สามีตัวดีเปิดตัวเมียน้อยเป็น “หุ้นส่วนชีวิตคนใหม่” ต่อหน้าพนักงานกว่า 500 ชีวิต พร้อมสั่งไล่ฉันออกจากบริษัทอย่างไม่ไว้หน้า! ทว่าเพียง 10 นาทีต่อมา ประตูห้องจัดเลี้ยงก็ถูกผลักเปิดออก เมื่อประธานกรรมการบริหารปรากฏตัวขึ้นเพื่อเปิดเผยความจริงว่าใครกันแน่คือผู้ถือหุ้น 90% ตัวจริง จนทำให้พวกเขาทรุดลงคุกเข่าอ้อนวอนอย่างสิ้นท่า!

ภาค 2 (Part 2): การตลบหลังอันสาสมและอำนาจที่แท้จริง

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องบอลรูมราวกับเวลาถูกหยุดหมุน เสียงกระซิบกระซาบของพนักงานและนักข่าวเริ่มดังเซ็งแซ่ สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องที่ฉัน รินรดา ผู้หญิงที่ทุกคนรู้ดีว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของซีอีโอหนุ่มไฟแรง ทว่าบนเวที ภวัตกลับยืนโอบเอววิรินทร์อย่างแนบแน่น ทั้งสองส่งรอยยิ้มเยาะเย้ยลงมายังโต๊ะวีไอพีที่ฉันนั่งอยู่

วิรินทร์จับไมโครโฟนขึ้นมาพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย ปลายนิ้วกรีดกรายลูบไล้สร้อยเพชรน้ำงามที่คอของเธอ “ขอบคุณทุกท่านค่ะ และขอบคุณคุณภวัตที่มอบความไว้วางใจให้ฉัน ทั้งในฐานะรองประธานคนใหม่และคนรู้ใจ ส่วนใครบางคนที่หมดประโยชน์ เป็นแค่กาฝากเกาะความสำเร็จของสามีไปวันๆ ก็ควรจะรู้ตัวและถอยออกไปได้แล้วนะคะ อย่าให้ต้องใช้ความรุนแรงเลย”

ภวัตหัวเราะในลำคออย่างเหี้ยมเกรียม ก่อนจะชี้นิ้วตรงมาที่ฉัน “รินรดา! รปภ. อยู่ไหน! ลากผู้หญิงคนนี้ออกไปจากงานเดี๋ยวนี้! เธอไม่มีสิทธิ์อยู่ที่นี่อีกต่อไป พรุ่งนี้ฉันจะส่งทนายเอาใบหย่าไปให้เธอเซ็น แล้วไสหัวออกจากบ้านของฉันไปแต่ตัวซะ อย่าคิดว่าจะได้เงินจากฉันแม้แต่บาทเดียว!”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนเดินตรงเข้ามาหาฉัน แขกในงานบางคนเริ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพ บางคนส่ายหน้าด้วยความเวทนา แต่แทนที่ฉันจะร้องไห้ฟูมฟายหรือกรีดร้องอย่างคนบ้า ฉันกลับค่อยๆ ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างสงบนิ่ง ความเจ็บปวดที่เคยมีมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก

“คุณภวัตคะ… แน่ใจแล้วเหรอคะที่จะทำแบบนี้?” ฉันเอ่ยถามผ่านความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย

“หึ! คิดว่าฉันล้อเล่นงั้นเหรอ?” ภวัตตะคอกกลับอย่างหยิ่งยโส “บริษัทนี้คืออาณาจักรของฉัน ฉันคือซีอีโอ ฉันมีอำนาจเด็ดขาดที่สุดที่นี่ ใครจะขัดคำสั่งฉันได้!”

ปัง!

ทันใดนั้นเอง ประตูไม้โอ๊กบานยักษ์ของห้องบอลรูมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยเสียงอันดังกึกก้อง เสียงนั้นทรงพลังจนทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชะงักฝีเท้า ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำเข้มเกือบสิบคนเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะแยกออกเป็นสองฝั่งเพื่อเปิดทางให้ชายชราผู้ทรงอำนาจก้าวเข้ามา

ชายผู้นั้นคือ ท่านเจ้าสัวเกริกเกียรติ มหาเศรษฐีระดับประเทศและประธานกรรมการบริหาร (Chairman of the Board) สูงสุดของเครือธุรกิจยักษ์ใหญ่ ผู้ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในงานสังคมใดๆ มานานนับปี ด้านหลังของท่านคือนายทะเบียนตลาดหลักทรัพย์และทีมทนายความระดับหัวกะทิของเมืองไทย

