เสียงหัวเราะเยาะหยันระเบิดขึ้นกลางห้องโถงทันทีที่คำว่า ‘บ้านไม้ริมน้ำ’ หลุดออกจากปากทนายความ รตีแทบจะสำลักน้ำชาที่เพิ่งยกขึ้นจิบ หล่อนปรายตามองมาที่ฉันด้วยแววตาสมเพชระคนสะใจอย่างปิดไม่มิด
“บ้านไม้ริมน้ำอยุธยางั้นเหรอ? ฮ่าๆๆ นึกว่าคุณย่าจะซ่อนสมบัติอะไรไว้ให้เด็กเก็บมาเลี้ยง ที่แท้ก็เศษไม้ผุๆ ปลวกแทะหลังนั้นเนี่ยนะ!” รตีเอ่ยพลางใช้เล็บที่เคลือบสีแดงสดเคาะลงบนโต๊ะอาหารหินอ่อน “ตอนเด็กๆ ฉันเคยผ่านไปทีหนึ่ง ฝนตกทีน้ำก็ท่วมถึงคาน หลังคาก็แทบจะถล่มลงมาทับหัว จะขายทอดยังไม่มีใครเอาเลยมั้ง น่าสงสารจริงๆ นะนิดา แต่ก็นะ… คนอย่างแก ได้แค่นั้นก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว”
ป้าสมศรีหัวเราะหึๆ ในลำคอ หล่อนเชิดหน้าขึ้นพลางลูบสร้อยเพชรเส้นโตที่เพิ่งได้สิทธิ์ครอบครอง “เอาเถอะนิดา ถึงแกจะไม่ได้เงินสดสักแดงเดียว แต่คุณหญิงท่านก็ยังมีเมตตา ไม่ปล่อยให้แกต้องไปนอนข้างถนน รีบเก็บเสื้อผ้าออกจากคฤหาสน์นี้ภายในพรุ่งนี้ซะล่ะ เพราะบ้านหลังนี้กับทรัพย์สมบัติทั้งหมดเป็นของฉันกับยัยรตีแล้ว อย่าคิดจะมาหยิบฉวยอะไรติดมือไปแม้แต่ชิ้นเดียว!”
ฉันไม่ได้ตอบโต้แม้แต่คำเดียว มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ใต้โต๊ะอาหาร ไม่ใช่เพราะโกรธแค้นที่ไม่ได้ทรัพย์สมบัติมหาศาล แต่เป็นเพราะความเจ็บปวดที่เห็นคนในครอบครัวเหยียบย่ำความทรงจำและเจตนารมณ์สุดท้ายของคุณย่า ฉันมองสบตากับทนายชูเกียรติ ทนายความชราผู้รับใช้คุณย่ามาหลายสิบปี แววตาของเขาไม่ได้มีเพียงความสงสาร แต่แฝงไปด้วยประกายบางอย่างที่ลึกซึ้งและเคร่งขรึม ราวกับเขากำลังเก็บงำความลับยิ่งใหญ่เอาไว้
“นี่คือกุญแจและโฉนดที่ดินครับคุณนิดา” ทนายชูเกียรติยื่นซองหนังเก่าๆ ที่มีลูกกุญแจทองเหลืองดอกใหญ่โบราณให้กับฉัน เขากระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน “คุณท่านบอกผมไว้ก่อนสิ้นลม… ว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดไม่ได้อยู่ที่ตาเห็น ขอให้คุณนิดาเดินทางไปที่นั่นคนเดียว และเปิดดูมันด้วยตัวคุณเองครับ”
วันรุ่งขึ้น ฉันแบกกระเป๋าเสื้อผ้าใบเก่าเพียงใบเดียวออกจากคฤหาสน์วิจิตรธรรม ท่ามกลางสายตาเย้ยหยันของบรรดาคนรับใช้ที่แปรพักตร์ไปประจบสอพลอป้าสมศรีและรตี ฉันนั่งรถโดยสารประจำทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดอยุธยา ปลายทางคือบ้านไม้ริมแม่น้ำป่าสักที่คุณย่าเคยพาฉันไปพักผ่อนเพียงครั้งเดียวเมื่อสิบปีก่อน
เมื่อก้าวเท้าลงจากรถรับจ้าง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบ บ้านไม้สักสองชั้นทรงไทยประยุกต์โบราณตั้งตระหง่านอยู่ริมคุ้งน้ำ สภาพภายนอกทรุดโทรมลงไปมากตามกาลเวลา เสาไม้บางต้นมีรอยปลวกแทะ ชานเรือนด้านหน้าผุกร่อนจนแทบก้าวผ่านไม่ได้ เถาวัลย์และวัชพืชขึ้นรกชัฏปกคลุมไปทั่วบริเวณ หากมองจากสายตาของคนภายนอก นี่คือบ้านร้างไร้ราคาที่รอวันพังทลายลงสู่แม่น้ำอย่างแท้จริง
“คุณย่าคะ… นิดากลับมาแล้วค่ะ” ฉันพึมพำกับสายลม น้ำตาเอ่อคลอเบ้าเมื่อกลิ่นอายความอบอุ่นของคุณย่ายังคงลอยวนอยู่ในความทรงจำ