคตของพวกแกจบลงตั้งแต่วินาทีที่พวกแกกดตัดสายโรงพยาบาลในขณะที่ฉันกำลังจะตายแล้ว”
รดาเอ่ยเสียงเฉียบขาด แววตาไร้ซึ่งความปรานีหลงเหลืออยู่อีกต่อไป
“พวกแกทำให้หัวใจของฉันเกือบหยุดเต้น… ดังนั้น สิ่งที่พวกแกต้องชดใช้ ไม่ใช่แค่เงินทอง แต่คือชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมด นายจะไม่ได้แค่นอนในคุก แต่จะต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดผวาจากเจ้าหนี้ที่ตามล่า ส่วนหล่อน… จะไม่มีที่ยืนในสังคมนี้อีกต่อไป กลายเป็นเสนียดจัญไรที่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะมองหน้า”
รดาหันหลังกลับอย่างสง่างาม ไม่แม้แต่จะเหลียวมองดูเศษซากอดีตที่กำลังกรีดร้องอ้อนวอนอยู่เบื้องหลัง
“อาอรรถพลคะ…” เธอสั่งการโดยไม่หยุดเดิน “โทรเรียกตำรวจมารับตัวพวกมันไปขังที่โรงพัก ข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญและบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคล คืนนี้… ให้พวกมันได้ลิ้มรสความหนาวเหน็บในห้องขังให้เต็มคราบ”
“รับทราบครับคุณรดา” ทนายอรรถพลค้อมศีรษะรับคำสั่ง ก่อนจะต่อสายหาผู้กำกับการสถานีตำรวจทองหล่อทันที
เสียงไซเรนรถตำรวจดังแว่วมาแต่ไกล สอดประสานกับเสียงกรีดร้องและเสียงสะอื้นไห้อย่างสิ้นหวังของธาวินทร์และพิมพ์มาดาที่ดังระงมอยู่หน้าประตูรั้ว
รดาก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังของรถลีมูซีนคันหรู เธอยกมือขึ้นทาบแผลผ่าตัดที่หน้าอก หัวใจดวงใหม่ที่ได้รับการรักษาเต้นเป็นจังหวะหนักแน่น สม่ำเสมอ และทรงพลังกว่าครั้งไหนๆ
กระจกรถค่อยๆ เลื่อนปิดลง ตัดขาดเสียงโหยหวนของคนทรยศออกจากโลกของเธอตลอดกาล
รถยนต์เคลื่อนตัวออกไปข้างหน้าอย่างนิ่มนวล ทิ้งอดีตอันเน่าเฟะไว้เบื้องหลัง เพื่อมุ่งหน้าสู่อาณาจักรวรโชติเมธีที่เธอกำลังจะกลับไปทวงคืนและปกครองด้วยสองมือของเธอเองอย่างแท้จริง.