Part 3 (End): ตราบาป ผลกรรม และการเริ่มต้นใหม่
หลังจากเช้าวันนั้น อาร์ตไม่ยอมปล่อยเวลาให้สูญเปล่าแม้แต่วินาทีเดียว เขาลางานกะทันหันและรีบพาฉันกับน้องนนท์ขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลเอกชนในตัวเมืองทันที
ผลการตรวจร่างกายของฉันทำให้คุณหมอถึงกับส่ายหน้าด้วยความตกใจ ร่างกายของฉันขาดสารอาหารขั้นรุนแรง มีภาวะโลหิตจาง แผลผ่าตัดด้านในเกิดการอักเสบเรื้อรังเนื่องจากไม่ได้รับการพักผ่อนที่ถูกต้อง และที่เลวร้ายที่สุดคือ ในกระแสเลือดมีสารตกค้างจากยานอนหลับและสารกดฮอร์โมนโปรแลกตินจริงตามที่ฉันสงสัย คุณหมอบอกว่าหากได้รับยาต่อเนื่องไปอีกเพียงหนึ่งเดือน ฉันอาจเกิดภาวะตับวายหรือไตวายเฉียบพลันได้ ส่วนน้องนนท์ แม้จะปลอดภัยดี แต่ก็มีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานไปมาก
อาร์ตกำใบรับรองแพทย์และผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ไว้แน่น ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความลังเลใจอีกต่อไป
“พี่จะแจ้งความดำเนินคดีครับมินทร์” อาร์ตบอกกับฉันขณะที่ฉันนอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาล
“อาร์ต… แต่นั่นแม่แท้ๆ ของพี่นะ” ฉันเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วงจิตใจของเขา
“แม่ที่พยายามฆ่าเมียของลูก และคิดจะขโมยหลานไปขายให้คนอื่น ไม่สมควรได้รับการละเว้นครับ” อาร์ตตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถ้าเราปล่อยไป แม่จะไม่เคยเรียนรู้ความผิด และสักวันหนึ่ง แม่ก็จะกลับมาทำร้ายเราอีก พี่ต้องปกป้องครอบครัวของพี่”
ในเย็นวันนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยหมายเรียกได้เดินทางไปยังบ้านพักเพื่อเชิญตัวแม่สมศรีไปสอบสวน ในตอนแรก แม่สมศรียังคงส่งเสียงโวยวาย อ้างสิทธิ์ความเป็นแม่ และขู่จะตัดขาดแม่ลูกกับอาร์ตต่อหน้าเพื่อนบ้านจนเกิดความวุ่นวายไปทั่วทั้งซอย แต่เมื่อตำรวจแสดงหลักฐาน ทั้งขวดยาที่มีลายนิ้วมือของเธอ ผลตรวจสารเคมีในร่างกายของฉัน บันทึกกล้องวงจรปิดหน้าร้านขายยาที่เธอไปแอบซื้อยานอนหลับ และข้อความแชตในโทรศัพท์ที่เธอเสนอจะพาน้องนนท์ไปให้คุณนายแพรว แลกกับเงินมัดจำก้อนแรกจำนวนสองแสนบาท
เมื่อจำนนต่อหลักฐานที่มัดตัวแน่นหนา แม่สมศรีก็ทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้คร่ำครวญและพยายามโทรหาอาร์ตเพื่อให้ช่วยถอนแจ้งความ แต่อาร์ตปิดโทรศัพท์มือถือและปฏิเสธที่จะพูดคุยเป็นการส่วนตัว ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกระบวนการของกฎหมาย
ทางด้านคุณนายแพรว เมื่อทราบข่าวว่าเรื่องราวบานปลายถึงขั้นมีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง และมีหลักฐานแชตการติดต่อซื้อขายเด็ก เธอก็รีบตัดความสัมพันธ์กับแม่สมศรีทันที พร้อมกับส่งทนายความมาชี้แจงว่าตนเองไม่มีเจตนาจะซื้อเด็ก เพียงแต่แม่สมศรีเป็นฝ่ายมาเสนอความช่วยเหลือเรื่องการเงินเอง ทำให้แม่สมศรีถูกทิ้งให้เผชิญหน้ากับคดีความเพียงลำพัง ไร้ซึ่งเงินทอง ไร้ซึ่งคนคอยช่วยเหลืออย่างที่เธอเคยฝันหวานไว้
เนื่องจากอาร์ตไม่ยอมความ และหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นการวางยาเพื่อประทุษร้ายต่อร่างกายและพยายามพรากผู้เยาว์ ศาลจึงตัดสินลงโทษแม่สมศรี แม้จะได้รับการลดหย่อนโทษเนื่องจากเป็นผู้สูงอายุและกระทำความผิดครั้งแรก แต่เธอก็ต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลาสองปีโดยไม่รอลงอาญา
ในวันที่ศาลอ่านคำพิพากษา แม่สมศรีในชุดนักโทษหันมามองอาร์ตด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและสำนึกผิด เธอพยายามจะเอื้อมมือมาจับชายเสื้อของลูกชาย
“อาร์ต… แม่ขอโทษ ยกโทษให้แม่เถอะนะลูก อย่าทิ้งแม่ไปแบบนี้…”
อาร์ตมองดูหญิงชราตรงหน้าด้วยสายตาที่สงบนิ่ง เขายกมือไหว้แม่เป็นครั้งสุดท้าย “ผมอโหสิกรรมให้แม่ในทุกเรื่องครับ แต่ผมไม่สามารถให้แม่อยู่ในชีวิตของครอบครัวผมได้อีกต่อไป ขอให้แม่ใช้เวลาในนั้นชดใช้กรรมและทบทวนสิ่งที่ทำลงไปนะครับ”
หลังจากเหตุการณ์เลวร้ายผ่านพ้นไป อาร์ตตัดสินใจขายบ้านหลังเดิมที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวด แล้วนำเงินไปซื้อบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบและอากาศบริสุทธิ์ เพื่อให้ฉันและลูกได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างแท้จริง
เวลาผ่านไปหนึ่งปีเต็ม…
ร่างกายของฉันฟื้นฟูจนกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ แผลผ่าตัดหายสนิท แก้มของฉันกลับมามีเลือดฝาด และที่สำคัญที่สุด รอยยิ้มที่เคยหายไปได้กลับคืนมาสู่วันคืนของเราอีกครั้ง น้องนนท์เติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยขวบเศษที่ร่าเริงแจ่มใส แก้มยุ้ยน่ารัก และเริ่มหัดเดินเตาะแตะไปทั่วสนามหญ้าหน้าบ้าน
ทุกเช้า อาร์ตยังคงตื่นขึ้นมาทำอาหารให้ฉันและลูกด้วยตัวเองเสมอ แต่คราวนี้ ไม่มีใครมาคอยแย่งชามซุปไปเททิ้ง ไม่มีคำด่าทอเหยียดหยาม และไม่มีความหวาดกลัวซ่อนอยู่ใต้หมอนอีกต่อไป
“มินทร์ ดูสิ น้องนนท์เดินมาหาพ่อได้ตั้งห้าก้าวแล้ว!” อาร์ตร้องบอกด้วยความดีใจขณะประคองลูกชายตัวน้อยไว้ในอ้อมอก แววตาของเขาเปล่งประกายด้วยความสุขที่แท้จริง
ฉันเดินเข้าไปสวมกอดคนทั้งสองจากด้านหลัง กลิ่นไอแดดยามเช้าและเสียงหัวเราะของลูกทำให้ฉันรู้ว่า นรกอันยาวนานสามเดือนนั้นได้จบลงไปแล้วจริงๆ ความรัก ความเข้าใจ และความหนักแน่นของสามีที่ไม่ยอมให้ความผูกพันที่ผิดทางมาทำลายความถูกต้อง ได้กลายเป็นเกราะคุ้มกันที่สร้างบ้านหลังใหม่ที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดให้กับเราสามคนพ่อแม่ลูกตลอดไป.