Part 3: ถักทอสายใยที่ขาดหาย (End)
ไออุ่นจากฝ่ามือของอนาวินทำให้ความหนาวเหน็บที่เกาะกุมหัวใจฉันมาตลอดหกปีละลายหายไป ฉันไม่ได้เบี่ยงหน้าหลบ สัมผัสที่คุ้นเคยนั้นทำให้ความทรงจำเก่า ๆ ไหลย้อนกลับมา ราวกับกาลเวลาที่พรากเราจากกันไม่เคยมีอยู่จริง
“วิน… เรื่องมันผ่านไปแล้ว” ฉันเอ่ยเสียงแผ่ว พลางจับมือของเขาที่แนบอยู่บนแก้มฉัน “พ่อของฉันปลอดภัยและอยู่มาได้อีกสี่ปีเต็มก่อนจะจากไปด้วยโรคชราอย่างสงบ เงินก้อนนั้นช่วยต่อลมหายใจให้พ่อ และฉันก็ไม่เคยเสียใจที่ตัดสินใจแบบนั้น สิ่งเดียวที่ฉันรู้สึกผิดมาตลอด… คือฉันไม่ได้มีโอกาสอธิบายให้เธอเข้าใจ”
“อย่าพูดว่าไม่เสียใจเลยริน” อนาวินดึงฉันเข้าไปในอ้อมกอดของเขาอย่างรวดเร็วและแนบแน่น แขนแกร่งทั้งสองข้างโอบรัดรอบตัวฉันราวกับกลัวว่าฉันจะสลายหายไปในความมืดมิดอีกครั้ง เขากดใบหน้าลงกับลาดไหล่ของฉัน เสียงสะอื้นของเขาทำให้แผ่นอกของฉันสั่นไหว “คนที่ควรขอโทษคือฉันต่างหาก ฉันมันตาบอด ฉันปล่อยให้ความแค้นบังตาจนมองไม่เห็นความจริง ฉันทำร้ายเธอด้วยคำพูดเลือดเย็นพวกนั้นได้ยังไง… ‘คนนอก’ งั้นเหรอ? ฉันเกลียดตัวเองเหลือเกินที่พูดคำนั้นออกไป”
ฉันยกแขนขึ้นกอดตอบเขา สัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของคนตรงหน้า น้ำตาของเราทั้งสองคนหยดรดลงบนบ่าของกันและกัน ล้างมลทินและความเข้าใจผิดที่ค้างคากันมาเนิ่นนาน
เจ้าขนมปังเห็นพวกเรากอดกัน มันก็ส่งเสียงครางอย่างมีความสุขแล้วใช้หัวดันแทรกเข้ามาตรงกลางระหว่างเราสองคน หางของมันแกว่งส่ายไปมาอย่างบ้าคลั่งจนกิ่งไม้ใบหญ้ารอบข้างไหวตาม
เสียงขำเบา ๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของอนาวินทั้งน้ำตา เขาผละตัวออกเล็กน้อยแล้วก้มลงลูบหัวเจ้าโกลเด้นตัวโปรด
“ดูสิ… หกปีที่ผ่านมา มันไม่เคยกระดิกหางให้ใครมากขนาดนี้มาก่อนเลยนะ แม้แต่ฉันที่เป็นคนให้อาหารมันทุกวัน มันก็ยังคงมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนรอคอยใครบางคนเสมอ” อนาวินสบตาฉัน แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความรักและความอ่อนโยนที่ฉันโหยหา “ขนมปังมันฉลาดกว่าฉันเยอะ มันไม่เคยลืมแม่ของมันเลยแม้แต่วินาทีเดียว”
“ขนมปังเด็กดี…” ฉันย่อตัวลงกอดเจ้าหมาตัวโต มันรีบเอาหน้ามาซุกซอกคอฉันแล้วเลียคราบน้ำตาบนแก้มออกให้อย่างแสนรู้ “แม่ขอโทษนะลูก ที่ทิ้งหนูไปนานขนาดนี้”
อนาวินย่อตัวลงนั่งข้าง ๆ ฉัน เขาเอื้อมมือมาประสานเข้ากับนิ้วมือของฉัน บีบกระชับแน่นอย่างมั่นคง
“แล้วหลังจากนี้ล่ะริน?” เขาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาเต็มไปด้วยความหวัง “หกปีที่เสียไป เราย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่เวลาที่เหลือต่อจากนี้… ให้โอกาสฉันได้ดูแลเธออีกครั้งได้ไหม?”
ฉันชะงักไปเล็กน้อย ภาพของแม่เขาและสัญญาในอดีตยังคงผุดขึ้นมาเตือนสติ “แล้วคุณแม่ของเธอล่ะวิน? ท่าน—”
“ฉันไม่ใช่เด็กหนุ่มไร้เดียงสาที่ไม่ประสีประสาเหมือนเมื่อหกปีก่อนอีกแล้วนะ” อนาวินพูดขัดขึ้นอย่างหนักแน่น แววตาเด็ดเดี่ยว “ตอนนี้ฉันสร้างบริษัทของตัวเองด้วยลำแข้ง ฉันยืนหยัดได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาอำนาจหรือเงินทองของตระกูลอีกต่อไป และที่สำคัญที่สุด… ก่อนที่ฉันจะมางานนี้ ฉันเพิ่งเปิดอกคุยกับแม่เรื่องเอกสารแผ่นนั้น”
ฉันเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ “เธอคุยกับท่านแล้วเหรอ?”
อนาวินพยักหน้า “แม่ยอมรับทุกอย่าง ท่านเห็นข่าวว่าเธอยังคงทำงานหนัก เป็นผู้หญิงเก่งที่ประสบความสำเร็จด้วยตัวเองโดยไม่เคยเอาเงินก้อนนั้นไปใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย และท่านก็เห็นว่าหกปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยเปิดใจให้ใครอีกเลย… แม่บอกว่าท่านเสียใจ และถ้ามีโอกาส ท่านอยากจะเอ่ยคำขอโทษกับเธอด้วยตัวเอง”
ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยกดทับอยู่ในอกของฉันพลันมลายหายไปจนสิ้น หยาดน้ำตาแห่งความโล่งใจไหลรินออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่เพราะความเจ็บปวดอีกต่อไป
“รินดา…” อนาวินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เขาปลดล็อกหน้าจอแล้วยื่นมาให้ฉันดู รูปหน้าจอยังคงเป็นรูปครอบครัวเล็ก ๆ ของเราเมื่อหกปีก่อน “ฉันไม่เคยเปลี่ยนรูปนี้ เพราะฉันไม่เคยคิดจะเริ่มต้นใหม่กับใครนอกจากเธอ และสำหรับโปรเจกต์ที่บริษัทเรากำลังจะร่วมงานกัน… ฉันไม่ได้แค่ต้องการผู้จัดการโครงการที่เก่งกาจหรอกนะ”
เขายิ้มออกมา รอยยิ้มอบอุ่นพิมพ์ใจที่ฉันเคยตกหลุมรักสมัยอยู่บนดอยเชียงราย
“แต่ฉันต้องการคนที่มาร่วมสร้างอนาคตเคียงข้างฉัน… ในฐานะคู่ชีวิต และในฐานะแม่ของเจ้าขนมปังอีกครั้ง”
ลมหนาวพัดผ่านผิวน้ำกระทบผิวกาย แต่ในหัวใจของฉันกลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่น ขนมปังส่งเสียงเห่าสั้น ๆ “โฮ่ง!” ราวกับกำลังช่วยเร่งเร้าให้ฉันตอบตกลง
ฉันมองสบตาอนาวิน สัมผัสความจริงใจและมั่นคงที่ส่งผ่านฝ่ามือของเขา ก่อนจะพยักหน้ารับช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มทั้งน้ำตา
“อืม… กลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันนะ”
อนาวินดึงฉันเข้าไปกอดอีกครั้ง คราวนี้เขาประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของฉันอย่างอ่อนโยน เสียงกระดิ่งทองเหลืองที่คอของเจ้าขนมปังดังกังวานก้องไปทั่วลานริมน้ำ ท่ามกลางแสงดาวพร่างพราวบนท้องฟ้ากาญจนบุรี
การพลัดพรากอันยาวนานหกปีสิ้นสุดลงแล้ว… บาดแผลและความเจ็บปวดในอดีตได้กลายเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า แม้กาลเวลาและโชคชะตาจะพยายามพรากเราจากกันเพียงใด แต่หัวใจที่ผูกพันด้วยความรักอันบริสุทธิ์ จะหาทางนำพาเรากลับมาพบกันใหม่อีกครั้งเสมอ