สามีบอกว่าจะไป “สัมมนาทนายความ”—แต่พอฉันแอบไปเซอร์ไพรส์ กลับเจอเขากำลังเข้าพิธีแต่งงานกับเพื่อนสนิทของฉันเอง! สิ่งที่ฉันทำลงไปหลังจากนั้น… ทำลายชีวิตของพวกเขาจนพังพินาศ!

ตอนที่ 2 (Part 2): การเปิดโปงกลางงานวิวาห์และแผนล้างแค้นที่เยือกเย็น

ภาพตรงหน้าทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึก หูอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงเต้นโครมครามของหัวใจตัวเอง ร่างทั้งร่างชาดิก น้ำตาอุ่นๆ ไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว แต่ภายในเวลาไม่กี่วินาที ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสที่แผ่ซ่านไปทั่วอกกลับแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นอันเยือกเย็นและดำมืด ฉันสูดหายใจเข้าลึก กัดฟันแน่นจนรู้สึกถึงรสฝาดในปาก เช็ดน้ำตาบนใบหน้าทิ้งอย่างเด็ดเดี่ยว วันนี้ฉันจะไม่ยอมเป็นเหยื่อที่ยืนร้องไห้ฟูมฟายให้พวกเขาสมเพชเด็ดขาด

ฉันก้าวถอยหลังอย่างเงียบเชียบ หลบมุมเข้าไปในซอกสวนที่ไม่สะดุดตา เพื่อรวบรวมสติและวางแผน สามีที่ฉันควงกะทำงานเหนื่อยแทบขาดใจเพื่อส่งเสียให้เขาได้เรียนเนติบัณฑิต สูทราคาเฉียดแสนที่เขาใส่อยู่บนตัวก็มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของฉัน ส่วนเพื่อนสนิทที่คอยกอดคอยซับน้ำตาให้ฉันในวันที่เหนื่อยล้า กลับใช้ความไว้ใจนั้นแทงข้างหลังอย่างเลือดเย็น แอบคบชู้และแสร้งจัดงานแต่งงานอย่างลับๆ

ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดกล้องบันทึกวิดีโอระดับความคมชัดสูงสุด แพนกล้องถ่ายหน้าของภัทรและพิมพ์อย่างชัดเจน ถ่ายภาพบรรยากาศในงาน ป้ายชื่อบ่าวสาวที่มีชื่อย่อ “P & P” สลักอยู่บนซุ้มดอกไม้ รวมถึงแขกเหรื่อที่เป็นทนายความอาวุโสและหัวหน้างานของภัทรจากสำนักงานกฎหมายชื่อดัง หลังจากบันทึกหลักฐานจนครบถ้วน ฉันก็รีบกดโทรศัพท์หาพี่ก้อง ทนายความรุ่นพี่ที่ฉันเคยร่วมงานและนับถือเหมือนพี่ชายแท้ๆ

“พี่ก้องคะ… นีน่ามีเรื่องด่วนที่สุดในชีวิตอยากให้พี่ช่วยค่ะ” เสียงของฉันนิ่งสนิทจนตัวฉันเองยังตกใจ ฉันเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พี่ก้องฟังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสั่งการให้เขาเตรียมเปิดเอกสารสำคัญที่ฉันเคยฝากไว้ในตู้เซฟประจำบ้าน นั่นคือ ทะเบียนสมรสฉบับจริงระหว่างฉันกับภัทร รวมถึงสเตทเมนต์บัญชีธนาคารตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาที่ระบุเส้นทางการเงินทั้งหมดว่า ฉันเป็นผู้ส่งเสียค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่ และหนี้สินของภัทรเพียงคนเดียว

“นีน่าจะทำยังไง? จะให้พี่ตามตำรวจไปไหม?” พี่ก้องถามด้วยน้ำเสียงตกใจและเป็นห่วง

“ไม่ต้องค่ะพี่ก้อง ส่งไฟล์เอกสารทั้งหมดมาที่มือถือของนีน่าตอนนี้เลยค่ะ นีน่าจะจัดการด้วยมือตัวเอง”

ไม่ถึงห้านาที เอกสารดิจิทัลทุกอย่างก็พร้อมอยู่ในโทรศัพท์ ฉันเดินกลับเข้าไปในตัวโรงแรมอย่างสงบ มุ่งตรงไปยังแผนกควบคุมระบบเสียงและจอมอนิเตอร์ของงานเลี้ยง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเต็นท์ริมสวน ฉันควักเงินสดก้อนโตออกมาหลายหมื่นบาท วางลงบนโต๊ะตรงหน้าเจ้าหน้าที่คุมระบบมัลติมีเดีย พร้อมกับส่งสายตาที่เฉียบขาด

“ฉันคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเจ้าบ่าวคนนั้น” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ช่วยสลับภาพบนจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่กลางเวที และเปิดไมโครโฟนไร้สายตัวนี้ให้ฉัน เงินก้อนนี้จะเป็นของคุณทันที และฉันรับรองว่าจะไม่มีใครเอาผิดคุณได้ เพราะฉันมีกฎหมายคุ้มครองอยู่ในมือ”

เจ้าหน้าที่ระบบทำหน้าตื่นตกใจเมื่อเห็นทะเบียนสมรสในหน้าจอมือถือของฉัน เขาพยักหน้าตอบรับด้วยความเกรงกลัวและจำนนต่อความจริง ฉันคว้าไมโครโฟนไร้สายมาไว้ในมือ เดินก้าวเท้าอย่างมั่นคง ออกมาจากซอกมุมของสวน ตรงไปยังพรมดอกไม้สีขาวที่ทอดยาวสู่แท่นพิธี