ใบหน้าของภวัตถอดสีในทันที ความเย่อหยิ่งบนใบหน้ามลายหายไป เหลือเพียงความตื่นตระหนก เขารีบก้าวลงมาจากเวทีพลางก้มหัวแทบติดพื้น “ท่านประธานเกริกเกียรติ! ท่านให้เกียรติมาร่วมงานด้วยตัวเองหรือครับ ทำไมไม่บอกผมล่วงหน้า ผมจะได้จัดเตรียมการต้อนรับให้สมเกียรติ…“

ท่านเจ้าสัวเกริกเกียรติไม่แม้แต่จะมองหน้าภวัต สายตาอันเฉียบคมดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดลงที่วิรินทร์ซึ่งกำลังยืนตัวสั่นอยู่บนเวที

“ต้อนรับงั้นรึ?” น้ำเสียงของท่านเจ้าสัวทุ้มต่ำแต่ดังกังวานไปทั่วทั้งห้อง “ฉันไม่ได้มาเพื่อรับการต้อนรับจากคนเนรคุณอย่างแก ภวัต!“

“ทะ… ท่านประธาน หมายความว่ายังไงครับ?” ภวัตเหงื่อกาฬแตกพล่าน เริ่มพูดจาติดอ่าง

ท่านเจ้าสัวหันไปพยักหน้าให้หัวหน้าทีมทนายความ ชายวัยกลางคนก้าวออกไปข้างหน้าพร้อมเปิดแฟ้มเอกสารตราประทับทองคำ แล้วอ่านประกาศอย่างเป็นทางการผ่านไมโครโฟนสำรอง

“ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสูงสุด และตามเอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นของบริษัท มีคำสั่งเพิกถอน นายภวัต ออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) มีผลบังคับใช้ในทันที และขอประกาศระงับการแต่งตั้ง นางสาววิรินทร์ ในทุกตำแหน่ง พร้อมทั้งอายัดทรัพย์สิน บัญชีธนาคาร และบัตรเครดิตทั้งหมดที่ออกในนามบริษัท!”

“เป็นไปไม่ได้!” วิรินทร์กรีดร้องออกมาอย่างลืมตัว “ภวัตคือเจ้าของบริษัทนี้! เขาถือหุ้นทั้งหมด! พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาปลดเขา!”

“หุบปากของเธอซะ วิรินทร์!” ท่านเจ้าสัวตวาดลั่น “ภวัตถือหุ้นเพียงแค่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งเป็นหุ้นลมที่ได้ไปเพื่อการบริหารงาน ส่วนหุ้นอีกเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่แท้จริง ไม่เคยเป็นของมันตั้งแต่แรก!”

ความจริงที่ถูกเปิดเผยทำให้คนทั้งห้าร้อยคนในงานอ้าปากค้าง ผู้ถือหุ้นเก้าสิบเปอร์เซ็นต์คือใครกันแน่? ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง ท่านเจ้าสัวเกริกเกียรติก็หันหลังกลับ เดินตรงมายังโต๊ะวีไอพีที่ฉันนั่งอยู่ ชายชราผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศค่อยๆ โค้งคำนับให้ฉันอย่างนอบน้อมต่อหน้าธารกำนัล

“ขออภัยที่กระผมมาช้าครับ… คุณหนูรินรดา“

เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นราวกับฟ้าผ่ากลางห้องบอลรูม ภวัตเบิกตากว้างจนแทบถลน ขาทั้งสองข้างของเขาเริ่มไร้เรี่ยวแรงจนแทบยืนไม่อยู่

ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ปรายตามองอดีตสามีที่กำลังสั่นเทาด้วยความสมเพช “ภวัต… คุณคิดจริงๆ เหรอว่าเงินร้อยล้านที่คุณใช้สร้างบริษัทนี้ขึ้นมา เป็นเงินของคุณคนเดียว? ที่ดินสุขุมวิทที่คุณตาฉันทิ้งไว้ให้ ไม่ใช่แค่ที่ดินธรรมดา แต่ตระกูลของฉันคือผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทนี้มาโดยตลอด ฉันยอมถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อให้คุณเฉิดฉาย แต่คุณกลับใช้เงินของฉัน เลี้ยงดูเมียน้อย แล้วเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน!”

วิรินทร์หน้าซีดเผือด เอามือกุมสร้อยเพชรที่คอไว้แน่นด้วยความหวาดกลัว

“และสร้อยเพชรเส้นนั้น…” ฉันชี้ไปที่คอของวิรินทร์ “มันถูกซื้อด้วยบัตรเครดิตวงเงินพิเศษของบริษัท ซึ่งลงทะเบียนในชื่อของฉัน รปภ.! ปลดสร้อยเส้นนั้นออกมา แล้วลอกคราบความจอมปลอมของผู้หญิงคนนี้ออกไปจากงานของฉันเดี๋ยวนี้!”

Leave a Comment