ตอนที่ 3 (จบบริบูรณ์)
สายตาทุกคู่ของชาวบ้านหนองประดู่ยังคงจับจ้องไปที่เอกสารในแฟ้มหนังสีดำอย่างไม่กะพริบตา ความเงียบสงัดเข้าครอบงำจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่ตื่นเต้น
นายพลเปิดแฟ้มออกแล้วอ่านคำสั่งแต่งตั้งและปูนบำเหน็จเสียงดังก้อง
“ด้วยความดีความชอบอันเป็นแบบอย่างสูงสุด กองทัพบกขอแต่งตั้งให้ พันเอกพิเศษ ก้องภพ ภักดีดำรงค์ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษฝ่ายยุทธการความมั่นคง พร้อมรับเงินบำนาญเกียรติยศชั้นพิเศษ และที่ดินพระราชทานเพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล นอกจากนี้… กองทัพขออนุมัติงบประมาณพิเศษในการสร้างบ้านพักหลังใหม่และจัดทีมแพทย์ทหารผู้เชี่ยวชาญเข้ามารักษาฟื้นฟูสภาพร่างกายและบาดแผลของคุณอย่างเต็มกำลังนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
สิ้นเสียงประกาศ ทหารทุกนายในแถวกระทืบเท้าลงพื้นพร้อมกันเป็นเสียงเดียวเพื่อสดุดี เกียรติยศที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างท่วมท้นทำให้บรรยากาศรอบบริเวณเปี่ยมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม
ก้องภพรับแฟ้มเอกสารและกล่องเหรียญกล้าหาญมาประคองไว้ด้วยสองมือ เขาก้มลงมองเหรียญตราเหล่านั้นอย่างสงบนิ่ง สำหรับเขา เหรียญเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อโอ้อวดหรือเหยียบย่ำใคร แต่มันคือเครื่องเตือนใจถึงสหายร่วมรบหลายคนที่ไม่มีโอกาสได้กลับมาเห็นแสงตะวันเหมือนเขา
“ขอบพระคุณท่านนายพล และขอบพระคุณกองทัพครับ” ก้องภพตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่น “แต่สิ่งที่ผมต้องการที่สุดในตอนนี้ คือการได้อยู่ดูแลแม่ และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในบ้านเกิดของผมครับ”
นายพลยิ้มรับด้วยความเข้าใจ พลางตบลงบนบ่าที่แข็งแกร่งของชายหนุ่มเบาๆ “เธอสมควรได้รับความสงบสุขนั้นอย่างแท้จริง ก้องภพ… พักผ่อนให้เต็มที่ ประเทศชาตินี้ปลอดภัยได้เพราะมีคนอย่างเธอ”
หลังจากพูดคุยและสั่งการให้หน่วยเสนารักษ์จัดเตรียมแผนการตรวจสุขภาพให้นายทหารหนุ่มเสร็จสิ้น นายพลก็ทำความเคารพก้องภพอีกครั้ง ก่อนจะนำขบวนรถทหารเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านไป ทิ้งไว้เพียงฝุ่นสีแดงจางๆ และความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วชุมชน
เมื่อขบวนรถลับสายตาไป ชาวบ้านที่เคยยืนมุงดูอยู่ห่างๆ ต่างเริ่มขยับตัวด้วยความกระอักกระอ่วนใจ หลายคนหันไปมองหน้ากันเองด้วยความรู้สึกผิดที่เกาะกินในหัวใจ ข่าวลือที่พวกเขาสร้างขึ้น คำเยาะเย้ยถากถางที่เคยเปล่งออกมา บัดนี้กลายเป็นตราบาปที่ประทับอยู่บนหน้า