ณ วินาทีนั้น บาทหลวงกำลังเอ่ยคำถามสำคัญ “มีใครในที่นี้ที่จะคัดค้านการสมรสของทั้งสองหรือไม่ หากมี จงเอ่ยออกมา ณ บัดนี้ หรือมิฉะนั้นจงนิ่งเงียบตลอดไป…“

ภัทรกำลังจะก้มลงจูบพิมพ์ด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข ทันใดนั้น เสียงของฉันก็ดังก้องผ่านลำโพงขนาดใหญ่รอบบริเวณ

“ฉันขอคัดค้านค่ะ!“

เสียงใสทว่าทรงพลังดังก้องไปทั่วทั้งสวน แขกเหรื่อทุกคนชะงักงัน หันขวับมามองทางต้นเสียงเป็นตาเดียว ภัทรตัวแข็งทื่อ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเลือนหายไปในทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจกลัวสุดขีดเมื่อเห็นฉันเดินอย่างสง่างามบนพรมดอกไม้ สวมชุดทำงานสีดำสนิท ตัดกับบรรยากาศงานวิวาห์สีขาวราวกับนางพญามัจจุราชที่มาทวงวิญญาณ

“นีน่า…!” ภัทรครางออกมาเบาๆ ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ

พิมพ์สะดุ้งสุดตัว มือที่ถือช่อดอกไม้อยู่สั่นเทาจนแทบร่วงหล่นลงพื้น “นีน่า… เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!“

“ตกใจมากเหรอคะคุณสามี? ตกใจมากเหรอจ๊ะเพื่อนรัก?” ฉันยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น เดินขึ้นไปยืนประจันหน้ากับทั้งสองบนเวที “ไหนคุณบอกฉันว่าสุดสัปดาห์นี้ต้องมาสัมมนาวิชาการของสภาทนายความที่เขาใหญ่ไงคะ? สัมมนาหัวข้ออะไรเหรอ… จริยธรรมของทนายความ หรือวิธีสวมเขาให้ภรรยาที่หาเงินส่งเสียคุณมาตลอดเจ็ดปี?!“

เสียงฮือฮาดังระงมขึ้นทันทีในหมู่แขกเหรื่อ พ่อแม่ของพิมพ์ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! นังผู้หญิงคนนี้เป็นใคร มาป่วนงานแต่งงานของลูกสาวฉันได้ยังไง รปภ. มาลากตัวมันออกไปสิ!“

“อย่าเพิ่งรีบร้อนไล่ฉันสิคะคุณป้า” ฉันหันไปมองแม่ของพิมพ์ด้วยสายตาเหยียดหยาม จากนั้นก็ยกมือส่งสัญญาณให้ทีมงานควบคุมจอภาพ

วินาทีต่อมา จอโปรเจกเตอร์ขนาดยักษ์ด้านหลังเวทีที่เดิมทีควรจะฉายภาพพรีเวดดิ้งแสนหวานของภัทรและพิมพ์ กลับสว่างวาบขึ้นมาเป็นภาพถ่ายใบทะเบียนสมรสของฉันกับภัทรอย่างชัดเจน ตามมาด้วยสลิปการโอนเงินค่าเทอม ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และค่าเช่าคอนโดหรูที่ภัทรแอบซื้อไว้ให้พิมพ์ โดยใช้เงินจากบัญชีของฉัน!

เสียงกระซิบกระซาบของแขกเปลี่ยนเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง บรรดาหุ้นส่วนอาวุโสของสำนักงานกฎหมายที่มาร่วมงานต่างมองหน้ากันด้วยความตกตะลึงและรังเกียจ

“ภัทร… นี่มันเรื่องจริงเหรอ? คุณแต่งงานมีภรรยาอยู่แล้วงั้นเหรอ?!” พิมพ์กรีดร้องออกมา น้ำตาแห่งความอับอายเริ่มไหลอาบแก้ม

“นีน่า ฟังผมก่อนนะ! มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด!” ภัทรพยายามก้าวเข้ามาจับแขนฉัน แต่ฉันสะบัดออกอย่างรังเกียจ

“ไม่ต้องมาแตะต้องตัวฉัน!” ฉันประกาศกร้าวผ่านไมโครโฟน “นายภัทร อัครเดชากุล ทนายความผู้ทรงเกียรติที่ทุกคนชื่นชม แท้จริงแล้วเป็นแค่คนทรยศ เกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน หลอกลวงแม้กระทั่งเพื่อนสนิทของเมียตัวเอง และเธอก็เหมือนกันนะพิมพ์… ขอบใจมากนะสำหรับความหวังดีตลอดเวลาที่ผ่านมา ความจริงแล้วเธอไม่ได้แค่อยากปลอบใจฉันหรอก แต่เธอจ้องจะแย่งทุกอย่างที่เป็นของฉันไปต่างหาก!“

พิมพ์ทรุดตัวลงกับพื้น ก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความอับอายต่อหน้าแขกเหรื่อชั้นผู้ใหญ่และเพื่อนฝูงนับร้อย ภัทรยืนตัวสั่น ปากคอสั่นจนพูดอะไรไม่ออก

“งานแต่งงานจอมปลอมนี้จบลงแค่นี้แหละค่ะ” ฉันพูดประโยคสุดท้ายใส่ไมโครโฟน มองตาทั้งสองคนด้วยความสะใจอันเยือกเย็น “แต่ชีวิตจริงของพวกเธอสองคน… นรกพึ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!“

ฉันโยนไมโครโฟนลงบนพื้นเวทีจนเกิดเสียงหวีดหวิวบาดหู แล้วหมุนตัวเดินจากมาท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองตามด้วยความตกตะลึง แต่แผนการของฉันไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ การฉีกหน้าในงานแต่งงานเป็นเพียงแค่การเปิดฉากเท่านั้น…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *