ตอนที่ 3 (จบบริบูรณ์)

ตอนที่ 3 (จบบริบูรณ์)

ความโกลาหลภายในบ้านไม้สองชั้นยุติลงในชั่วพริบตา เมื่อเผชิญหน้ากับปากกระบอกปืนและตราสัญลักษณ์ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พี่กานต์ที่เคยแสดงอำนาจบาตรใหญ่ถึงกับทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้น มือที่เปื้อนเลือดยกขึ้นเหนือศีรษะตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ ส่วนแม่สามีทิ้งท่อนไม้กวาดลงพื้นแล้วร้องไห้โฮ พยายามแกล้งเป็นลมล้มพับเพื่อหนีความผิด แพรวที่เพิ่งวิ่งไปคว้าปืนลูกซองยาวของพ่อมาจากห้องนอน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าชาร์จตัวและกดลงกับพื้นหน้าประตูห้องในทันที

“ทุกคนอยู่นิ่งๆ! คุณตกเป็นผู้ต้องหาในคดีพยายามฆ่า กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย และฉ้อโกงทรัพย์!” เสียงสารวัตรหนุ่มประกาศกร้าวพลางเข้าใส่กุญแจมือพี่กานต์อย่างรวดเร็ว

ฉันไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป รีบโผเข้ากอดแม่สายหยุดที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง “แม่… ปลอดภัยแล้วนะแม่ รินทร์อยู่ตรงนี้แล้ว พวกมันทำอะไรแม่ไม่ได้อีกแล้ว…”

น้ำตาของแม่อุ่นวาบเมื่อหยดลงบนหลังมือของฉัน แม่ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ยกมือขึ้นลูบแก้มฉันอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากที่แห้งแตกขยับเอ่ยคำพูดที่ฉันรอคอยมานานถึงสามปี “ลูกแม่… กลับมาจริงๆ ด้วย… แม่คิดว่าจะไม่ได้เจอลูกอีกแล้ว…”

เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำเปลพยาบาลขึ้นมาบนห้อง พวกเขาค่อยๆ ประคองร่างอันผอมโซของแม่ขึ้นเปลเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ขณะที่ตำรวจกำลังควบคุมตัวพี่กานต์เดินผ่านหน้าฉัน เขากลับเงยหน้าขึ้นมาด้วยสายตาเว้าวอน น้ำตาไหลพรากอย่างน่าสมเพช

“รินทร์… พี่ขอโทษ พี่หน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ ยกโทษให้พี่เถอะนะรินทร์! เราเป็นผัวเมียกันนะ เห็นแก่ความรักของเราสามปีที่ผ่านมาเถอะ!”

ฉันจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชาจนถึงขั้วหัวใจ ความรัก ความภักดี และความไว้ใจที่ฉันเคยมอบให้ผู้ชายคนนี้ ถูกเผาทำลายจนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปตั้งแต่ที่ฉันเห็นแม่ถูกล่ามไว้กับเตียงแล้ว

“ความรักเหรอ?” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด “คนที่วางแผนเตรียมเงินซื้อโลงศพให้เมียตัวเอง ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำว่ารัก… เก็บคำขอโทษของแกไปพูดในคุกเถอะ!”

ฉันเดินตามขบวนเปลพยาบาลลงมาข้างล่าง ทนายความของฉันเดินเข้ามาสมทบพร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมดในมือ

“คุณรินทร์ครับ ไม่ต้องเป็นห่วงเลยนะครับ” ทนายความกล่าวอย่างมั่นใจ “หลักฐานจากการถ่ายทอดสดผ่านกล้องจิ๋ว สัญญาประกันชีวิตที่มีเจตนาอำพราง เอกสารปลอมแปลงใบรับรองแพทย์ รวมถึงสลิปการเงินตลอดสามปีที่เราเตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนคุณลงเครื่องบิน มัดตัวพวกเขาทุกคนจนดิ้นไม่หลุด โทษพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนร่วมกับการกักขังหน่วงเหนี่ยว โทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตครับ ส่วนทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งรถกระบะป้ายแดง ทองคำ และเงินในบัญชี ทางเราจะยื่นขออายัดเพื่อฟ้องแพ่งเรียกคืนทั้งหมดทุกบาททุกสตางค์”

ฉันหันไปมองแม่สามีที่กำลังถูกตำรวจคุมตัวขึ้นรถตู้ ฉันเดินเข้าไปหาเธอแล้วกระชากสร้อยทองโบราณพร้อมพระเลี่ยมทองของยายทวดออกจากคอของเธออย่างไม่ปรานี

“ของของครอบครัวฉัน… มึงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้อง!” ฉันพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินหันหลังออกมา โดยไม่แม้แต่จะมองดูหยดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดจอมปลอมของพวกเขาสักนิดเดียว

สามเดือนผ่านไป…

ชีวิตของฉันและแม่เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในบ้านสวนหลังเล็กๆ ที่แสนอบอุ่นในจังหวัดบ้านเกิดของแม่ แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านระเบียงไม้ ลมพัดพากลิ่นหอมของดอกแก้วและต้นมะลิลอยมาจางๆ

อาการของแม่สายหยุดดีขึ้นตามลำดับ หลังจากได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้รับสารอาหารที่ถูกต้อง และการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อขาที่เคยลีบแบนเริ่มกลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง วันนี้ แม่สามารถใช้เครื่องช่วยพยุงก้าวเดินช้าๆ ออกมารับลมที่หน้าบ้านได้ด้วยตัวเอง

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตัดสินโทษจำคุกพี่กานต์ตลอดชีวิตในข้อหาพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและฉ้อโกง ส่วนแม่สามีและแพรวถูกตัดสินจำคุกคนละยี่สิบห้าปีในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด ทรัพย์สินทั้งหมดของพวกมันถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาดเพื่อชดใช้ค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาลให้แก่ครอบครัวของฉันจนหมดสิ้น อนาคตของพวกเขามืดมนอยู่ในห้องขังอันคับแคบ ชดใช้กรรมที่เคยก่อไว้อย่างสาสม

ฉันยกถ้วยข้าวต้มปลาอุ่นๆ มาวางบนโต๊ะริมระเบียง แม่ส่งยิ้มอ่อนโยนที่เปี่ยมไปด้วยความสุขจริงๆ มาให้ รอยยิ้มที่ไม่ใช่ภาพถ่ายหลอกลวงที่ส่งมาจากกาตาร์อีกต่อไป

“วันนี้ข้าวต้มอร่อยมากนะลูก” แม่พูดพลางเอื้อมมือมาลูบผมของฉันเบาๆ

“ถ้าแม่ชอบ รินทร์จะทำให้แม่กินทุกวันเลยค่ะ” ฉันยิ้มตอบ พลางจับมือแม่มากุมไว้แนบอก

เงินทองมากมายที่ฉันเคยดิ้นรนหามาจากต่างแดน ไม่อาจเทียบค่าได้กับลมหายใจและรอยยิ้มของแม่ในเวลานี้เลยแม้แต่น้อย ฝันร้ายตลอดสามปีที่ผ่านมาได้ผ่านพ้นไปแล้ว จากนี้ไป… จะไม่มีสิ่งใดพรากเราสองคนแม่ลูกออกจากกันได้อีกตลอดกาล.

Leave a Comment