Part 3: อวสานคนลวงโลกและการเริ่มต้นใหม่ (The End)

Part 3: อวสานคนลวงโลกและการเริ่มต้นใหม่ (The End)

จอโปรเจกเตอร์ยักษ์ยังคงฉายหลักฐานชิ้นต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เอกสารสเตทเมนต์การโอนเงินสิบห้าล้านบาทให้หมอเจ้าของไข้ ภาพถ่ายใบมรณบัตรปลอม สำเนาสัญญาซื้อขายบ้านที่ปลอมแปลงลายเซ็น และคลิปวิดีโอที่อัครินทร์กำลังอุ้มลูกชายเดินร่าเริงกลางห้างเมกาบางนา ปรากฏชัดเจนต่อหน้าสายตาของนักข่าวและแขกไฮโซนับร้อยคนที่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายทอดสดลงโซเชียลมีเดียทันที

— “ปิดมันเดี๋ยวนี้! ใครก็ได้ไปดึงปลั๊กออก!” คุณหญิงเกษรากรีดร้องจนเสียงหลง ลืมสิ้นภาพลักษณ์สตรีชั้นสูงที่สั่งสมมาทั้งชีวิต เธอสะดุดชายกระโปรงตัวเองจนล้มลงบนเวทีอย่างน่าเวทนา

อัครินทร์หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม พยายามวิ่งลงจากเวทีเพื่อพาหญิงคนรักและลูกหลานหลบหนี แต่ประตูบอลรูมบานใหญ่กลับถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอในเครื่องแบบเต็มยศกว่าสิบนาย

ฉันก้าวเดินตามหลังเจ้าหน้าที่เข้ามาในห้องบอลรูม ค่ำคืนนี้ฉันไม่ได้สวมชุดดำไว้ทุกข์อีกต่อไป ฉันสวมชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ สง่างาม ปราศจากคราบน้ำตา แววตาของฉันคมกริบและนิ่งสงบ

— “จะรีบไปไหนล่ะคะ… อัครินทร์?” ฉันเอ่ยผ่านไมโครโฟนไร้สายที่ถืออยู่ในมือ เสียงของฉันดังก้องกังวานสะกดคนทั้งห้อง

อัครินทร์ชะงักฝีเท้า หันกลับมามองฉันด้วยดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากของเขาสั่นระริก — “ริน… ริน ฟังผมก่อน มันไม่ใช่แบบที่คุณคิดนะ!” เขายังพยายามเล่นละคร ก้าวเข้ามาหาฉันเพื่อจะคว้ามือ “ผมจำเป็นต้องทำ… ผมมีเหตุผลทางธุรกิจ ผมทำเพื่อเรานะริน!“

— “เพียะ!“

ฝ่ามือของฉันฟาดลงบนใบหน้าของเขาอย่างแรงจนหน้าหัน เสียงตบดังก้องไปทั่วห้องบอลรูม — “ห้าปีที่ฉันร้องไห้หน้าหลุมศพว่างเปล่าของคุณ ห้าปีที่ฉันทำงานแทบกระอักเลือดเพื่อใช้หนี้ที่คุณก่อไว้ คุณยังกล้าพูดคำว่า ‘เพื่อเรา’ ออกมาอีกเหรอ?” ฉันมองเขาด้วยสายตาขยะแขยงอย่างถึงที่สุด

คุณหญิงเกษราตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาชี้หน้าด่าฉันด้วยความบ้าคลั่ง — “นังริน! แกมันนังงูพิษ! แกกล้าดียังไงมาทำลายอนาคตของลูกชายฉัน ทำลายตระกูลพิชญเดชา! เงินพวกนั้นเป็นของพวกเรา แกมันก็แค่ผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า!”

— “เงินของพวกคุณงั้นเหรอคะ?” ทนายมลธิราเดินขึ้นมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ปปง. “คุณหญิงเกษราคะ ทรัพย์สินทั้งหมดที่คุณครอบครอง รวมถึงคอนโดมิเนียมแห่งนี้ เป็นเงินที่ได้จากการฉ้อโกง ฟอกเงิน และปลอมแปลงเอกสารสิทธิของนายแพทย์ประเสริฐ พ่อของคุณรินรดา ทาง ปปง. ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของพวกคุณเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วินาทีนี้ค่ะ”

เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินตรงเข้าประกบตัวอัครินทร์และคุณหญิงเกษราทันที เสียงคลิกของกุญแจมือเหล็กดังก้องขึ้นเมื่อพันธนาการเข้าที่ข้อมือของทั้งสองคน

— “นายอัครินทร์ พิชญเดชา คุณถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ปลอมแปลงเอกสารราชการ แจ้งความเท็จเพื่อหลบหนีคดี และฟอกเงิน… ส่วนคุณหญิงเกษรา คุณถูกจับกุมในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนและร่วมกันฟอกเงินครับ” เจ้าหน้าที่ประกาศข้อหาอย่างเฉียบขาด

วิลาสินีทรุดตัวลงนั่งร้องไห้โฮอยู่กับพื้น กอดลูกชายตัวน้อยไว้แน่น เธอรู้ดีว่าความฝันที่จะได้เป็นคุณนายไฮโซพังทลายลงในพริบตา ข้าวของแบรนด์เนม รถหรู และคฤหาสน์ที่เธอเคยภูมิใจจะถูกยึดทรัพย์จนไม่เหลือแม้แต่อย่างเดียว

อัครินทร์มองฉันด้วยแววตาอ้อนวอน เขาทรุดเข่าลงกับพื้นทั้งที่ถูกใส่กุญแจมือ — “ริน… ผมขอโทษ ยกโทษให้ผมเถอะนะริน นึกถึงวันเวลาสิบหกปีที่เราเคยรักกันเถอะ อย่าส่งผมเข้าคุกเลย!“

ฉันก้มลงมองผู้ชายที่ฉันเคยรักสุดหัวใจ ผู้ชายที่ฉันเคยมอบชีวิตให้ ช่างดูน่าสมเพชและไร้ค่าเหลือเกิน — “สิบหกปีที่คุณพูดถึง มันตายไปพร้อมกับคำโกหกของคุณตั้งแต่วันนั้นแล้วค่ะอัครินทร์… คนที่ฉันเคยรักเขาตายไปในห้องไอซียูเมื่อห้าปีก่อนจริงๆ ส่วนคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ เป็นแค่อาชญากรที่ต้องชดใช้กรรมในคุก”

ตำรวจลากตัวอัครินทร์และคุณหญิงเกษราออกไปจากห้องบอลรูมท่ามกลางแสงแฟลชของสื่อมวลชนที่กระหน่ำถ่ายภาพอย่างบ้าคลั่ง ข่าวการจัดฉากแกล้งตายของไฮโซตระกูลดังกลายเป็นข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งที่สร้างความสะเทือนขวัญไปทั่วประเทศ

หกเดือนต่อมา…

กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด อัครินทร์ถูกตัดสินจำคุกยี่สิบห้าปีโดยไม่รอลงอาญา คุณหญิงเกษราถูกตัดสินจำคุกสิบห้าปี แพทย์ผู้ร่วมขบวนการถูกยึดใบประกอบวิชาชีพและจำคุกสิบสองปี ส่วนทรัพย์สินทั้งหมด รวมถึงบ้านทาวน์โฮมของพ่อฉัน เงินประกัน และเงินที่ถูกยักยอกไป ศาลมีคำสั่งให้คืนแก่ฉันทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยชดเชย

เช้าวันอาทิตย์ที่อากาศสดใส ฉันเดินทางกลับไปยังสุสานที่สระบุรีอีกครั้ง ฉันไม่ได้นำดอกไม้สดมาวางที่หลุมศพนั้นอีกต่อไป

คนงานของสุสานกำลังใช้ค้อนปอนด์และเครื่องมือกะเทาะแผ่นหินอ่อนสลักชื่อ ‘อัครินทร์ พิชญเดชา’ ออกจากแท่นปูนจนแตกละเอียดเป็นชิ้นๆ หลุมศพว่างเปล่าที่เคยเป็นดั่งโซ่ตรวนพันธนาการหัวใจของฉัน บัดนี้ได้ถูกทุบทิ้งจนราบเป็นหน้ากลอง

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก รับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า แสงแดดอุ่นๆ สาดส่องลงมากระทบใบหน้า

ห้าปีแห่งน้ำตา ห้าปีแห่งความโง่เขลา และสิบหกปีแห่งภาพลวงตาได้จบสิ้นลงแล้วอย่างสมบูรณ์ ไม่มีหนี้สินที่ต้องแบกรับ ไม่มีเงาของคนทรยศคอยหลอกหลอนอีกต่อไป

Leave a Comment