End: วันแต่งงานที่ฉันถูกทิ้งไว้ข้างทาง — แต่บนชั้นดาดฟ้า ฉันได้พบกับชีวิตใหม่

นี่คือบทสรุปตอนจบความยาว 2,000 คำ ที่สานต่อเรื่องราวความรัก การตัดสินใจ และการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของมาราและกรณ์ครับ:

ตอนที่ 3: บทเพลงใหม่บนดาดฟ้า และคำตอบของหัวใจ

ความเงียบสงบชั่วขณะหนึ่งแผ่ปกคลุมไปทั่วระเบียงดาดฟ้า มีเพียงเสียงสายลมยามเย็นที่พัดผ่านยอดตึกระฟ้าของกรุงเทพฯ และแสงไฟระยิบระยับของเมืองเบื้องล่างที่เริ่มส่องประกายแข่งกับแสงดาว

หัวใจของฉันเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตกใจ สับสน ตื้นตัน และหวาดกลัวเล็กๆ ภาพของกันต์กับบิวตี้ในห้องจัดเลี้ยงชั้นล่างยังคงติดตา แต่ภาพที่อยู่ตรงหน้า—ผู้ชายคนนี้ที่ยืนหยัดเคียงข้างฉันในวินาทีที่แตกสลายที่สุด—กลับให้ความรู้สึกมั่นคงราวกับผืนดินที่รองรับฝ่าเท้าหลังจากพายุโหมกระหน่ำ

ในกล่องกำมะหยี่สีแดงนั้น แหวนเพชรเม็ดงามเปล่งประกายล้อกับแสงไฟ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันสะท้อนใจยิ่งกว่าคือแววตาของกรณ์ แววตาที่เต็มไปด้วยความจริงจัง ความอ่อนโยน และความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง แบบที่ฉันไม่เคยได้รับจากกันต์มาตลอดเจ็ดปี

“เธอควรจะตอบเขาว่าอย่างไรดี?” คำถามนั้นก้องอยู่ในใจของฉันเอง

ฉันก้มลงมองกรณ์ที่ยังคงคุกเข่ารอคอยคำตอบอย่างอดทน รอยแผลที่ข้อเท้าจากรองเท้าเจ้าสาวคู่เดิมยังคงแปลบปลาศ แต่มันกลับเตือนใจฉันว่า ฉันได้ก้าวพ้นผ่านนรกขุมนั้นมาแล้วจริงๆ

“กรณ์…” เสียงของฉันสั่นเครือเล็กน้อย “คุณแน่ใจแล้วเหรอ? คุณทำแบบนี้เพราะอยากช่วยฉันประชดกันต์ หรือเพราะสงสารฉันกันแน่?”

กรณ์ส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก “มารา ตั้งแต่วันแรกที่ผมเห็นคุณในกลุ่มเพื่อน ผมไม่เคยคิดจะมองผู้หญิงคนอื่นเลย แม้แต่ตอนที่ผมคบกับบิวตี้… ผมรู้ดีว่าหัวใจของเธออยู่ที่ไหน และผมก็รู้ว่าเธอกำลังเจ็บปวดแค่ไหนกับความเพิกเฉยของกันต์ ผมไม่ได้ทำเพื่อประชดใคร และผมไม่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องล้อเล่น ผมแค่อยากให้ผู้หญิงที่แสนดีและเข้มแข็งอย่างคุณ ได้รับความรักที่เธอควรจะได้มาตั้งนานแล้ว”

คำพูดของเขาเหมือนกุญแจที่ไขประตูบานสุดท้ายในใจฉัน

เจ็ดปีที่ผ่านมา ฉันพยายามพิสูจน์ตัวเอง พยายามอดทน พยายามเป็น ‘คนรักที่ดีพอ’ สำหรับกันต์ เผื่อว่าสักวันเขาจะหันมามองเห็นคุณค่าของฉัน แต่ความจริงก็คือ คนที่ไม่เห็นคุณค่าของเรา ต่อให้เราทำดีจนตาย เขาก็จะมองเห็นคนอื่นดีกว่าเสมอ

แต่กับกรณ์… แค่เพียงไม่กี่ชั่วโมงที่เราเผชิญชะตากรรมเดียวกัน เขากลับมองเห็นตัวตนของฉัน มองเห็นน้ำตาที่ฉันพยายามซ่อนไว้ และพร้อมจะหยิบยื่นเกียรติยศที่ฉันถูกพรากไปกลับคืนมา

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เอื้อมมือไปประคองแขนของเขาให้ลุกขึ้นยืนด้วยกัน

“ฉันจะตอบว่า…” ฉันเว้นจังหวะ มองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “ฉันยินดีรับข้อเสนอของคุณค่ะ กรณ์”

รอยยิ้มกว้างระบายบนใบหน้าของกรณ์ทันที เขาหยิบแหวนออกจากกล่องแล้วบรรจงสวมลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของฉัน ขนาดมันพอดีเป๊ะ ราวกับว่าเขาแอบจำหรือจินตนาการถึงมันมานานแสนนานแล้วจริงๆ

ทันทีที่แหวนสัมผัสผิว ประตูห้องกระจกบนดาดฟ้าก็เปิดออก เสียงปรบมือและเสียงเฮดังลั่น!

ฉันสะดุ้งด้วยความตกใจ หันไปมองก็พบว่าเพื่อนสนิทไม่กี่คนของกรณ์ รวมถึงพนักงานโรงแรมบางส่วนที่ช่วยกันเตรียมการอย่างกะทันหัน ต่างพากันถือดอกไม้และแก้วแชมเปญออกมาร่วมแสดงความยินดี บรรยากาศบนดาดฟ้าถูกเนรมิตรให้กลายเป็นงานแต่งงานขนาดเล็กที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างแท้จริง ไม่มีบทละครตบตา ไม่มีเกมงี่เง่า และไม่มีใครถูกทิ้งให้อยู่ข้างทาง

ในขณะเดียวกัน ที่ห้องจัดเลี้ยงหรูหราอลังการที่ชั้นล่าง งานฉลองมงคลสมรสระหว่างกันต์กับบิวตี้กำลังดำเนินไปอย่างสนุกสนาน เสียงเพลงคลอเบาๆ พร้อมกับแขกเหรื่อที่กำลังทยอยรับประทานอาหาร

กันต์ถือแก้วไวน์เดินทักทายแขกผู้ใหญ่ด้วยความภาคภูมิใจ แม้ในใจลึกๆ เขาจะรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยที่ตอนเดินออกจากลิฟต์ไม่เห็นมาราแล้ว แต่เขาก็คิดเข้าข้างตัวเองตามเคยว่า ‘เดี๋ยวคงนั่งแท็กซี่กลับไปร้องไห้ฟูมฟายที่ห้องเหมือนเดิมแหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงโทรมาง้อเอง’

“นี่ กันต์…” บิวตี้เดินเข้ามาหาเขาด้วยชุดเจ้าสาวจำแลงที่เธอยังคงสวมอยู่ สีหน้าของเธอมีความกังวลเล็กน้อย “แกเห็นมาราตั้งแต่ตอนออกจากโบสถ์ไหม? ฉันรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ ทำไมเขาถึงเงียบหายไปเลยล่ะ?”

กันต์หัวเราะในลำคออย่างไม่ใส่ใจ “ช่างเขาเถอะบิวตี้ เขาก็แค่เรียกร้องความสนใจ อยากทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาเหมือนทุกทีแหละ เดี๋ยวพอฉันไม่ตามง้อ เขาก็เลิกงอนไปเองนั่นแหละ กินต่อเถอะน่า”

แต่ความมั่นใจของกันต์ต้องสั่นคลอน เมื่อประตูห้องจัดเลี้ยงถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน เพื่อนสนิทคนหนึ่งของเขาหน้าตาตื่นวิ่งเข้ามาหา

“เฮ้ย กันต์! แย่แล้ววะ!”
“มีอะไรวะ หน้าตาตื่นมาเชียว” กันต์ขมวดคิ้ว
“แก… แกออกไปดูที่หน้าโรงแรม หรือไม่ก็ลองเช็กอินโซเชียลดูสิ” เพื่อนคนนั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “มีคนถ่ายรูปบนดาดฟ้าโรงแรมเราเมื่อกี้… มาราเขากำลังแต่งงานใหม่วะ!”

“ว่าไงนะ?!” กันต์ตาโต อุทานเสียงดังจนแขกโต๊ะข้างๆ หันมามอง “แต่งงานใหม่บ้าอะไร! อย่ามาอำเล่นน่า!”

บิวตี้หน้าถอดสี รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูฟีดข่าวและสตอรี่ของเพื่อนร่วมงานทันที และเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา มือของเธอก็สั่นเทาจนโทรศัพท์เกือบหลุดมือ

บนหน้าจอ คือภาพถ่ายมุมสูงจากดาดฟ้าของโรงแรมเดียวกันนี้เอง ผู้หญิงในชุดเดรสสีขาวเรียบหรูแต่สง่างามกำลังยิ้มกว้างอย่างมีความสุข ขณะที่ผู้ชายหล่อเหลาคนหนึ่งกำลังสวมแหวนให้เธอด้านหน้าซุ้มดอกไม้บนดาดฟ้า โดยมีป้ายชื่อแสดงความยินดีชัดเจน—‘งานมงคลสมรส กรณ์ & มารา’

กันต์แย่งโทรศัพท์มือถือมาจากมือของบิวตี้ ตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง สมองขาวโพลนไปหมด ภาพของผู้หญิงคนที่เขาเพิ่งทิ้งไว้ข้างทางเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน กำลังเข้าพิธีแต่งงานกับ ‘กรณ์’ ผู้ชายที่เคยเป็นแฟนของเพื่อนสนิทตัวเอง และเป็นคนที่เพิ่งมาส่งเธอที่นี่!

“เป็นไปไม่ได้…” กันต์พึมพำออกมาเสียงสั่น “เขาคบกับฉันมาเจ็ดปีนะ… เขาไม่มีทางทิ้งฉันไปแต่งงานกับคนอื่นภายในวันเดียวหรอก!”

เขารีบคว้าโทรศัพท์ของตัวเองมากดโทรออกเบอร์ของมาราทันที

ตู๊ด… ตู๊ด…
ไม่มีเสียงรับสาย
เขากดโทรซ้ำอีกครั้ง… และอีกครั้ง จนกระทั่งมีเสียงระบบตอบรับอัตโนมัติแจ้งว่า “หมายเลขที่คุณเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”

เขากดบล็อกเบอร์หรือลบเขาออกจากชีวิตไปแล้วจริงๆ…

ในวินาทีนั้นเอง กันต์เพิ่งตระหนักได้ว่า ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา เขาไม่ได้เป็น ‘ศูนย์กลางจักรวาล’ ของมาราอย่างที่เขาหลงระเริงมาตลอด และความอดทนของคนเรามันมีขีดจำกัด เมื่อความรักและความภักดีถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี สิ่งที่เหลืออยู่ก็ไม่ใช่ความอาลัยอาวรณ์อีกต่อไป แต่คือความว่างเปล่าและการก้าวเดินจากไปอย่างไม่หวนกลับ

ตัดกลับมาที่บรรยากาศบนดาดฟ้า เสียงเพลงบรรเลงเพลงรักหวานซึ้ง กรณ์โอบเอวฉันเบาๆ ขณะที่เรากำลังเต้นรำด้วยกันภายใต้แสงจันทร์และหมู่ดาว

ความเจ็บปวดจากอดีตเจ็ดปีไม่ได้หายไปในพริบตา แต่มันถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและความหวังครั้งใหม่ ฉันมองแหวนเพชรที่นิ้วนางข้างซ้าย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับกรณ์ ผู้ชายที่ทำให้ฉันรู้ว่า การเป็น ‘คนสำคัญ’ ของใครสักคนมันรู้สึกอย่างไร

“มีความสุขไหมครับคุณเจ้าสาว?” กรณ์กระซิบถาม พร้อมรอยยิ้มละมุนที่ทำให้ใจฉันเต้นผิดจังหวะ

ฉันยิ้มกว้างออกมาจากใจจริง เป็นรอยยิ้มที่สดใสที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา

“มีความสุขมากค่ะ… และขอบคุณนะ กรณ์ ที่ทำให้ฉันรู้ว่า ชีวิตใหม่ของฉันมันงดงามแค่ไหน”

ลมหนาวพัดโชยมาเบาๆ แต่ฉันไม่รู้สึกหนาวอีกต่อไปแล้ว เพราะฉันรู้ดีว่า… บนเส้นทางข้างหน้า จะมีมือคู่นี้ที่คอยกุมมือฉันเดินไปสู่อนาคตด้วยกันอย่างแท้จริง และที่สำคัญที่สุด ฉันไม่ต้องคอยวิ่งตามหลังใครอีกต่อไปแล้ว เพราะในสายตาของกรณ์ ฉันคือที่หนึ่ง… และเป็นคนเดียวที่เขาเลือกตั้งแต่แรกเสมอมา

Leave a Comment