ในวันแต่งงานอันแสนสำคัญที่สุดในชีวิต เจ้าบ่าวของฉันกลับผลักไสฉันอย่างเลือดเย็น บังคับให้ฉันนั่งแท็กซี่เก่าบุโรทั่งทั้งที่ยังสวมชุดแต่งงานเต็มยศ เพียงเพื่อยกขบวนรถวิวาห์สุดหรูให้แก่ผู้ช่วยคนสนิทของเขา

คนขับรถแท็กซี่หันขวับกลับมามองฉันทันที ตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “หืม?! แม่หนู… จะไปสุวรรณภูมิทั้งชุดแต่งงานแบบนี้เนี่ยนะ? งานแต่งเขารออยู่นี่ไม่ใช่เรอะ!”

“ไปเถอะค่ะลุง ขับออกไปตอนนี้เลย ค่ารถเท่าไหร่ฉันจ่ายเพิ่มให้สามเท่า”

ฉันหยิบธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทหลายใบจากกระเป๋าถือใบเล็กออกมาวางลงบนคอนโซลหน้ารถ ลุงคนขับกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ เหยียบคันเร่งออกตัวทันที เสียงเครื่องยนต์เก่าส่งเสียงครางกระหึ่ม แท็กซี่สีชมพูคาดเขียวหักเลี้ยวออกจากหน้าคอนโดมิเนียม สวนทางกับขบวนรถหรูสิบสองคันที่เพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า

ฉันมองกระจกข้าง เห็น Rolls-Royce Phantom คันงามนำหน้าขบวน มีดอกไม้สีแดงสดประดับเด่นสะดุดตา ภายในนั้นมีชายหญิงคู่หนึ่งนั่งเคียงข้างกันราวกับคู่สร้างคู่สม

ฉันหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา เปิดแอปพลิเคชันสายการบิน จัดการจองตั๋วเที่ยวบินชั้นธุรกิจเที่ยวบินที่เร็วที่สุดมุ่งหน้าสู่ลอนดอน ตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวที่ไม่มีวันหวนกลับ

จากนั้น ฉันกดต่อสายหาทนายความส่วนตัวของตระกูล

“สวัสดีครับคุณริน วันนี้วันแต่งงานนี่ครับ มีอะไรด่วนหรือเปล่าครับ?” ปลายสายถามด้วยความแปลกใจ

“คุณเอกคะ จัดการเรื่องสัญญาข้อตกลงก่อนสมรสทั้งหมดให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” น้ำเสียงของฉันเรียบนิ่ง ทรงพลัง และเยือกเย็นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ยกเลิกการโอนหุ้นบริษัทในเครือศิริวัฒนากุลร้อยละสี่สิบที่ฉันตั้งใจจะมอบให้ภาคินเป็นของขวัญแต่งงาน และยกเลิกสัญญาร่วมทุนโปรเจกต์ไอทีมูลค่าห้าร้อยล้านบาทระหว่างบริษัทของฉันกับบริษัทของตระกูลเขาด้วยค่ะ ดำเนินการทันที”

“คุณรินครับ! ถ้ายกเลิกตอนนี้ บริษัทของฝั่งคุณภาคินจะขาดสภาพคล่องขั้นวิกฤตทันทีเลยนะครับ พวกเขาเอาชื่อเสียงของงานแต่งงานนี้ไปค้ำประกันเงินกู้ไว้หมดแล้ว!”

“นั่นไม่ใช่ปัญหาของฉันอีกต่อไปแล้วค่ะคุณเอก” ฉันเว้นวรรคเล็กน้อย ปล่อยให้ความจริงอันเฉียบขาดตอกย้ำลงไป “อ้อ… แล้วช่วยติดต่อฝ่ายบริหารของโรงแรมริมแม่น้ำด้วยนะคะ แจ้งพวกเขาว่าฉันขอยกเลิกการจัดงานแต่งงานทั้งหมด ค่าใช้จ่ายทุกบาทที่ฉันจ่ายมัดจำไปแล้ว ไม่ต้องขอคืน แต่ให้สั่งพนักงานเก็บของและปิดห้องจัดเลี้ยงใหญ่ทันที ปิดไฟ ดับเพลง และไม่ต้องเสิร์ฟอาหารแม้แต่อย่างเดียว”

