(ตอนที่ 2) : เช้าวันเชือดไก่ให้ลิงดู และความเดือดดาลหน้าประตูบ้าน
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอน ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งอย่างประหลาด มันเป็นการนอนหลับที่สนิทที่สุดในรอบหลายเดือน ราวกับว่าความกังวลและภาระทางใจที่เคยแบกไว้ได้ถูกปลดทิ้งไปจนหมดสิ้น ฉันยันตัวลุกขึ้น นั่งบิดขี้เกียจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะข้างเตียง
ฉันปลดล็อกหน้าจอแล้วกดปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode)
ทันทีที่สัญญาณเครือข่ายเชื่อมต่อสำเร็จ โทรศัพท์ในมือของฉันก็สั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง เสียงแจ้งเตือนจากสารพัดแอปพลิเคชันดังซ้อนทับกันจนแทบแยกไม่ออก หน้าจอกะพริบถี่รัวจนระบบเกือบจะค้าง ตัวเลขสายที่ไม่ได้รับ (Missed Calls) พุ่งทะยานขึ้นไปแตะที่ 183 สายอย่างรวดเร็ว มีข้อความจากไลน์กว่าสี่ร้อยข้อความ และการแจ้งเตือนจากเฟซบุ๊กนับพันรายการ
ฉันกวาดสายตามองรายชื่อที่โทรเข้ามามากที่สุด… ภัทรโทรมาถึง 96 สาย พิ้งค์โทรมาอีก 54 สาย คุณหญิงนวลจันทร์ซึ่งเป็นแม่สามีโทรมา 28 สาย และยังมีเบอร์แปลกๆ อีกจำนวนหนึ่ง ฉันเลื่อนเปิดดูแชตไลน์ของภัทร ข้อความของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสิ้นหวัง
‘เมย์! ลบโพสต์เดี๋ยวนี้! เธอทำบ้าอะไรลงไป รู้ไหมว่ามันพังหมดแล้ว!’
‘เมย์ รับสายผมเถอะ ขอร้องล่ะ เราคุยกันได้นะ มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด!’
‘พิ้งค์ร้องไห้จนจะเป็นลมแล้วนะเมย์ งานแต่งของเธอกำลังจะถูกยกเลิก เธอทำแบบนี้กับเพื่อนสนิทได้ยังไง!’
ส่วนแชตของพิ้งค์ ข้อความแรกๆ เต็มไปด้วยการขอโทษและอ้อนวอน แต่พอฉันไม่ตอบ เธอก็เริ่มพิมพ์ด่าทอด้วยความคลุ้มคลั่ง กล่าวหาว่าฉันใจดำและจงใจทำลายอนาคตของเธอ ฉันอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ช่างกล้าพูดคำว่า ‘ทำลาย’ ออกมาได้ ทั้งที่พวกเขาสองคนเป็นฝ่ายร่วมมือกันเอามีดกรีดหัวใจฉันก่อนแท้ๆ
ฉันเปิดเข้าไปดูโพสต์เฟซบุ๊กที่ฉันลงไว้เมื่อคืน ยอดกดไลก์ ยอดแชร์ และคอมเมนต์ทะลุไปหลายพัน มันกลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน เพื่อนร่วมรุ่นสมัยมัธยม ญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่าย รวมถึงเพื่อนร่วมงานในบริษัทของภัทรต่างพากันเข้ามารุมประณาม และที่เด็ดที่สุดคือ ในช่องคอมเมนต์มีข้อความสั้นๆ แต่ทรงพลังจากคุณกรณ์ ไฮโซหนุ่มว่าที่เจ้าบ่าวของพิ้งค์ เขาเข้ามาคอมเมนต์ใต้รูปนั้นเพียงคำเดียวว่า:
“ขอบคุณที่คุณเมย์ช่วยเปิดตาสว่างให้ผม งานแต่งงานในอีกสองเดือนข้างหน้าขอยกเลิกทุกกรณี และเตรียมรอรับหมายศาลเรียกค่าเสียหายได้เลย”
ทุกอย่างดำเนินไปตามหมากที่ฉันวางไว้ไม่มีผิดเพี้ยน
ปี๊น! ปี๊น! ปี๊น!!
เสียงบีบแตรรถยนต์ดังลั่นมาจากหน้าบ้าน ตามมาด้วยเสียงเบรกเอี๊ยดสนั่นถนน ฉันเดินไปแง้มม่านหน้าต่างชั้นสองดู ก็พบรถเบนซ์คันหรูของแม่สามีจอดขวางประตูรั้วอยู่ ประตูรถเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของ ‘คุณหญิงนวลจันทร์’ แม่ของภัทร เธอลงมาจากรถด้วยท่าทางเดือดดาล หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด
ปัง! ปัง! ปัง!
“นังเมย์! นังตัวดี! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! ออกมาคุยกับฉันให้รู้เรื่อง!” เสียงแหลมสูงของแม่สามีแผดก้องไปทั่วหมู่บ้าน จนเพื่อนบ้านหลายหลังเริ่มเปิดหน้าต่างและเดินออกมาชะโงกดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฉันยังคงนิ่งเฉย เดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้า แปรงฟัน หวีผม และสวมชุดลำลองอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินก้าวลงบันไดมาชั้นล่าง เดินตรงไปยังประตูรั้วหน้าบ้าน
เมื่อเห็นฉันเดินออกมา แม่สามีก็ยิ่งกำมือแน่น เขย่าประตูรั้วเหล็กดัดแทบพัง “แกยังมีหน้ามาเดินลอยชายอยู่อีกเหรอห๊ะ! แกทำอะไรลงไป รู้ไหมว่าแกกำลังทำลายอนาคตของตาภัทร! รีบลบโพสต์อัปรีย์นั่นออกเดี๋ยวนี้ แล้วโพสต์ขอโทษตาภัทรกับหนูพิ้งค์ซะ บอกทุกคนไปว่าแกเมา แกเข้าใจผิด!“
ฉันยืนมองผู้หญิงวัยกลางคนตรงหน้า ผู้หญิงที่ฉันคอยดูแล เอาอกเอาใจ ก้มหัวยอมให้ทุกอย่างตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แต่วันนี้ สายตาของฉันที่มองเธอเปลี่ยนไปแล้ว
“ทำไมหนูต้องลบด้วยคะคุณแม่?” ฉันถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในตาของเธอ “ภาพที่เห็นมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว ลูกชายคุณแม่กับเพื่อนรักของหนูไปนอนกกกันที่หัวหิน ทั้งที่บอกว่าไปสัมมนา หนูแค่โพสต์แสดงความยินดีกับความรักที่แอบซ่อนของพวกเขา มันผิดตรงไหนคะ?“
“แกมันนังงูพิษ!” คุณหญิงนวลจันทร์แผดเสียงชี้หน้าฉัน นิ้วของเธอสั่นระริก “ผู้ชายเขาก็แค่เผลอใจไปชั่วครั้งชั่วคราวตามประสาคนทำงานเครียด! แกเป็นเมีย แกต้องรู้จักอดทน รู้จักเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เพื่อรักษาหน้าตาวงศ์ตระกูล! หนูพิ้งค์เขาก็เป็นถึงลูกสาวอดีตนายพัน มีหน้ามีตาในสังคม ส่วนแกมันก็แค่ผู้หญิงธรรมดาที่ลูกชายฉันเมตตาแต่งงานด้วย! แกทำให้ตระกูลเราต้องอับอายขายหน้า ถ้าตาภัทรโดนไล่ออกจากงาน หรือถ้าหนูพิ้งค์คิดสั้น แกจะต้องรับผิดชอบ!“
คำพูดที่พ่นออกมาจากปากของแม่สามีไม่ได้ทำให้ฉันเจ็บปวดอีกต่อไป แต่มันกลับตอกย้ำให้ฉันเห็นว่าบ้านหลังนี้เน่าเฟะแค่ไหน ความเห็นแก่ตัวของแม่ลูกคู่นี้มันฝังลึกจนเกินเยียวยา
“ฟังให้ชัดๆ นะคะคุณนวลจันทร์” ฉันเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกเธออย่างชัดเจน ทำให้แม่สามีถึงกับชะงักตาค้าง “ลูกชายของคุณกับเพื่อนสนิทของฉันทำเรื่องระยำกันเอง คนที่ทำลายหน้าตาตระกูลคุณไม่ใช่ฉัน แต่เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณต่างหาก แล้วถ้าคิดว่าหนูจะยอมก้มหัวให้เหยียบย่ำเหมือนแต่ก่อน… คุณคิดผิดแล้วค่ะ”
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ชูหน้าจอที่มีหลักฐานการโอนเงิน คอนโดที่ใช้ชื่อร่วมกัน และแชตลับที่ฉันกู้คืนมาจากคอมพิวเตอร์ของภัทรให้เธอดูผ่านช่องรั้ว
“หนูจ้างนักสืบเอกชนและรวบรวมหลักฐานการนอกใจ การยักยอกเงินกงสีมาปรนเปรอชู้ไว้ครบหมดแล้ว และทนายความของหนูกำลังเดินทางไปยื่นฟ้องหย่า พร้อมฟ้องเรียกค่าทดแทนจากนังเพื่อนทรยศคนนั้นคนละสิบล้านบาท!“
“แก… แกกล้าดียังไง นังเมย์!” แม่สามีหน้าซีดเผือด ตัวสั่นด้วยความกลัวผสมความโกรธ
“และถ้าคุณยังไม่หยุดแหกปากโวยวายรบกวนเพื่อนบ้าน ฉันจะโทรแจ้งตำรวจมารวบตัวคุณข้อหาบุกรุกและสร้างความเดือดร้อนรำคาญทันที อ้อ… แล้วช่วยบอกลูกชายของคุณด้วยนะคะ ว่าอย่าเพิ่งรีบกลับมาจากหัวหิน เพราะของใช้ทุกชิ้นของเขา ฉันแพ็กลงถุงดำเตรียมโยนทิ้งไว้หน้าบ้านหมดแล้ว!“
ฉันหมุนตัวกลับหลังหัน เดินตรงเข้าบ้านโดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องด่าทอที่ดังไล่หลังมาแม้แต่น้อย ฉันปิดประตูดังปัง ล็อกกลอนแน่นหนา นี่มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของสงครามเท่านั้น และฉันจะทำให้พวกเขารู้ซึ้งว่า การเล่นกับความรู้สึกของผู้หญิงคนนี้… มันต้องแลกด้วยบทเรียนที่แพงที่สุดในชีวิต!