ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์): ล้างมลทินและชีวิตใหม่

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์): ล้างมลทินและชีวิตใหม่

เสียงเอะอะโวยวายดังทะลุขึ้นมาจากชั้นล่างของคฤหาสน์ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ที่กำลังก้าวขึ้นบันไดวนมายังห้องนอนใหญ่ ดาริกาสบตาผมด้วยความตระหนก แต่ผมบีบมือเธอไว้แน่น สัญชาตญาณของการเป็นผู้ปกป้องตื่นขึ้นในใจทันที

“ไม่ต้องกลัวครับคุณดาว ผมสัญญาไว้แล้วว่าจะปกป้องคุณ ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณเด็ดขาด”

ผมรีบหยิบวิกผมสีดอกเลาและชุดคลุมลูกไม้ส่งให้เธออย่างรวดเร็ว ดาริกาเข้าใจสถานการณ์ทันที เธอรีบสวมวิก ดึงผ้าคลุมหน้าลงมาปิดบังใบหน้า และนั่งลงบนเตียงในท่าทางของหญิงชราผู้สงบนิ่ง ขณะที่ผมยืนขวางอยู่หน้าประตูห้องอย่างมั่นคง

ปัง!

บานประตูไม้สักถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดสูทราคาแพงก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด ด้านหลังของเขามีชายฉกรรจ์ในชุดดำอีกสามคนยืนคุมเชิงอยู่ เขาคือ ‘นายดำรง’ ลูกชายคนโตของคุณหญิงดารินทร์ หรือลุงแท้ ๆ ของดาริกานั่นเอง

แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบยิ่งกว่านั้น คือคนที่เดินตามหลังนายดำรงเข้ามา…

แม่ของผม และพี่ชาย!

พวกเขายืนอยู่ตรงนั้น สวมเสื้อผ้าซอมซ่อ แววตาของพี่ชายเต็มไปด้วยความโลภและความริษยา ส่วนแม่ของผมมองสำรวจความหรูหราของห้องนอนด้วยความละโมบ

“ไอ้นนท์!” พี่ชายของผมตะโกนชี้หน้า “มึงคิดว่ามึงจะแอบมาเสวยสุขคนเดียวได้เหรอวะ?! ท่านดำรงไปบอกพวกกูหมดแล้ว ว่ามึงหลอกล่อคนแก่ให้เซ็นยกสมบัติให้มึงคนเดียว!”

แม่ของผมก้าวขึ้นมาข้างหน้า น้ำเสียงที่เคยตวาดไล่ผมเมื่อวันก่อน บัดนี้เปลี่ยนเป็นแสร้งทำเป็นตัดพ้อ “นนท์เอ๊ย… แม่เป็นคนคลอดแกออกมานะ แกได้ดีมีเงินทองเป็นร้อยล้านพันล้าน จะทิ้งแม่กับพี่แกให้อดตายได้ลงคอเหรอ? แบ่งเงินมาให้พวกเราเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นแม่จะแจ้งความว่าแกกักขังและปล้นทรัพย์คนแก่!”

ผมมองดูผู้หญิงที่ผมยอมสละแม้กระทั่งศักดิ์ศรีเพื่อหาเงินสามล้านมารักษาชีวิตเธอไว้ ความเจ็บปวดแล่นริ้วในอกจนกลายเป็นความด้านชา… ในวันที่ผมลำบากและยอมแลกทุกอย่างเพื่อแม่ เธอตัดผมทิ้งอย่างไม่ไยดี แต่ในวันที่คิดว่ามีเงิน เธอกลับวิ่งตามกลิ่นเงินมาพร้อมกับคนที่คิดจะทำลายผม

นายดำรงหัวเราะเยาะในลำคอพลางยกมือห้าม “ใจเย็น ๆ ก่อนสิสองแม่ลูก… ฉันพาสองคนนี้มาเป็นพยาน ว่าแกไอ้นนท์ หลอกลวงหญิงชราไร้สติสัมปชัญญะให้จดทะเบียนสมรส”

นายดำรงหันไปมองร่างบนเตียงแล้วแสยะยิ้ม “แม่ครับ… เลิกเล่นละครได้แล้ว เซ็นเอกสารสละมรดกและยกอำนาจบริหารให้ผมซะดี ๆ ไม่อย่างนั้น ผมคงต้องส่งไอ้ผัวเด็กหน้าเงินของแม่ไปนอนเล่นใต้ก้นเหวคืนนี้!”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง ก่อนที่ร่างบนเตียงจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เธอไม่ได้เดินงุ่มง่ามเหมือนคนแก่อีกต่อไป มือเรียวยกขึ้นดึงวิกผมและผ้าคลุมหน้าออก ทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นใบหน้าสวยสง่าที่แฝงไปด้วยความเย็นชา

นายดำรงเบิกตากว้างจนแทบถลน หน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี “ดะ… ดาริกา?! แก… แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?! แล้วแม่ล่ะ? แม่ไปไหน?!”

