ตอนที่ 2 (Part 2): ความจริงที่ถูกเปิดเผย และแผนการเอาคืนแบบเงียบกริบ
หลังจากที่เมย์กดส่งเอกสารสัญญาจะซื้อจะขายดิจิทัลผ่านแล็ปท็อปเรียบร้อยแล้ว ลมหายใจของเธอก็ยังคงหนักหน่วงด้วยความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอก แต่ความเยือกเย็นกลับเข้าครอบงำอย่างน่าประหลาด เธอเดินเข้าไปในห้องนอนเล็ก ปรับยกเบรกเกอร์ไฟขึ้น เปิดพัดลมและเครื่องปรับอากาศให้แม่เพ็ญ จากนั้นก็ประคองแม่ขึ้นรถ พาออกไปรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่นริมแม่น้ำ พร้อมกับแวะรับน้องรันจากโรงเรียนกวดวิชา
เด่นตามมาสมทบที่ร้านอาหารด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและดวงตาแดงก่ำ ทันทีที่เขาเห็นภาพถ่ายโซ่คล้องตู้เย็นและกระดาษโน้ตที่แม่ของเขาเขียนทิ้งไว้ มือทั้งสองข้างของเด่นสั่นระริกด้วยความอับอายและเจ็บปวด เขาไม่เคยคิดเลยว่าแม่แท้ๆ ผู้ให้กำเนิดจะมีความใจดำและไร้มนุษยธรรมได้ถึงขนาดนี้ โดยเฉพาะกับแม่เพ็ญ ผู้หญิงที่ไม่เคยเรียกร้องอะไรและเป็นคนควักเงินก้อนโตช่วยให้พวกเขามีบ้านหลังนี้ตั้งแต่แรก
“แม่ครับ… ผมกราบขอโทษแม่แทนแม่ของผมด้วยครับ” เด่นยกมือไหว้แม่เพ็ญด้วยน้ำตารื้น
แม่เพ็ญลูบหลังลูกเขยเบาๆ “ช่างมันเถอะลูก เด่นเป็นคนดี แม่รู้ แม่ไม่ถือสาคนแก่หรอก แค่พวกเจ้าสองคนรักกันดี ไม่ทะเลาะกัน แม่ก็สบายใจแล้ว”
คำพูดที่เปี่ยมด้วยความเมตตาของแม่ยาย ยิ่งตอกย้ำให้เด่นรู้ว่าความอดทนของเขาต่อความเห็นแก่ตัวของแม่นิดได้สิ้นสุดลงอย่างถาวรแล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เด่นพยายามทำหน้าที่ลูกที่ดี ยอมสละห้องนอนใหญ่ ยอมจ่ายค่ายาหลักหมื่นทุกเดือน ยอมทนฟังคำบ่นด่าไร้สาระ แต่การที่แม่กระทำต่อแม่ยายซึ่งเป็นผู้มีพระคุณอย่างป่าเถื่อนเช่นนี้ เป็นเส้นตายที่เด่นไม่อาจให้อภัยได้อีกต่อไป
“เมย์… จัดการตามแผนได้เลย” เด่นพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “บ้านหลังนี้เป็นชื่อร่วมของเราสองคน และเงินดาวน์ก็มาจากแม่เพ็ญ เราขายมันซะ แล้วพาแม่ไปอยู่บ้านสวนที่ขอนแก่นตามที่เราฝันไว้”
อันที่จริง แผนการย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดไม่ใช่เรื่องกะทันหัน เมย์กับเด่นเบื่อหน่ายความวุ่นวายในกรุงเทพฯ และได้ติดต่อซื้อที่ดินพร้อมบ้านสวนสองชั้นที่ขอนแก่นไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยมีนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ระดับมืออาชีพรอจังหวะปิดดีลบ้านที่กรุงเทพฯ อยู่พอดี ลูกค้ารายใหญ่ที่เป็นนักธุรกิจพร้อมจ่ายเงินสดทันทีหากพวกเขายินยอมย้ายออกภายในสองสัปดาห์ เมย์จึงไม่ลังเลที่จะตอบรับข้อเสนอนั้นทันที
เวลาเกือบสองทุ่ม แม่นิดเพิ่งนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของน็อตกลับมาถึงบ้าน ทั้งคู่เดินหัวเราะร่าเข้ามาในบ้าน น็อตถือถุงขนมราคาแพงที่แม่นิดเพิ่งใช้เงินเบี้ยคนชราและเงินที่เด่นให้เป็นค่าขนมไปซื้อมาประเคนให้ลูกรัก
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องรับแขก แม่นิดก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเมย์ เด่น น้องรัน และแม่เพ็ญ นั่งล้อมวงอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าราบเรียบ บนโต๊ะกลางมีโซ่เหล็กและแม่กุญแจที่ถูกคีมตัดเหล็กตัดขาดวางกองอยู่ข้างๆ พร้อมกับเศษกระดาษโน้ตแผ่นนั้น
แม่นิดหน้าตึงขึ้นมาทันที เธอเชิดหน้าขึ้นแล้วพูดเสียงดัง “ใครอนุญาตให้ตัดโซ่ของฉัน! ฉันบอกแล้วไงว่าของในตู้เย็นเป็นของลูกชายฉัน ซื้อด้วยเงินหยาดเหงื่อของเด่น คนนอกไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง!”
