ตอนที่ 2: ยาพิษในกระเป๋าและสายโทรศัพท์เปิดโปง (ขยายเนื้อเรื่องฉบับเต็ม)
ความมืดบริเวณโถงทางเดินชั้นสองของคฤหาสน์สุขุมวิทเงียบสงัด มีเพียงเสียงหึ่ง ๆ แผ่วเบาของเครื่องปรับอากาศส่วนกลางที่กำลังทำงาน อากาศเย็นเฉียบกระทบผิวของฉัน แต่สิ่งที่ทำให้ฉันเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจกลับเป็นภาพตรงหน้าที่ลอดผ่านช่องว่างของบานประตูห้องนอนใหญ่ ฉันยืนซ่อนตัวอยู่หลังเสาโรมันต้นใหญ่ กลั้นลมหายใจแทบขาดห้วง มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก
บนพื้นพรมทอมือผืนหรู แพรวา ลูกสะใภ้วัยยี่สิบห้าปีกำลังคุกเข่าอยู่หน้ากระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมสีดำของฉัน แสงจันทร์จากระเบียงและไฟหัวเตียงส่องสะท้อนให้เห็นสีหน้าของเธออย่างชัดเจน แววตาของเธอไม่มีความลังเลหรือหวาดกลัวอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความละโมบและความเคียดแค้นที่ลุกโชนอย่างน่าสยดสยอง
ตอนแรก ฉันคิดว่าเธอคงจะแอบมาค้นหาเอกสารสำคัญ ทะเบียนหุ้น หรือเครื่องเพชรที่ฉันเตรียมจะนำไปใส่ในงานเลี้ยงรับรองที่สิงคโปร์ ทว่าการกระทำถัดมาของเธอกลับทำให้ฉันตาสว่าง แพรวาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมผ้าซาตินตัวยาวของเธอ ก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาอย่างระมัดระวัง
มันคือ ขวดแก้วสีชาขนาดเล็กประมาณนิ้วก้อย ไร้ฉลากและตัวอักษรใด ๆ
มือของแพรวาสวมถุงมือยางแพทย์สีขาวบางเฉียบ เธอค่อย ๆ รูดซิปช่องใส่ของด้านข้างของกระเป๋าเดินทาง แล้วดึง กระติกน้ำสเตนเลสสุญญากาศ ประจำตัวของฉันออกมา กระติกใบนี้เป็นของที่ฉันต้องพกติดตัวเสมอเมื่อเดินทาง ฉันมักจะพกน้ำสมุนไพรอุ่น ๆ ดื่มบนเครื่องบินเพื่อลดความดันและปรับสมดุลร่างกาย ซึ่งเรื่องนี้ทุกคนในบ้านต่างรู้ดี โดยเฉพาะแพรวาที่เคยเห็นฉันหยิบมันออกมาดื่มนับครั้งไม่ถ้วน
แพรวาบิดเปิดฝากระติกน้ำอย่างแผ่วเบาจนแทบไม่มีเสียง จากนั้นเธอเปิดจุกขวดแก้วสีชา ใช้หลอดหยดดูดของเหลวใสไม่มีสีขึ้นมา แล้วหยดลงไปในกระติกน้ำทีละหยด… หนึ่ง… สอง… สาม… สี่… ห้าหยดเต็ม ๆ เธอปิดฝาขวดแก้วสีชาเก็บซ่อนไว้ในเสื้อคลุม จากนั้นปิดฝากระติกน้ำแล้วเขย่าเบา ๆ ให้ของเหลวกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนจะบรรจงจัดวางมันกลับเข้าไปในกระเป๋าเดินทางในตำแหน่งเดิมอย่างแม่นยำ ราวกับไม่เคยมีใครแตะต้องมันมาก่อน
ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วกระดูกสันหลังของฉัน นี่ไม่ใช่แค่การกลั่นแกล้งหรือขโมยของธรรมดา แต่มันคือการพยายามฆ่า! ยาพิษ… เธอกำลังวางยาพิษฉัน!
ในจังหวะที่เธอกำลังจะรูดซิปปิดกระเป๋าเดินทาง เสียงสั่นครืดคราดของโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเธอก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน แพรวาสะดุ้งเฮือก รีบกวาดสายตามองไปรอบห้องนอนอย่างระแวง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ เธอจึงรีบกดรับสายแล้วยกขึ้นแนบหู น้ำเสียงที่เธอกระซิบตอบปลายสายเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ปนเปไปด้วยความเหี้ยมเกรียมที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ฮัลโหล… ธัญญ์เหรอคะ? ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ”
ฉันเบิกตากว้างในความมืด… ธัญญ์? ชื่อนี้คือ ธัญญ์ ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายจัดซื้อของบริษัทฉัน ชายหนุ่มหน้าตาดีที่เคยได้รับการสนับสนุนจากเจ้าสัวอภิสิทธิ์ และเป็นคนที่แพรวาเคยแนะนำให้เข้ามาช่วยงานในเครือบริษัทเดินเรือ!
“ฉันจัดการหยดสารเคมีที่คุณหามาจากแล็บใต้ดินลงในกระติกน้ำของมันเรียบร้อยแล้วค่ะ… ห้าหยดตามที่คุณบอกเป๊ะ ๆ ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส ละลายน้ำได้ทันที” แพรวายกยิ้มมุมปาก น้ำเสียงของเธอเหี้ยมเกรียมขึ้นเรื่อย ๆ “พอมันขึ้นบินไปสิงคโปร์ช่วงเช้ามืด สารตัวนี้จะเริ่มทำปฏิกิริยากับระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจจะเต้นผิดจังหวะและความดันจะดิ่งลงฮวบฮาบ พอมันช็อกหมดสติและเสียชีวิตกลางอากาศ แพทย์ชันสูตรทั่วไปก็จะต้องลงความเห็นว่าหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันเพราะทำงานหนักและพักผ่อนไม่พอ ใครจะไปสงสัย? ในเมื่อพ่อของกวินทร์ก็เพิ่งตายด้วยโรคหัวใจไปเมื่อสองปีก่อน!“
เสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอของเธอดังก้องในห้องนอนที่เงียบสงัด มันเป็นเสียงหัวเราะของปีศาจร้ายในคราบมนุษย์
“คราวนี้แหละค่ะที่รัก หุ้นเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในบริษัทและคฤหาสน์หรูหลังนี้จะตกเป็นของกวินทร์ในฐานะทายาทคนเดียวโดยชอบธรรม แล้วคุณก็รู้ว่ากวินทร์เป็นคนหัวอ่อน เชื่อคนง่ายแค่ไหน แค่ฉันบีบน้ำตา ทำตัวเป็นภรรยาผู้น่าสงสารที่คอยปลอบใจเขา ไม่เกินสามเดือน ฉันจะเกลี้ยกล่อมให้เขาโอนถ่ายอำนาจบริหารและหุ้นทั้งหมดมาให้เรา… เมื่อถึงเวลานั้น บริษัทโลจิสติกส์หมื่นล้านก็จะเป็นของเราสองคน ส่วนกวินทร์ ฉันจะค่อย ๆ เขี่ยมันทิ้งทีหลัง… เตรียมเปิดแชมเปญฉลองได้เลยค่ะที่รัก พรุ่งนี้เช้าเราจะเริ่มชีวิตใหม่ด้วยกัน”
แพรวากดตัดสายไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เธอถอดถุงมือยางทิ้งลงในกระเป๋าเสื้อคลุม จัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนจะค่อย ๆ เดินย่องออกจากห้องนอนของฉันแล้วตรงกลับไปยังห้องนอนของเธอกับกวินทร์ที่ปีกขวาของคฤหาสน์
ฉันยืนพิงผนังในมุมมืด ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบทรุดลงกับพื้น น้ำตาแห่งความเจ็บปวดและเคียดแค้นรื้นขึ้นมาคลอเบ้า ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เป็นความเจ็บใจที่คนในบ้านที่ฉันพยายามประคับประคองและให้เกียรติมาตลอด กลับลอบแทงข้างหลังได้อย่างเลือดเย็นถึงเพียงนี้
ที่แท้แพรวาไม่ได้เกลียดฉันเพียงเพราะเรื่องสมบัติ แต่เธอร่วมมือกับชู้รักอย่างธัญญ์ วางแผนกำจัดฉัน และเตรียมจะฮุบทุกสิ่งทุกอย่างไปจากกวินทร์ ลูกชายที่แสนดีและซื่อสัตย์ของท่านเจ้าสัว! หากคืนนี้ฉันไม่ลงไปดื่มน้ำ เช้าวันพรุ่งนี้ฉันคงกลายเป็นเพียงศพไร้วิญญาณบนน่านฟ้าสิงคโปร์ และกวินทร์คงต้องตกเป็นเหยื่อรายต่อไปของงูพิษสองตัวนี้
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สะกดอารมณ์ทุกอย่างให้จมดิ่งลงสู่ความเยือกเย็น ความอ่อนแอที่มีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสติและความเด็ดเดี่ยว แพรวาคิดว่าฉันเป็นเพียงเด็กสาวอายุยี่สิบสี่ปีที่ไร้เดียงสาและโชคดีได้สมบัติ แต่เธอคงลืมไปแล้วว่า ก่อนที่ท่านเจ้าสัวอภิสิทธิ์จะยอมมอบอาณาจักรหมื่นล้านนี้ให้ฉันดูแล ท่านได้เคี่ยวกรำฉันผ่านวิกฤตทางธุรกิจมานับครั้งไม่ถ้วน
ฉันเดินกลับเข้าไปในห้องนอน ล็อกประตูอย่างแน่นหนา จากนั้นหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดดูไฟล์บันทึกภาพ… โชคดีเหลือเกินที่ก่อนที่ฉันจะลงไปข้างล่าง ฉันได้เปิดระบบกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่บนชั้นวางหนังสือเพื่อตรวจจับความปลอดภัยของห้องทำงานส่วนตัวเอาไว้ ทุกวินาทีที่แพรวาหยิบขวดแก้ว หยดยาพิษ และบทสนทนาโทรศัพท์อันอำมหิตของเธอ ถูกบันทึกไว้ในระบบคลาวด์ความละเอียดสูงอย่างครบถ้วนกระบวนความ!
ฉันหยิบกระติกน้ำสเตนเลสออกมาอย่างระมัดระวัง ใช้ทิชชูหนาห่อหุ้มไว้เพื่อไม่ให้ลบรอยนิ้วมือแฝง จากนั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกไปยังเบอร์ส่วนตัวของ พลตำรวจตรีเกรียงไกร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นเพื่อนสนิทของท่านเจ้าสัวอภิสิทธิ์ และเป็นที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงของบริษัท
“สวัสดีครับท่านประธานริน มีเรื่องด่วนอะไรรึเปล่าครับ โทรมาดึกขนาดนี้?” ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
“ท่านคะ… รินมีเรื่องคอขาดบาดตายอยากให้ท่านช่วยค่ะ” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่ทรงพลัง “ตอนนี้มีคนในบ้านลอบวางยาพิษในสัมภาระของริน และกำลังวางแผนฮุบบริษัทร่วมกับคนใน… รินมีหลักฐานวิดีโอคลิปชัดเจน รินต้องการให้ท่านเตรียมทีมสืบสวนและหมายจับด่วนที่สุดในคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าตรู่ เราจะปิดประตูตีแมวกันที่สนามบินสุวรรณภูมิค่ะ!”
เมื่อวางสาย ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง มองแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครด้วยสายตาที่ไร้ความปรานี
แพรวา… เธอคิดจะส่งฉันลงนรกงั้นเหรอ? พรุ่งนี้เช้า เธอจะได้รู้ว่านรกที่แท้จริงบนดิน… มันเป็นอย่างไร!