แม่และพี่ชายของผมถึงกับอ้าปากค้าง มองหญิงสาวแสนสวยสลับกับผมด้วยความงุนงงสุดขีด

“คุณย่าไม่อยู่ให้คุณลุงวางยาพิษอีกต่อไปแล้วค่ะ” ดาริกาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ “และคุณย่าก็รู้สันดานของคุณลุงดี ถึงได้เตรียมทุกอย่างไว้ล่วงหน้า!”

สิ้นเสียงของเธอ เสียงไซเรนรถตำรวจนับสิบคันก็ดังกระหึ่มก้องไปทั่วหุบเขา แสงไฟสีแดงน้ำเงินสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอน ทนายความอาวุโสประจำตระกูลพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธครบมือกรูกันเข้ามาในห้อง ล้อมนายดำรงและลูกน้องไว้ทุกทิศทาง

“คุณดำรง อัครเดชโภคิน” นายตำรวจหัวหน้าชุดประกาศกร้าว “คุณถูกจับกุมในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ยักยอกทรัพย์ และปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ นี่คือหมายจับครับ!”

นายดำรงทรุดฮวบลงกับพื้น ร้องโวยวายอย่างหมดสภาพขณะที่ถูกใส่กุญแจมือและลากตัวออกไป

แม่และพี่ชายของผมตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว พี่ชายรีบคลานเข้ามากอดขาผมไว้ “นนท์! นนท์น้องรัก! ช่วยพี่ด้วย! พี่ไม่รู้เรื่อง พี่โดนมันหลอกมา! แกมีเมียรวยขนาดนี้ แกต้องช่วยครอบครัวเรานะเว้ย!”

แม่ของผมร้องไห้โฮ พยายามจะเอื้อมมือมาจับแขนผม “นนท์ลูกแม่… แม่ผิดไปแล้ว ยกโทษให้แม่เถอะนะลูก พาแม่ไปอยู่บ้านหลังใหญ่ด้วยเถอะนะ…”

ผมก้มมองพวกเขาทั้งสองคนด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความรักและความผูกพันที่เคยมีถูกทำลายจนหมดสิ้นในคืนนี้ ผมค่อย ๆ ก้าวถอยหลัง ปลดมือของพี่ชายออกจากขากางเกงอย่างช้า ๆ

“เงินสามล้านที่คุณหญิงจ่ายเป็นค่าผ่าตัดหัวใจของแม่… ถือว่าผมได้ตอบแทนค่าน้ำนมและบุญคุณที่ให้กำเนิดผมมาจนหมดสิ้นแล้วครับ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท “ในวันที่ผมยอมขายศักดิ์ศรีเพื่อช่วยชีวิตแม่ แม่ด่าผมว่าหน้าเงินและตัดผมออกจากตระกูล แต่วันนี้… แม่กลับมาหาผมเพราะเงิน”

ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ “จากนี้ไป เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก อย่าติดต่อมา และอย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีกเลยครับ”

เจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวแม่และพี่ชายของผมออกไปจากคฤหาสน์ เสียงกรีดร้องและขอร้องของพวกเขาค่อย ๆ เงียบหายไปในความมืดมิด ทิ้งไว้เพียงความสงบสุขที่แท้จริง

เมื่อทุกคนจากไป ดาริกาเดินเข้ามายืนเคียงข้างผม เธอสอดประสานนิ้วมือของเธอกับมือของผมอย่างอ่อนโยน

“ขอบคุณนะนนท์ ที่ยืนหยัดอยู่ข้างฉัน” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น

“ขอบคุณคุณเหมือนกันครับคุณดาว ที่มองเห็นค่าในตัวผม”

หลังจากคืนนั้น ชีวิตของผมก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ดาริกาเข้ารับตำแหน่งประธานบริหารอาณาจักรธุรกิจของตระกูลตามพินัยกรรมอย่างถูกต้อง ส่วนผมได้เข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยเพื่อศึกษาด้านการบริหารธุรกิจ เพื่อที่จะได้เป็นกำลังสำคัญในการช่วยเธอดูแลกิจการตามสัญญา

เราเริ่มต้นความสัมพันธ์จากพันธะสัญญาและบุญคุณ แต่ด้วยความจริงใจ ความซื่อสัตย์ และความเข้าใจ มันได้ค่อย ๆ ถักทอแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้งและมั่นคง

คนทั้งโลกอาจจะเคยหัวเราะเยาะที่ผมแต่งงานกับหญิงชรา แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า… การตัดสินใจกตัญญูในวันนั้น ได้นำพาผมมาพบกับผู้หญิงที่สวยงามและแสนดีที่สุดในชีวิต และมอบชีวิตใหม่ที่ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *