End: แม่แกล้งตายแล้วให้ฉันนอนข้าง ๆ—พอสามีกับพี่สาวมาถึง ฉันก็ได้ยินแผนการฮุบสมบัติบ้านเรา

บทที่ 3: กับดักที่ย้อนกลับมากลืนกิน

เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้สีขาวเข้ามาในห้องรับแขกของบ้านไม้สักทองโบราณ บรรยากาศเงียบสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พิมพ์ชนกลืมตาขึ้นช้า ๆ เธอนอนทอดร่างอยู่บนเสื่อผืนเดิม ใกล้ ๆ กันนั้น คุณยายรัตนาก็ลุกขึ้นนั่งพับเพียบเรียบร้อย ใบหน้ามีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นเล็กน้อย

—ตื่นกันได้แล้วสองตัวการใหญ่… —ยายรัตนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงบิดขี้เกียจดังมาจากห้องนอนชั้นบน

ไม่นานนัก กรณ์ในชุดเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่และปานระพีที่แต่งหน้าแต่งตาด้วยความมั่นใจก็เดินลงมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง ทั้งสองคนดูตื่นเต้นและกระตือรือร้นเป็นพิเศษ มือถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่บังคับให้พิมพ์ชนกและยายปั๊มลายมือเมื่อคืนไว้แน่น ราวกับว่าข้างในนั้นคือสมบัติล้ำค่าที่จะพลิกชีวิตพวกมันให้กลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน

—อรุณสวัสดิ์ครับคุณยาย… อรุณสวัสดิ์จ้าพิมพ์ —กรณ์ทักทายด้วยน้ำเสียงประจบสอพลอแบบที่พิมพ์ชนกไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนในรอบสิบปีที่ผ่านมา —เมื่อคืนหลับสบายดีไหมล่ะ? วันนี้ผมกับพี่ปานมีธุระสำคัญต้องรีบไปจัดการที่กรมที่ดินซะหน่อยนะ เดี๋ยวทุกอย่างเรียบร้อย เราค่อยมาฉลองใหญ่อีกรอบ

ปานระพีเสริมขึ้นทันทีด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง

—ใช่แล้วล่ะยาย เอกสารทุกอย่างเซ็นและประทับตราครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ทั้งโฉนด ทั้งหนังสือมอบอำนาจพิเศษ… บอกลาบ้านเก่าคร่ำครึหลังนี้ได้เลย เตรียมตัวไปอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุสบาย ๆ ดีกว่านะยาย ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องดูแลบ้านหลังใหญ่โตนี้อีกต่อไปแล้ว!

พิมพ์ชนกค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวหรืออ่อนแอหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเย็นชาและประกายแห่งความสะใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย

—มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอคะ ว่าเอกสารในมือพี่จะพาพี่ไปถึงกรมที่ดินได้จริง ๆ? —พิมพ์ชนกเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท

ปานระพีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะร่วนออกมาเสียงดัง

—ฮ่า ๆ ๆ นังพิมพ์ แกจะมาทำฟอร์มทำเป็นเก่งอะไรตอนนี้ล่ะ? ลายนิ้วมือก็อยู่บนเอกสาร สำเนาสำมะโนครัวก็ครบถ้วน หรือแกคิดจะมาพลิกลิ้นโวยวายตอนนี้ ก็ไม่มีใครช่วยแกได้หรอกนะ เพราะผัวรักของแกนี่แหละที่เป็นคนช่วยจัดฉากทุกอย่างให้ตั้งแต่ต้น!

กรณ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของภรรยา ความรู้สึกแปลก ๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในอก แต่ความโลภและความมั่นใจในแผนการก็ทำให้เขาปัดความกังวลนั้นทิ้งไปทันที

—พิมพ์ อย่ามาทำเป็นอวดดีเลยน่า ยอมรับความจริงซะเถอะ ว่าเธอมันก็แค่เหยื่อในเกมนี้ ยอมเซ็นซะดี ๆ หรือถ้าจะให้ดี รีบ ๆ ไปเก็บเสื้อผ้าออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะให้คนมาไล่เธอตะเพิดออกไปจริง ๆ!

—เหยื่อเหรอ? —ยายรัตนาหัวเราะแหบพร่าออกมาบ้าง ท่านลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้สังขารจะร่วงโรย แต่ท่าทางกลับองอาจและทรงอำนาจจนสองผัวเมียถึงกับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง —พวกแกสองคนต่างหากล่ะ ที่เป็นไอ้โง่สองตัวที่เดินเข้ากรงขังด้วยความสมัครใจ!

—ยายพูดอะไรของยาย! เลอะเลือนไปกันใหญ่แล้วมั้ง! —ปานระพีหน้าถอดสี เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

—ฉันไม่ได้เลอะเลือน นังระพี! —ยายรัตนาตบโต๊ะรับแขกเสียงดังสนั่น —เอกสารที่พวกแกบังคับให้หลานฉันกับฉันปั๊มนิ้วมือลงไปเมื่อคืนน่ะ มันไม่ใช่โฉนดตัวจริงหรอกนะ! มันเป็นแค่สำเนาชุดเก่าที่หมดอายุ ที่ฉันให้ทนายความประจำตระกูลร่างขึ้นมาเพื่อหลอกพวกแกโดยเฉพาะ ส่วนโฉนดตัวจริงและเอกสารสำคัญทั้งหมด… ตอนนี้อยู่ในตู้นิรภัยที่ธนาคาร ที่พิมพ์ชนกเอาไปเก็บไว้ตั้งแต่ก่อนที่พวกแกจะวางแผนชั่ว ๆ นี้ซะอีก!

กรณ์หน้าซีดเผือด เลือดในกายเย็นเฉียบทันที

—ไม่… เป็นไปไม่ได้! ฉันหากล่องเอกสารในบ้านนี้จนพลิกแผ่นดินแล้วนะ!

—แกคิดว่าคนแก่สมองเสื่อมอย่างฉัน จะไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของแกเหรอ กรณ์? —พิมพ์ชนกเดินเข้าไปใกล้สามีสามัญสำนวณชั่วช้า ดวงตาจ้องมองเขาด้วยความเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด —นายคิดว่านายฉลาดมากใช่ไหมที่คอยจับตาดูฉัน แต่นายลืมไปว่า… รอยแผลที่ปลายนิ้วโป้งของฉันเมื่อคืนนี้ มันคือรอยแผลจากใบมีดตัดเสื้อที่เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ และรอยนิ้วมือที่เปื้อนหมึกบนกระดาษแผ่นนั้น ก็จะมีเอกลักษณ์ของรอยแผลเป็นนั้นติดอยู่ด้วยอย่างชัดเจน!

ปานระพีรีบคว้าซองเอกสารสีน้ำตาลมาเปิดดูแล้วหยิบกระดาษด้านในขึ้นมาพลิกดูด้วยมืออันสั่นเทา เมื่อสายตากวาดมองรายละเอียดชัดเจน เธอก็กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด

—นี่มัน… สำเนาปลอม! พวกแกหลอกพวกเรา!

—ใช่ พวกเราหลอกให้พวกแกตายใจไงล่ะ! —เสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นดังขึ้นจากทางประตูหน้าบ้านที่เปิดกว้างอยู่

ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเรียบร้อย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบอีกสองนายและทนายความประจำตระกูล ก้าวเท้าเข้ามาในบ้านอย่างองอาจ ปานระพีและกรณ์ถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นในทันที สีหน้าขาวซีดเผือดไร้สีเลือด

—ร้อยตำรวจเอกวิชัยครับ —นายตำรวจหนุ่มเอ่ยนามพร้อมกับชูบัตรประจำตัวขึ้น —คุณปานระพี และคุณกรณ์ พวกคุณถูกจับในข้อหาพยายามปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ฉ้อโกง และสมรู้ร่วมคิดกันกระทำความผิดเพื่อฮุบสมบัติของผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย!

—ไม่! ไม่จริงนะ! พวกเราถูกกลั่นแกล้ง! —กรณ์พยายามโวยวายและดิ้นรนสุดชีวิตเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามารวบแขนทั้งสองข้างใส่กุญแจมือ —พิมพ์! ช่วยฉันด้วย! เราเป็นผัวเมียกันนะ!

พิมพ์ชนกมองดูสามีที่เคยรักและไว้ใจด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เธอไม่มีความสงสารหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงถ้อยคำเยือกเย็นที่หลุดออกมาจากริมฝีปาก

—เราจบกันแค่นี้แหละกรณ์… ส่วนความผิดที่นายทำ เตรียมตัวไปชดใช้ในคุกหัวโตตามที่ยายบอกไว้เถอะนะ

ปานระพีพยายามจะคลานหนีแต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล็อกตัวไว้เช่นกัน เสียงกรีดร้องโวยวายด้วยความโกรธแค้นและสิ้นหวังดังสะท้อนก้องไปทั่วบ้านไม้สักทองโบราณ ก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะถูกคุมตัวออกไปจากบ้านเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

ภายในห้องรับแขกกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

แสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้าส่องกระทบพื้นไม้ขัดมัน ทอดเงาร่างของคุณยายรัตนาและพิมพ์ชนกที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่อย่างมั่นคง

ยายรัตนาระบายยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก พร้อมกับเอื้อมมือเหี่ยวย่นไปตบหลังหลานสาวเบา ๆ อย่างอ่อนโยน

—ผ่านเรื่องร้าย ๆ ไปได้แล้วนะพิมพ์ชนก… ต่อไปนี้ บ้านหลังนี้และชีวิตของลูกสาวตัวน้อย จะเป็นของพวกเราอย่างแท้จริงแล้ว

พิมพ์ชนกโผเข้าสวมกอดหญิงชราผู้เป็นที่รัก น้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับแรมปีไหลรินออกมาจนหมดสิ้น แต่ครั้งนี้… มันคือน้ำตาแห่งการเริ่มต้นใหม่ ชีวิตใหม่ที่เธอจะเป็นผู้กำหนดด้วยมือของเธอเอง

คุณต้องการให้เพิ่มฉากตอนจบที่พิมพ์ชนกใช้ชีวิตใหม่อย่างมีความสุขกับน้องไพลิน หรืออยากให้ขยายความรู้สึกสะใจตอนที่พวกกรณ์โดนตัดสินในศาลเพิ่มไหมครับ?

Leave a Comment