เพราะความหิวโซ ชายตกงานแอบเนียนเข้างานแต่งเศรษฐี! แต่เมื่อถูกยื่นไมค์ให้พูดกลางงาน คำพูดของเขากลับทำให้เจ้าสาวหลั่งน้ำตา และสิ่งที่พ่อเจ้าสาวทำตามมาคือสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด!

ตอนที่ 2: บททดสอบในเงามืดและการเผชิญหน้า

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของกรุงเทพมหานครส่องกระทบกระจกตึกระฟ้าของ “วรโชติ โลจิสติกส์” บริษัทขนส่งและคลังสินค้ายักษ์ใหญ่ในเครือของเจ้าสัวเกริก กานต์ยืนอยู่หน้าตึกด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่วันนี้เป็นชุดเชิ้ตสีขาวเรียบๆ กางเกงสแล็กสีดำตัวใหม่ที่ซื้อมาจากเงินช่วยเหลือที่เจ้าสัวมอบให้เมื่อคืน เขากำนามบัตรสีทองในกระเป๋าเสื้อไว้แน่น มันไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นหนึ่ง แต่มันคือบัตรผ่านสู่ชีวิตใหม่ที่เขาไม่เคยฝันว่าจะได้รับ

ทันทีที่เขาก้าวเข้าสู่แผนกบุคคล ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ฝ่ายบุคคลไม่ได้ตั้งคำถามเรื่องช่องว่างในการทำงานของเขาเลยแม้แต่น้อย พวกเขาเพียงตรวจสอบประวัติการทำงานเดิมในฐานะอดีตหัวหน้าคลังสินค้าที่มีประสบการณ์กว่าแปดปี และใบประเมินผลการทำงานที่ยอดเยี่ยมจากบริษัทเก่า ก่อนจะพาเขาขึ้นไปยังคลังสินค้าหลักย่านบางนาในฐานะ “ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้า”

ทว่า โลกของความจริงไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ

ที่ศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ เสียงเครื่องจักรและรถโฟล์กลิฟต์ดังกระหึ่มไปทั่วอาณาบริเวณ กานต์ถูกแนะนำตัวให้รู้จักกับทีมงาน แต่สายตาที่มองตรงมายังเขากลับเต็มไปด้วยความเย็นชาและความแคลงใจ โดยเฉพาะสายตาของ เอกชัย ผู้จัดการคลังสินค้าคนปัจจุบัน ชายวัยสี่สิบต้นๆ ที่มีท่าทีแข็งกร้าวและวางอำนาจ

“เด็กเส้นของเจ้าสัวสินะ” เอกชัยเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่จงใจให้คนทั้งห้องได้ยิน ขณะที่กานต์ก้มศีรษะทำความเคารพ “ฉันไม่สนหรอกนะว่านายจะไปเลียแข้งเลียขาใครมาจากไหน หรือสร้างภาพอะไรไว้ แต่ที่นี่ทำงานด้วยหยาดเหงื่อและฝีมือ ถ้าคิดจะมาชุบมือเปิบ นั่งห้องแอร์กินเงินเดือนสบายๆ ขอบอกไว้ก่อนว่าคิดผิด ที่นี่ไม่มีที่ว่างให้คนไร้น้ำยา”

กานต์สูดหายใจเข้าลึก ไม่ได้ตอบโต้ด้วยอารมณ์ เขารู้ดีว่าตนเองเข้ามาด้วยวิธีที่แปลกประหลาด และการได้รับความไว้วางใจจากคนที่ทำงานมาก่อนย่อมต้องใช้เวลา “ผมเข้าใจครับคุณเอกชัย ผมไม่ได้มาเพื่อแย่งตำแหน่งใคร และไม่ได้มานั่งเฉยๆ มีงานอะไรให้ทำ เรียกใช้ผมได้เต็มที่เลยครับ”

เอกชัยแสยะยิ้มก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารหนาเตอะลงบนโต๊ะ “ดี งั้นเริ่มจากเช็กสต็อกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์นำเข้าล็อตใหญ่ในโกดังสี่ให้เสร็จก่อนห้าโมงเย็น สินค้าล็อตนี้ตัวเลขในระบบกับของจริงไม่เคยตรงกันมาสามเดือนแล้ว หาให้เจอว่ามันหายไปไหน ถ้าทำไม่ได้ ก็เก็บของกลับไปรายงานเจ้าสัวซะว่านายไม่มีปัญญา”

นั่นไม่ใช่แค่งานยาก แต่มันคือกับดัก โกดังสี่เป็นโกดังเก็บของมูลค่าสูงและมีปัญหาเรื้อรังที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง แต่กานต์ไม่ถอย เขาสวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสง คว้าคลิปบอร์ดและแท็บเล็ตเดินดิ่งเข้าไปในโกดังทันที ความรู้และสัญชาตญาณของการเป็นหัวหน้าคลังสินค้ากว่าแปดปีเริ่มทำงานอย่างแม่นยำ

ตลอดทั้งวัน กานต์ไม่ได้หยุดพักแม้แต่นาทีเดียว เขามุดเข้าออกตามชั้นวางสูงหลายเมตร ตรวจนับบาร์โค้ด ตรวจสอบรหัสตู้คอนเทนเนอร์ และเทียบกับใบสั่งปล่อยสินค้าอย่างละเอียด ยิ่งตรวจสอบลึกเท่าไร เขาก็ยิ่งสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง บันทึกสินค้าขาเข้ามีการประทับตราปลอมแปลง และมีรายการสินค้าจำนวนมากถูกตัดออกจากระบบโดยอ้างว่า “ชำรุดระหว่างขนส่ง” แต่กลับไม่มีซากสินค้าหรือเอกสารยืนยันจากบริษัทประกันภัย

ขณะที่กานต์กำลังก้มตรวจเช็กพาเลทสุดท้ายในมุมมืดของโกดัง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ชายฉกรรจ์สองคนในชุดคนงานเดินเข้ามาขนาบข้าง แววตาของพวกเขาดูไม่เป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด

“เฮ้ย หัวหน้าใหม่” หนึ่งในนั้นพูดเสียงห้วน “คนเก่าๆ เขาไม่มานั่งขุดคุ้ยเรื่องพวกนี้หรอกนะ ตรวจแค่ผ่านๆ ตาแล้วเซ็นปิดจ๊อบไปก็พอ จะได้อยู่ยาวๆ สบายๆ ไม่เจ็บตัว”

กานต์ยืนขึ้นเต็มความสูง เขาสบตากับคนงานทั้งสองคนโดยไม่แสดงความหวาดกลัว ความจนและความหิวโหยที่เขาเพิ่งผ่านมาสอนให้เขารู้ว่า ความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด แต่การทรยศต่อมโนธรรมและโอกาสที่คนอื่นหยิบยื่นให้นั้นน่ารังเกียจยิ่งกว่า

“ผมทำงานตามหน้าที่ครับ” กานต์ตอบเสียงเรียบ “อะไรที่ถูกต้องก็ต้องว่าไปตามถูก อะไรที่หายไป มันก็ต้องมีคำอธิบาย”

ชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาประชิดตัว ยกมือกดไหล่กานต์อย่างคุกคาม “คิดว่ามีเส้นใหญ่แล้วจะแน่เหรอวะ ที่นี่มันถิ่นของพวกกู ถ้าไม่อยากหัวแตกก่อนได้เงินเดือนแรก ก็หุบปากแล้วกลับไปนั่งในออฟฟิศซะ!”

ในวินาทีนั้นเอง กานต์รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดของระบบตัวเลข แต่มันคือขบวนการลักลอบขโมยสินค้าภายในคลัง และเอกชัย ผู้จัดการคลังสินค้า น่าจะมีส่วนพัวพันกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน

กานต์แกล้งทำเป็นยอมถอย เขาลดคลิปบอร์ดลงแล้วพยักหน้าช้าๆ “เข้าใจแล้วครับ ผมเพิ่งมาใหม่ ไม่อยากมีปัญหา”

พวกคนงานหัวเราะเยาะอย่างได้ใจก่อนจะเดินจากไป แต่สิ่งที่พวกมันไม่รู้คือ กานต์ใช้โทรศัพท์มือถือแอบบันทึกภาพบาร์โค้ดปลอมและเอกสารทุจริตทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว เขารู้ดีว่าการเปิดโปงเรื่องนี้ตรงๆ ในตอนนี้อาจทำให้เขาตกอยู่ในอันตราย และหลักฐานอาจถูกทำลายก่อนจะถึงมือผู้บริหาร

เวลาล่วงเลยไปจนถึงสองทุ่ม ท้องฟ้าภายนอกมืดสนิท พนักงานคนอื่นๆ ทยอยกลับบ้านกันหมดแล้ว เหลือเพียงกานต์ที่ยังคงนั่งรวบรวมไฟล์ข้อมูลอยู่ในออฟฟิศเงียบๆ ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ดับวูบลง พร้อมกับเสียงลูกบิดประตูด้านนอกที่ถูกล็อกอย่างแน่นหนา

กลิ่นควันไฟจางๆ เริ่มลอยเข้ามาตามช่องระบายอากาศ…

หัวใจของกานต์เต้นรัว พวกมันรู้ตัวแล้ว และกำลังคิดจะกำจัดหลักฐานไปพร้อมกับตัวเขา! ประตูทางออกหลักถูกปิดตาย ควันไฟเริ่มหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ กานต์รีบคว้าแฟ้มเอกสารและโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋า เขาใช้เสื้อเชิ้ตชุบน้ำที่เหลืออยู่ในขวดมาปิดจมูก แล้วมองหาทางรอด สายตาของเขาเหลือบไปเห็นหน้าต่างระบายอากาศบานเกล็ดบนผนังห้องเก็บของด้านหลัง

กานต์ปีนขึ้นไปบนตู้เอกสารเหล็ก ใช้เก้าอี้กระแทกบานเกล็ดจนแตกกระจาย เศษแก้วบาดแขนของเขาจนเลือดซึม แต่ความเจ็บปวดเทียบไม่ได้เลยกับสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด เขาดันตัวเองลอดผ่านช่องแคบๆ นั้นออกมาได้ทันท่วงทีก่อนที่ไฟจะลุกท่วมห้องทำงาน

เขาร่วงลงมากระแทกกับพื้นดินด้านนอก เสียงไซเรนรถดับเพลิงดังแว่วมาแต่ไกล กานต์กอดแฟ้มเอกสารไว้แน่นในอ้อมอก เขารอดตายมาได้หวุดหวิด แต่สงครามที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น