น็อตได้ทีก็รีบผสมโรง “ใช่ พี่เด่น… พี่ให้ท้ายเมียมากไปหรือเปล่า? แม่แก่แล้วนะ จะทำอะไรในบ้านนี้ก็ย่อมได้ อีกอย่าง แม่ก็แค่จัดระเบียบบ้าน ให้คนอื่นรู้ว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง”
เด่นลุกขึ้นยืนช้าๆ รูปร่างที่สูงใหญ่และสายตาที่เย็นเยียบของเขาทำให้น็อตเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว
“แม่พูดถูกครับ… เงินในตู้เย็นเป็นเงินของผม” เด่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง “และบ้านหลังนี้ ก็ผ่อนด้วยเงินเดือนของผมกับเมย์ แต่แม่คงลืมไปว่า เงินหนึ่งล้านบาทที่เป็นเงินดาวน์ก้อนแรกเมื่อเก้าปีก่อน เพื่อให้เรากู้ผ่านและมีบ้านหลังนี้ได้ มาจากแม่เพ็ญ… คนที่แม่ปล่อยให้อดข้าว อดน้ำ ร้อนจนเกือบเป็นลมอยู่ในห้องท้ายบ้าน!”
แม่นิดหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง แต่ด้วยความถือดีและหยิ่งในศักดิ์ศรี เธอจึงแผดเสียงแก้ตัว “แล้วยังไง! นางนั่นมันให้เงินลูกสาวมันเอง จะมาทวงบุญคุณอะไรตอนนี้! ตอนนี้ฉันเป็นแม่ของแก ฉันอยู่ในบ้านหลังนี้ บ้านหลังนี้ก็คือบ้านของฉัน! สักวันมันก็ต้องตกเป็นมรดกของหลานๆ ฉัน ลูกของน็อตก็มีสิทธิ์เท่ากับลูกของแกนั่นแหละ!”
น็อตตาเป็นประกายเมื่อได้ยินแม่พูดเรื่องยกบ้านให้ลูกของตน เขาคิดฝันมาตลอดว่าจะได้บ้านเดี่ยวสองชั้นหลังนี้ไปครอบครองโดยไม่ต้องเหนื่อยแรงทำงาน
เมย์ยิ้มเยือกเย็น เธอไม่โต้เถียง ไม่ต่อปากต่อคำแม้แต่ประโยคเดียว เธอเพียงแค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความแจ้งเตือนจากนายหน้าว่า กระบวนการโอนกรรมสิทธิ์และการวางเงินมัดจำก้อนโตเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เช้าจะมีทีมงานเข้ามาดำเนินการขั้นต่อไป
“เอาล่ะค่ะ ในเมื่อแม่นิดคิดว่าบ้านหลังนี้เป็นของครอบครัวแม่ งั้นคืนนี้ก็ขอให้พักผ่อนให้สบายนะคะ” เมย์พูดจบก็พาแม่เพ็ญและน้องรันเดินขึ้นไปพักผ่อนบนห้องชั้นสอง ทิ้งให้แม่นิดกับน็อตยืนงุนงงกับท่าทีที่ไม่สะทกสะท้านของเธอ
คืนนั้น ทั้งคืน แม่นิดกับน็อตยังคงวางแผนฮุบบ้านอย่างลิงโลดใจ น็อตถึงกับโทรไปอวดแฟนสาวว่า อีกไม่นานจะได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ โดยหารู้ไม่ว่า พายุลูกใหญ่กำลังจะพัดถล่มความฝันลมๆ แล้งๆ ของพวกเขาในเช้าวันรุ่งขึ้น