ตอนที่ 2 (Part 2): เลือดตาแทบกระเด็น กับบทเรียนชีวิต 30 ปี
หลังจากที่สมชายทิ้งเงินไว้เพียงความว่างเปล่าและความสิ้นหวัง มะลิต้องนั่งกอดลูกแฝดทั้ง 5 คนร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตาจะไหล ทารกทั้งห้าคน—ตั้งชื่อตามลำดับว่า ดิน, น้ำ, ลม, ฟ้า และ ขวัญ ต่างส่งเสียงร้องด้วยความหิวโหย ร่างกายของมะลิซูบผอมจนแทบไม่มีน้ำนมให้ลูกกิน ในคืนที่พายุฝนกระหน่ำจนหลังคาจากรั่ว มะลิต้องใช้กะละมังใบเก่ารองน้ำฝนพลางใช้ตัวของเธอเองนอนบังละอองฝนให้ลูกๆ บนแคร่ไม้ไผ่
ในสายตาของชาวบ้าน หลายคนแนะนำให้เธอยกเด็กบางคนให้สถานสงเคราะห์หรือคนรวยไปเลี้ยง เพราะผู้หญิงตัวคนเดียวไม่มีทางเลี้ยงเด็กพร้อมกัน 5 คนให้รอดได้ แต่คำตอบของมะลิมีเพียงคำเดียวคือ “ไม่” เธอยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ยอมพรากลูกออกจากอกเด็ดขาด มะลิเริ่มทำงานทุกอย่างที่ขวางหน้า ตั้งแต่ตีสี่เธอต้องตื่นมาหุงข้าวต้ม นำน้ำต้มข้าวผสมเกลือและน้ำตาลเล็กน้อยป้อนลูกประทังความหิว จากนั้นอุ้มลูกใส่กระเตงสองคน อีกสามคนให้นอนในรถเข็นผักเก่าๆ ที่เพื่อนบ้านใจดียกให้ แล้วเข็นไปรับจ้างดายหญ้า ดำนา และเก็บผักบุ้งตามหนองน้ำไปขายที่ตลาด
ชีวิตเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความอดมื้อกินมื้อ บ่อยครั้งที่มะลิต้องดื่มเพียงน้ำเปล่าเพื่อให้ลูกๆ ได้กินข้าวต้มจนอิ่ม มีอยู่วันหนึ่งที่น้องคนสุดท้องคือขวัญ ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ตัวร้อนจนชัก มะลิไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว เธอวิ่งอุ้มลูกตากฝนข้ามทุ่งนาหลายกิโลเมตรไปที่อนามัย คุกเข่ากราบหมอเพื่อขอให้ช่วยชีวิตลูก ความรักและความเสียสละอย่างสุดหัวใจของแม่คนนี้กลายเป็นภาพที่ฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกของลูกๆ ทั้ง 5 คนตั้งแต่จำความได้
เมื่อเด็กๆ เริ่มโตพอรู้ความ พวกเขากลายเป็นเด็กที่รู้คุณคนอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่มีใครร้องไห้งอแงอยากได้ของเล่นเหมือนเด็กคนอื่น พี่ใหญ่อย่างดินและน้ำคอยช่วยแม่ทำงานบ้าน ดูแลน้องๆ ส่วนลม ฟ้า และขวัญ ช่วยกันพับถุงกระดาษและเก็บขวดพลาสติกขายหลังเลิกเรียน เด็กทั้งห้าเรียนเก่งมาก ได้รับทุนการศึกษาเรียนฟรีมาโดยตลอด และสัญญากันว่าจะต้องประสบความสำเร็จเพื่อทำให้แม่มีความสุข สบายใจ และไม่ต้องลำบากอีกต่อไป
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของสมชายที่หนีเข้ากรุงเทพฯ… ในช่วงแรกเขาคิดว่าตัวเองตัดสินใจถูกต้อง เขาใช้ชีวิตเสเพล ทำงานเป็นผู้รับเหมา ได้เงินมาก็เที่ยวเตร่ เล่นการพนัน และคบหาผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า เขาสร้างครอบครัวใหม่กับหญิงสาวในเมืองหลวงและมีลูกใหม่ด้วยกัน แต่กฎแห่งกรรมเริ่มทำงาน เมื่ออายุมากขึ้น ธุรกิจรับเหมาของเขาถูกโกงจนล้มละลาย ครอบครัวใหม่เมื่อเห็นว่าเขาหมดตัวก็พากันขนของหนี ทอดทิ้งเขาไปอย่างไม่ใยดี
สมชายเริ่มติดเหล้าเรื้อรัง ร่างกายทรุดโทรมลงเรื่อยๆ ถูกโรครุมเร้า ทั้งเบาหวาน ความดัน และโรคไต เมื่อเวลาผ่านไปถึง 30 ปี สมชายกลายเป็นเพียงชายชราวัยใกล้ 60 ปีที่ไร้บ้าน ไร้เงิน และไม่มีใครเหลียวแล ต้องอาศัยนอนตามใต้สะพานลอยและวัด คืนหนึ่งขณะที่เขานั่งดูโทรทัศน์เก่าๆ ในร้านขายของชำ เขาก็เห็นข่าวใหญ่ระดับประเทศเกี่ยวกับกลุ่มนักธุรกิจและผู้ทรงอิทธิพลรุ่นใหม่ที่บริจาคเงินสร้างโรงพยาบาลและช่วยเหลือผู้ยากไร้ในภาคอีสาน
เมื่อสมชายเพ่งมองใบหน้าของคนในข่าว หัวใจของเขาก็กระตุกวูบ ภาพของเด็กหนุ่มสาว 5 คนที่ยืนอยู่เคียงข้างหญิงวัยกลางคนผู้สง่างามในชุดไทย… นั่นคือ มะลิ อดีตภรรยาที่เขาเคยทอดทิ้ง!
ประกายความโลภจุดวาบขึ้นในใจของสมชายทันที เขาจำได้แม่นยำว่านั่นคือลูกแฝดทั้ง 5 คนของเขา สมชายยิ้มกริ่มด้วยความละโมบ “กูคือพ่อของพวกมัน! สายเลือดยังไงก็ตัดไม่ขาด ถ้าไม่มีกู พวกมันจะเกิดมาได้ยังไง? ตอนนี้พวกมันรวยล้นฟ้า กูต้องกลับไปทวงสิทธิ์ ไปเรียกร้องเงินเลี้ยงดูให้สมกับความลำบาก!” สมชายรวบรวมเศษเงินที่ขอทานมาได้ ซื้อตั๋วรถไฟชั้นสามมุ่งหน้ากลับสู่บ้านเกิดทันที โดยไม่รู้เลยว่าชะตากรรมที่รอเขาอยู่นั้นจะทำให้ชีวิตของเขาต้องพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง