ภาค 3: หิมะแรกของความสุขที่แท้จริง (จบบริบูรณ์)
ที่เคาน์เตอร์ของสายการบินแห่งใหม่ ฉันเดินเข้าไปด้วยความมุ่งมั่นโดยไม่ลังเล เงินในบัญชีที่ฉันเพิ่งถอนออกมาจากกองทุนครอบครัวและเงินเก็บส่วนตัวของฉันยังมีมากพอ ฉันไม่เคยจน ฉันแค่เคยจนเพราะต้องคอยเลี้ยงดูคนที่ไม่เคยเห็นค่าฉันเท่านั้นเอง
“มีไฟลต์บินตรงไปซัปโปโร หรือโตเกียวที่ยังว่างสำหรับสองที่นั่งในวันนี้ไหมคะ? ชั้นไหนก็ได้ค่ะ” ฉันถามเจ้าหน้าที่ด้วยความสงบ
เจ้าหน้าที่สาวเช็กระบบอย่างรวดเร็ว “มีไฟลต์ไปลงสนามบินนิวชิโตเสะ (ซัปโปโร) ของอีกสายการบินหนึ่งรอบบ่ายโมงตรงค่ะ มีที่นั่งว่างพอดี เป็นชั้นพรีเมียมอีโคโนมี 2 ที่นั่ง สนใจไหมคะ?”
“เอาเลยค่ะ ออกตั๋วได้เลย” ฉันยื่นบัตรเครดิตของตัวเองให้ทันทีโดยไม่ต้องคิดซ้ำ
เมื่อตั๋วเครื่องบินใบใหม่พิมพ์ออกมาอยู่ในมือ แอลลี่มองกระดาษแผ่นนั้นตาโต เธอเงยหน้ามองฉันด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ ฉันย่อตัวลงกอดเธออีกครั้ง “แม่สัญญาแล้วไงลูก ว่าเราจะไปทำสโนว์แองเจิลด้วยกัน แม่ไม่เคยผิดสัญญากับลูกนะ”
แอลลี่โผเข้ากอดคอฉันแน่น คราวนี้ไม่ใช่หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจ แต่เป็นรอยยิ้มกว้างที่สว่างไสวที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา
ระหว่างรอเวลาขึ้นเครื่องตอนบ่าย โทรศัพท์ของฉันก็เริ่มสั่นไม่หยุด มีการพยายามโทรเข้ามาจากเบอร์แปลกๆ หลายสาย ซึ่งฉันเดาได้ทันทีว่าเป็นเบอร์ของใคร ฉันเปิดอ่านข้อความ SMS ที่ส่งเข้ามา มันมาจากเบอร์พี่แพร
“ริน! แกบ้าไปแล้วเหรอ! ส่งข้อความบ้าอะไรลงในกลุ่ม รู้ไหมแม่ร้องไห้จนเป็นลม พ่อก็โกรธจนความดันขึ้น แกคิดจะทำลายอนาคตหน้าที่การงานของฉันกับกรณ์เหรอ แค่เรื่องตั๋วแค่นี้ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตด้วย!”
และตามมาด้วยข้อความจากเบอร์ของพี่เด่น “ริน แกทำเกินไปแล้วนะ ค่าน้ำค่าไฟตัดไปได้ยังไง เดี๋ยวพ่อแม่จะอยู่ยังไง แล้วเรื่องค่างวดรถพี่อีกล่ะ แกเป็นน้องทำไมถึงใจดำขนาดนี้ รีบโทรกลับหาแม่เดี๋ยวนี้เลยนะ!”
ฉันอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ความสะเทือนใจหรือความรู้สึกลังเลใดๆ หลงเหลืออยู่อีกต่อไป น่าขันที่เวลาพวกเขาต้องการเงิน พวกเขาเห็นฉันเป็นครอบครัว แต่เวลาที่พวกเขาจะเสวยสุข พวกเขากลับเหยียบย่ำความฝันของหลานสาวตัวเล็กๆ ได้อย่างเลือดเย็น
ฉันพิมพ์ตอบข้อความพี่แพรไปเพียงสั้นๆ คำเดียว “เหลือเวลาอีก 2 วัน 18 ชั่วโมง สำหรับเงินเกือบแสน ถ้ายังไม่เข้าบัญชี วันจันทร์นี้เมลร้องเรียนพร้อมหลักฐานจะส่งถึงบอร์ดบริหารของทั้งสองบริษัทแน่นอน”
แล้วฉันก็ปิดเครื่อง ถอดซิมการ์ดออกจากเครื่องทันที ตัดขาดโลกอันแสนโสมมและเห็นแก่ตัวไว้เบื้องหลัง เดินจูงมือลูกสาวก้าวขึ้นเครื่องบินลำใหม่ มุ่งหน้าสู่ดินแดนแห่งความฝันของเราสองคน
การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ต้องคอยดูแลกระเป๋าให้ใคร ไม่ต้องคอยวิ่งไปซื้อกาแฟให้พ่อ ไม่ต้องคอยเดินตามใจพี่แพรที่เอาแต่ถ่ายรูป ฉันได้มีเวลาสบตาลูกสาว นั่งกินขนมด้วยกันบนเครื่องบิน ฟังแอลลี่เล่าเรื่องโรงเรียนและจินตนาการถึงตุ๊กตาหิมะที่เธอจะปั้น
เมื่อล้อเครื่องบินแตะรันเวย์ของสนามบินนิวชิโตเสะ ฮอกไกโด เสียงกัปตันประกาศอุณหภูมิภายนอกติดลบ 5 องศาเซลเซียส แอลลี่รีบชะโงกหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบิน แล้วอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น
“แม่จ๋า! ดูนั่นสิคะ! หิมะ! หิมะสีขาวเต็มไปหมดเลย!”
ภาพทุ่งหิมะสีขาวโพลนสะท้อนในแววตาเป็นประกายของลูก ทำให้หัวใจของฉันพองโตอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานานหลายปี ฉันช่วยแอลลี่สวมหมวกไหมพรม ใส่ถุงมือหนา และรูดซิปเสื้อโค้ตสีชมพูตัวเก่ง ก่อนที่เราสองคนจะลากกระเป๋าเดินทางก้าวเท้าออกจากอาคารผู้โดยสาร
สัมผัสแรกของลมหนาวที่พัดผ่านใบหน้า และเกล็ดหิมะเม็ดเล็กๆ ละเอียดอ่อนที่ค่อยๆ ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า แอลลี่ยื่นมือที่สวมถุงมือออกไปรองรับเกล็ดหิมะนั้นไว้ เธอกระโดดโลดเต้นด้วยความสุขอย่างบริสุทธิ์ใจ เสียงหัวเราะใสๆ ของลูกกังวานไปทั่วบริเวณ
ฉันพาแอลลี่นั่งรถไฟต่อไปยังเมืองโอตารุ เราไม่ได้ไปพักที่ชาเลต์หลังใหญ่ที่ฉันเคยจ่ายมัดจำไว้ เพราะฉันไม่อยากเฉียดเข้าไปใกล้คนพวกนั้นอีกแม้แต่มิลลิเมตรเดียว แต่ฉันเลือกจองโรงแรมบูติกสไตล์เรียวกังริมคลองโอตารุที่มีออนเซ็นส่วนตัว บรรยากาศเงียบสงบ โรแมนติก และอบอุ่น
เย็นวันนั้น ฉันกับแอลลี่เดินเล่นท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัวของโคมไฟโบราณริมคลอง หิมะยังคงโปรยปรายลงมาอย่างนุ่มนวล แอลลี่วิ่งไปที่ลานหิมะหนานุ่มข้างทาง เธอทิ้งตัวลงนอนหงายแล้วโบกแขนและขาไปมาอย่างร่าเริง
“แม่จ๋า ดูสิ! สโนว์แองเจิลของแอลลี่!” ลูกสาวตะโกนเรียกพร้อมรอยยิ้มที่กว้างที่สุดในชีวิต
ฉันทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เธอ ทำท่าสโนว์แองเจิลเคียงข้างลูกสาว มองขึ้นไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนของฮอกไกโดที่มีเกล็ดหิมะร่วงหล่นลงมาราวกับละอองดาว น้ำตาแห่งความสุขและความโล่งใจไหลรินอาบสองแก้มของฉันอย่างเงียบๆ
โทรศัพท์มือถือที่ฉันเปิดเครื่องเชื่อมต่อเฉพาะสัญญาณ Wi-Fi ของโรงแรมเด้งเตือนยอดเงินโอนเข้า ยอดเงิน 93,000 บาท ถูกโอนคืนเข้าบัญชีของฉันเรียบร้อยแล้ว พี่แพรคงกลัวจนตัวสั่นว่าจะเสียงานและเสียหน้า จึงยอมควักเงินเก็บตัวเองโอนคืนมาจนครบ แต่ฉันไม่แม้แต่จะกดเข้าไปดูข้อความตัดพ้อก่นด่าที่ส่งตามมา ฉันกดปิดหน้าจอลงอย่างไม่ไยดี
พวกเขาจะไปเที่ยวที่ไหน จะกินหรูอยู่สบาย หรือจะทะเลาะกันเรื่องเงินที่ไม่มีฉันคอยจ่ายให้อีกต่อไป มันไม่ใช่เรื่องของฉันอีกแล้ว โซ่ตรวนแห่งความกตัญญูจอมปลอมที่เคยพันธนาการฉันไว้ได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง
ฉันหันไปมองแอลลี่ที่กำลังปั้นก้อนหิมะกลมๆ สองก้อนมาวางซ้อนกันเป็นตุ๊กตาหิมะตัวเล็ก เธอนำกิ่งไม้แห้งมาปักเป็นแขน แล้วหันมาสวมกอดฉัน
“แม่จ๋า ขอบคุณนะคะที่พาแอลลี่มา แอลลี่รักแม่ที่สุดในโลกเลย”
ฉันกอดตอบแก้วตาดวงใจของฉันแน่น สูดกลิ่นอายความเย็นบริสุทธิ์ของฤดูหนาว ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังในสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเช้า ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความสุข ความภาคภูมิใจ และความรักที่แท้จริงระหว่างเราสองคนแม่ลูก
ชีวิตใหม่ของเราเริ่มต้นขึ้นแล้ว… ท่ามกลางหิมะขาวบริสุทธิ์แห่งฮอกไกโด ที่