ตอนที่ 3: จุดจบของงูพิษและการพิพากษา (จบบริบูรณ์)

ตอนที่ 3: จุดจบของงูพิษและการพิพากษา (จบบริบูรณ์)

ตีสี่ครึ่งของเช้าวันใหม่ บรรยากาศรอบคฤหาสน์ยังคงมืดมิดและหนาวเหน็บ ฉันเดินลงมาจากชั้นสองในชุดสูททำงานสากลสีดำสนิท ใบหน้าแต่งแต้มอย่างประณีตดูสง่างามและไร้ร่องรอยของความหวาดหวั่น คนขับรถนำกระเป๋าเดินทางที่ฉันสับเปลี่ยนเป็นกระเป๋าใบใหม่และกระติกน้ำใบจำลองที่บรรจุน้ำเปล่าบริสุทธิ์ไปเก็บไว้ที่ท้ายรถตู้หรูเรียบร้อยแล้ว

ที่ห้องโถงชั้นล่าง แพรวาตื่นแต่เช้าอย่างผิดหูผิดตา เธอสวมชุดเดรสยาวผ้าลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ยืนเคียงข้างกวินทร์ที่กำลังขยี้ตาด้วยความง่วงนอน รอยยิ้มของแพรวาดูหวานหยด ทว่าในสายตาของฉัน มันคือรอยยิ้มของอสรพิษที่กำลังรอคอยเหยื่อสิ้นใจ

“คุณรินคะ ดื่มกาแฟร้อน ๆ ก่อนไหมคะ หรือจะเอากระติกน้ำใบโปรดไปด้วย? แพรวาเห็นวางอยู่เลยให้ป้าแม่บ้านตรวจดูความเรียบร้อยให้แล้วค่ะ เดินทางไกลจะได้สดชื่น” แพรวาพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใยเป็นประกายอย่างน่าชื่นชม

“ขอบใจจ้ะแพรวา แต่ฉันเอาน้ำไปเรียบร้อยแล้วล่ะ” ฉันตอบกลับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “จริงสิ วันนี้ไฟลต์เช้ามากและเป็นสัญญาใหญ่ กวินทร์ แพรวา… พวกเธอไปส่งฉันที่สนามบินสุวรรณภูมิด้วยกันหน่อยสิ ฉันอยากคุยเรื่องการจัดสรรงบประมาณโครงการใหม่ระหว่างทางพอดี”

กวินทร์พยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น “ได้สิครับคุณริน เดี๋ยวผมขับรถตามไปส่งถึงเกตเลยครับ”

แพรวามีสีหน้าชะงักไปเล็กน้อย แต่เมื่อคิดว่าการไปส่งที่สนามบินจะทำให้เธอได้เห็นฉันก้าวขึ้นเครื่องบินสู่ความตายด้วยตาตัวเอง รอยยิ้มกระหยิ่มใจก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเธออีกครั้ง “ยินดีค่ะคุณริน แพรวาจะไปส่งให้ถึงที่เลยค่ะ”

เวลาตีห้าสิบห้านาที ณ อาคารผู้โดยสารขาออก สนามบินสุวรรณภูมิ บรรยากาศคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แต่บริเวณห้องรับรองพิเศษระดับวีไอพีที่ฉันจองไว้กลับเงียบสงบเป็นพิเศษ เมื่อกวินทร์และแพรวาเดินตามฉันเข้ามาในห้องรับรอง แพรวาก็ต้องสะดุ้งเมื่อพบว่าภายในห้องไม่ได้มีเพียงแค่พนักงานต้อนรับ แต่กลับมี ธัญญ์ ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายจัดซื้อ นั่งจิบกาแฟรออยู่ด้วยสีหน้ากระสับกระส่าย พร้อมด้วยชายฉกรรจ์ในชุดนอกเครื่องแบบอีกสี่คน

“เอ๊ะ… คุณธัญญ์? คุณมาทำอะไรที่นี่แต่เช้าครับ?” กวินทร์ถามด้วยความสงสัย

ธัญญ์หน้าซีดเผือด รีบลุกขึ้นยืนละล่ำละลัก “เอ่อ… คือ… ท่านประธานเรียกผมมาด่วนเรื่องเอกสารสัญญาครับคุณกวินทร์”

สายตาของธัญญ์เหลือบมองแพรวาอย่างเลิกลั่ก ขณะที่แพรวาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวเริ่มเย็นเยียบจนน่าอึดอัด ฉันเดินไปนั่งลงที่โซฟากลางห้องอย่างสง่างาม ก่อนจะยกมือขึ้นส่งสัญญาณ ประตูห้องรับรองวีไอพีถูกปิดล็อกลงทันที พร้อมกับการปรากฏตัวของ พลตำรวจตรีเกรียงไกร และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม

“คุณริน… นี่มันเรื่องอะไรกันครับ? ทำไมมีตำรวจมาเยอะขนาดนี้?” กวินทร์ถามอย่างตกใจ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสน

ฉันหันไปมองกวินทร์ด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความเวทนา “กวินทร์… เธอเป็นคนดี ซื่อตรง และให้เกียรติฉันเสมอมา แต่คนข้างกายเธอ คนที่เธอเรียกว่าภรรยา กำลังจะฆ่าฉัน และเตรียมจะฮุบทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเธอ”

“คุณริน! คุณพูดบ้าอะไรของคุณ!” แพรวากรีดร้องขึ้นมาทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว “ฉันเป็นลูกสะใภ้คุณนะ! คุณเกลียดฉันจนถึงขั้นต้องจัดฉากสร้างเรื่องสกปรกแบบนี้มาใส่ร้ายฉันเลยเหรอคะ กวินทร์คะ… ช่วยแพรวาด้วย คุณรินเขาจะบีบแพรวาออกจากบ้าน!”

“ใส่ร้ายงั้นเหรอ?” ฉันแค่นยิ้มเยือกเย็น หยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาวางลงบนโต๊ะกระจก แล้วกดเล่นไฟล์วิดีโอที่เชื่อมต่อกับจอทีวีขนาดใหญ่ในห้องรับรอง

ภาพบนจอแสดงผลคมชัดระดับ 4K ปรากฏร่างของแพรวาในชุดนอนผ้าซาติน กำลังคุกเข่าเปิดกระเป๋าเดินทาง สวมถุงมือยาง แล้วใช้หลอดหยดหยดของเหลวจากขวดแก้วสีชาลงในกระติกน้ำของฉัน จากนั้น เสียงบทสนทนาโทรศัพท์อันอำมหิตก็ดังก้องไปทั่วห้องรับรองอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ:

‘ฮัลโหล… ธัญญ์เหรอคะ? สารเคมีที่คุณให้มา ฉันหยดลงในกระติกน้ำของมันเรียบร้อยแล้ว… พอมันตายกลางอากาศ หุ้นเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์จะตกเป็นของกวินทร์ แล้วเราค่อยหลอกฮุบต่อ… เมื่อถึงเวลานั้น บริษัทหมื่นล้านก็จะเป็นของเราสองคน ส่วนกวินทร์ ฉันจะค่อย ๆ เขี่ยมันทิ้งทีหลัง…’

เสียงของแพรวาที่บันทึกไว้ดังกังวานจนทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า

กวินทร์ยืนนิ่งขึงราวกับถูกฟ้าผ่า ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าถอดสีจนขาวซีด เขามองภาพในจอ สลับกับมองหน้าผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจ และมองหน้าธัญญ์ เพื่อนร่วมงานที่เขาไว้ใจ น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินออกมาด้วยความเจ็บปวดและขยะแขยง

“แพรวา… ธัญญ์… นี่พวกคุณ… พวกคุณทำแบบนี้ลงไปได้ยังไง!” กวินทร์ตวาดลั่นห้องด้วยเสียงสั่นเครือ “คุณรินดูแลเรา ให้เกียรติเราทุกอย่าง แล้วผม… ผมทำอะไรผิด ทำไมคุณถึงทำกับผมแบบนี้!”

แพรวาทรุดฮวบลงกับพื้น ขาของเธออ่อนแรงจนไม่อาจพยุงตัวได้อีกต่อไป ใบหน้าที่เคยเชิดหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดผวาอย่างถึงที่สุด “กะ… กวินทร์คะ มันไม่จริง! วิดีโอนั่นมันตัดต่อ! มีคนแกล้งฉัน ธัญญ์… บอกเขาสิว่าเราไม่ได้ทำ!”

ทว่าธัญญ์กลับทิ้งตัวลงคุกเข่า ยกมือไหว้ฉันและตำรวจตัวสั่นงันงก “ผมสารภาพแล้วครับ! ผมยอมรับทุกอย่าง! แพรวาเป็นคนสั่งให้ผมไปหาสารพิษมาครับ! เธอสัญญาว่าจะแบ่งเงินและหุ้นให้ผมครึ่งหนึ่ง ผมผิดไปแล้วครับท่านประธาน ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วย!”

“ไอ้สารเลว! แกหักหลังฉัน!” แพรวากรีดร้องราวกับคนเสียสติ พุ่งเข้าไปจะทำร้ายธัญญ์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงสองนายเข้าควบคุมตัวเธอไว้ได้ทันท่วงที

พลตำรวจตรีเกรียงไกรก้าวออกมายืนข้างฉัน พร้อมกับแสดงหมายจับและหลักฐานสำคัญ “นางสาวแพรวา และนายธัญญ์ ทางเราได้นำของเหลวในกระติกน้ำและขวดแก้วสีชาที่ค้นพบจากตัวนายธัญญ์ไปตรวจสอบที่สถาบันนิติเวชอย่างเร่งด่วนเมื่อเช้ามืด พบว่าเป็นสารไซยาไนด์ผสมสารระงับประสาทชนิดเข้มข้น ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายระบบหัวใจและหลอดเลือดเฉียบพลัน พวกคุณทั้งสองคนถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาสมรู้ร่วมคิดเพื่อฉ้อโกงทรัพย์สิน!”

เสียงคลิกของกุญแจมือเหล็กกล้าที่รัดเข้ากับข้อมือของแพรวาดังขึ้นอย่างเสียดแทงใจ เธอร้องไห้คร่ำครวญ พยายามคลานเข้ามาหาฉัน “คุณรินคะ… คุณแม่คะ! แพรวาผิดไปแล้ว แพรวาโลภมากไปเอง ยกโทษให้แพรวาเถอะนะคะ กวินทร์… ช่วยแพรวาด้วย แพรวาไม่อยากติดคุก!”

ฉันยืนมองเธอนิ่ง ๆ ด้วยสายตาที่เย็นชา ปราศจากความสงสารหรือความเกลียดชัง มีเพียงความเด็ดขาดของผู้นำอาณาจักร

“ฉันเคยเตือนเธอแล้วแพรวา ว่าความโลภมันไม่เคยพาใครไปสู่จุดจบที่ดี… ฉันให้เกียรติเธอในฐานะภรรยาของกวินทร์มาตลอด แต่ในเมื่อเธอเลือกที่จะตอบแทนความเมตตาด้วยยาพิษ เธอก็ต้องไปชดใช้กรรมในคุก ตารางชีวิตหลังจากนี้ของเธอ คงไม่มีคฤหาสน์หรู ไม่มีกระเป๋าแบรนด์เนม และไม่มีคำว่าการให้อภัยจากใครทั้งนั้น”

เจ้าหน้าที่ตำรวจลากตัวแพรวาและธัญญ์ที่กำลังร่ำไห้สะอึกสะอื้นออกไปจากห้องรับรอง ท่ามกลางสายตาของผู้คนในสนามบินที่หันมามองด้วยความตกตะลึง อนาคตอันสดใส ภาพลวงตาของความร่ำรวย และความทะเยอทะยานของพวกเขาทั้งสองคน พังทลายลงอย่างไม่มีวันหวนกลับ เหลือทิ้งไว้เพียงตราบาปและโทษทัณฑ์ตามกฎหมายที่จะจองจำพวกเขาไปอีกนานแสนนาน

กวินทร์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ก้มหน้าร้องไห้อย่างหมดรูป ฉันเดินเข้าไปใกล้ ๆ วางมือลงบนบ่าของเขาเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม

“ไม่เป็นไรนะกวินทร์… เจ็บปวดตอนนี้ ดีกว่าต้องตายใจไปตลอดชีวิต ถือว่าฟาดเคราะห์ครั้งใหญ่ไป อาณาจักรที่พ่อของเธอสร้างไว้ ฉันจะยังคงดูแลและปกป้องมันร่วมกับเธอต่อไป ไม่มีใครแย่งมันไปจากเราได้อีกแล้ว”

กวินทร์เงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยความซาบซึ้ง เขากุมมือฉันไว้แน่น “ขอบคุณครับคุณริน… ขอบคุณที่ช่วยชีวิตผม และช่วยปกป้องครอบครัวของเรา”

แสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของสนามบินสุวรรณภูมิ ขับไล่ความมืดมิดของค่ำคืนที่แสนอันตรายออกไปจนหมดสิ้น ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างโล่งอก ฟ้าหลังฝนย่อมสว่างสดใสเสมอ และนับจากวินาทีนี้ อาณาจักรการเดินเรือของตระกูลจะเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงและปลอดภัย ภายใต้การนำของฉัน… ม่ายสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้กับความชั่วร้ายใด ๆ.

Leave a Comment