“รับทราบครับคุณริน ผมจะดำเนินการเดี๋ยวนี้เลยครับ”

ฉันวางสาย ลบรูปคู่ทั้งหมดในโทรศัพท์ทิ้งอย่างไม่ไยดี แล้วกดบล็อกเบอร์ของภาคินและเชอริลล์ลงในบัญชีดำอย่างถาวร

ตลอดสิบสองปีที่ผ่านมา ฉันคอยเป็นลมใต้ปีกให้ภาคินมาโดยตลอด จากเด็กหนุ่มธรรมดาที่มีเพียงความฝัน ฉันใช้ทั้งอำนาจ เงินทุน คอนเนกชัน และมันสมองของตระกูลศิริวัฒนากุลผลักดันให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นซีอีโอหนุ่มไฟแรงในแวดวงธุรกิจ แต่เขากลับหลงระเริง คิดว่าความสำเร็จทั้งหมดมาจากลำแข้งของตัวเอง และมองว่าความรักความเสียสละของฉันเป็นเพียงของตายที่เขาจะเหยียบย่ำเมื่อไหร่ก็ได้

เมื่อเขากล้าคิดว่าเชอริลล์สำคัญกว่าฉัน… เขาก็สมควรได้สัมผัสกับชีวิตที่มีเพียงเชอริลล์ โดยปราศจากฉันคอยค้ำจุน

ณ โรงแรมหรูระดับหกดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา

บรรยากาศหน้าโรงแรมเต็มไปด้วยความคึกคัก กองทัพนักข่าวสายสังคมและธุรกิจต่างมารอจับจองพื้นที่ทำข่าวงานวิวาห์แห่งปี แขกเหรื่อระดับวีไอพี เหล่านักธุรกิจชื่อดัง และญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายเริ่มทยอยเดินทางมาถึงจนแน่นขนัดห้องรับรอง

ขบวนรถหรูเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบหน้าบันไดทางเข้าโรงแรม Rolls-Royce Phantom จอดเด่นเป็นสง่า พนักงานรีบกุลีกุจอเข้ามาเปิดประตู

ภาคินก้าวลงมาจากรถพร้อมรอยยิ้มภาคภูมิใจ เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นราชาของค่ำคืนนี้ แต่เมื่อเขาหันกลับไปช่วยประคองคนที่ก้าวลงมาจากเบาะหลัง แขกและนักข่าวต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความงุนงง

หญิงสาวที่ก้าวลงมาจากรถ Rolls-Royce ไม่ใช่เจ้าสาวผู้สูงศักดิ์อย่างรินดา ทายาทพันล้าน หากแต่เป็นเชอริลล์ ผู้ช่วยส่วนตัวที่สวมชุดราตรียาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเป็นเจ้าสาวเสียเอง

เสียงซุบซิบเริ่มดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ

“นั่นไม่ใช่คุณรินนี่นา? นั่นมันเลขาฯ ของเขานี่!” “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเลขาฯ ถึงนั่งรถเจ้าสาวมากับเจ้าบ่าวล่ะ?”

แม่ของภาคินรีบเดินหน้าตาตื่นเข้ามาหาลูกชาย “ภาคิน! นี่มันเรื่องอะไรกัน?! ยัยรินไปไหน? ทำไมเป็นแม่นี่ที่ลงมาจากรถเจ้าสาว?!”

ภาคินขมวดคิ้ว รู้สึกเสียหน้าและหงุดหงิดที่ทุกคนทำเหมือนเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย “แม่ครับ เชอริลล์เขาไม่สบาย หัวใจกำเริบ ผมก็แค่ให้เธอนั่งรถที่สบายหน่อยเท่านั้นเอง รินนั่งแท็กซี่ตามหลังมา เดี๋ยวก็คงถึงแล้ว แม่จะตื่นเต้นไปทำไม!”

“อะไรนะ?! แกให้ทายาทตระกูลศิริวัฒนากุลนั่งแท็กซี่โทรมๆ มางานแต่งงานของตัวเองเนี่ยนะ?!” แม่ของเขาเอามือกุมขมับ หน้าซีดเผือด

เชอริลล์รีบเดินเข้ามาเกาะแขนภาคิน น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร “คุณป้าคะ… อย่าโทษคุณภาคินเลยค่ะ เป็นความผิดของเชอริลล์เอง เชอริลล์ร่างกายอ่อนแอ เป็นภาระให้ทุกคนเสมอ ถ้าคุณรินจะโกรธ เชอริลล์ยอมคุกเข่าขอโทษคุณรินก็ได้ค่ะ…”

“ไม่ต้องขอโทษใครทั้งนั้นเชอริลล์!” ภาคินดึงเธอเข้ามากอดปลอบอย่างออกนอกหน้าต่อหน้าแขกเหรื่อนับร้อย “รินไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้น เธอเข้าใจสถานการณ์ดี เธอโตพอแล้ว”

ทว่าความมั่นใจของภาคินอยู่ได้ไม่นาน

เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง แขกเหรื่อเริ่มนั่งไม่ติดที่ ขบวนแท็กซี่ที่ภาคินอ้างถึงกลับไม่มีวี่แววว่าจะมาถึง งานแต่งงานควรจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่เจ้าสาวกลับยังไม่ปรากฏตัว

ทันใดนั้น ไฟระย้าคริสตัลขนาดยักษ์ในห้องแกรนด์บอลรูมก็ดับวูบลงพร้อมกันทั้งหมด เสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงอยู่พลันเงียบสนิทลงในพริบตา พนักงานโรงแรมหลายสิบคนเดินเข้ามาปิดประตูบานใหญ่และเริ่มเก็บดอกไม้ตกแต่งอย่างรวดเร็ว

“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?!” ภาคินตะโกนลั่นอย่างเดือดดาล เขาสาวเท้าตรงไปหาผู้จัดการโรงแรม “พวกคุณทำอะไรกัน?! งานแต่งของผมกำลังจะเริ่มนะ ทำไมถึงปิดไฟและเก็บของแบบนี้!”

ผู้จัดการโรงแรมปั้นหน้าเรียบนิ่ง มองภาคินด้วยสายตาเย็นชา “ขออภัยด้วยครับคุณภาคิน ทางเราได้รับคำสั่งยกเลิกการจัดงานและปิดห้องบอลรูมโดยตรงจากเจ้าของงานครับ”

“เจ้าของงาน? ผมนี่ไงเจ้าของงาน!”

“ไม่ใช่ครับ” ผู้จัดการตอบกลับเสียงเรียบ “ผู้ที่ทำสัญญาเช่าสถานที่และชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดคือ ‘คุณรินดา ศิริวัฒนากุล’ ครับ และทนายความของคุณรินดาเพิ่งส่งเอกสารยกเลิกการจัดงานอย่างเป็นทางการมาเมื่อครู่นี้ พร้อมสั่งให้เราปิดการให้บริการแก่คุณและครอบครัวของคุณทันทีครับ”

เหมือนมีฟ้าผ่าลงมากลางกระหม่อมของภาคิน ขาของเขาเริ่มสั่นเทา

“มะ…ไม่จริง รินไม่มีทางทำแบบนี้! เธอแค่แกล้งประชดฉัน!” ภาคินควักโทรศัพท์มือถือออกมาลนลาน เขากดโทรหารินดาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เสียงตอบรับอัตโนมัติก็แจ้งว่าปลายสายตัดการเชื่อมต่อ เขาโทรหาเพื่อนเจ้าสาว แต่ทุกคนต่างตัดสายทิ้ง

ในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของพ่อภาคินก็ดังขึ้น พ่อของเขากดรับสายด้วยมือที่สั่นเทา เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา โทรศัพท์ก็ร่วงหล่นลงพื้นกระแทกแตกกระจาย พ่อของเขาเซถลาจนเกือบล้ม

“พ่อ! เป็นอะไรไปครับ?!” ภาคินรีบเข้าไปพยุง

“พัง… พังหมดแล้ว!” พ่อของเขาตะโกนออกมาทั้งน้ำตา ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด “ธนาคารระงับวงเงินกู้ทั้งหมด! บอร์ดบริหารของกลุ่มศิริวัฒนากุลส่งหนังสือยกเลิกสัญญาโปรเจกต์ห้าร้อยล้านบาท แถมยังเรียกคืนหุ้นทั้งหมดที่เคยสัญญาว่าจะให้แกด้วย! บริษัทเรากำลังจะล้มละลายในวันพรุ่งนี้… แกทำอะไรลงไปภาคิน?! แกทำอะไรลงไป!”

ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมแขกเหรื่อทั้งงาน นักข่าวต่างรัวชัตเตอร์เก็บภาพความพินาศของตระกูลที่เคยหยิ่งผยอง

เชอริลล์ที่ยืนอยู่ข้างๆ หน้าถอดสี แววตาที่เคยลำพองใจแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวสุดขีด เธอค่อยๆ ถอยห่างออกจากภาคิน “พะ…พี่ภาคินคะ ล้มละลายเหรอคะ? แล้วเงินเดือนกับตำแหน่งผู้บริหารที่พี่สัญญาว่าจะให้เชอริลล์ล่ะคะ?”

ภาคินหันขวับไปมองเธอ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความโกรธแค้นและสิ้นหวัง “ในเวลาแบบนี้ เธอยังห่วงเรื่องเงินเดือนกับตำแหน่งอยู่อีกเหรอเชอริลล์?! ฉันยอมแลกริน ยอมทิ้งงานแต่งงาน ยอมยกเกียรติยศทุกอย่างให้เธอ… แล้วเธอกลับพูดแค่นี้เหรอ?!”

“แต่เชอริลล์ไม่ได้ขอให้พี่ทำนี่คะ!” เชอริลล์กรีดร้องตอบโต้ หลุดหน้ากากแห่งความอ่อนแอที่เคยสวมไว้ “พี่เป็นคนเลือกรถให้เชอริลล์เอง พี่อยากอวด อยากทำตัวเป็นฮีโร่เอง! ถ้าพี่ไม่มีเงิน ไม่มีบริษัท เชอริลล์จะอยู่กับพี่ไปทำไม!”

คำพูดนั้นกรีดแทงหัวใจของภาคินจนแหลกสลาย ความจริงอันโหดร้ายตบหน้าเขาอย่างจัง ผู้หญิงที่เขาคิดว่าบอบบางและรักเขาด้วยใจจริง แท้จริงแล้วเป็นเพียงปลิงที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อจากบารมีที่รินดามอบให้เขาเท่านั้น

ภาคินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นหินอ่อนเย็นเยียบ ท่ามกลางสายตาเย้ยหยันและสมเพชของแขกทุกคนในงาน

เขาเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีที่สายเกินไปว่า… แสงสว่าง บารมี และความยิ่งใหญ่ทั้งหมดในชีวิตของเขา ไม่เคยเป็นของเขาเลย แต่มันคือแสงสะท้อนที่มาจากผู้หญิงที่ชื่อ ‘รินดา’ เพียงคนเดียว และบัดนี้ เขาได้ผลักไสแสงสว่างนั้นออกไปจากชีวิตด้วยมือของตัวเองแล้ว

ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ภายในเลานจ์ผู้โดยสารชั้นธุรกิจ รินดานั่งจิบกาแฟร้อนอย่างสงบ เธอเปลี่ยนจากชุดแต่งงานฟูฟ่องมาสวมเสื้อโค้ตตัวยาวเรียบหรู เครื่องเพชรและแหวนหมั้นเพชรสิบกะรัตที่ภาคินเคยมอบให้ ถูกถอดทิ้งไว้ในถังขยะของห้องน้ำสนามบินอย่างไร้ค่า

เสียงประกาศเที่ยวบินสู่ลอนดอนดังขึ้นก้องกังวาน

รินดาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ถือพาสปอร์ตและบอร์ดดิ้งพาสไว้ในมือ เธอหันกลับไปมองกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนท้องฟ้ายามเย็นของกรุงเทพฯ เป็นครั้งสุดท้าย

ไม่มีน้ำตา ไม่มีความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงหัวใจที่หลุดพ้นจากพันธนาการสิบสองปีอันแสนโง่เขลา

เธอยกยิ้มที่มุมปากอย่างทรงพลัง ก่อนจะก้าวเดินผ่านเกตขึ้นเครื่องบิน มุ่งหน้าสู่อิสรภาพและชีวิตบทใหม่ที่เธอเป็นผู้กำหนดเองอย่างแท้จริง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *