ภีมก้มลงมองสร้อยคอเพชรของแม่ในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืนผ่านกระจกบานใหญ่

PART 2 : ทายาทสายเลือดมังกร และการพิพากษาในคืนเดือนดับ “นายน้อยภีม… ในที่สุดกระผมก็พบท่านแล้ว!” ถ้อยคำนั้นดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถงกว้างใหญ่ราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจเด็กชายวัยสิบขวบ ภีมยืนเบิกตากว้าง ร่างกายที่หนาวสั่นจนชาด้านแข็งทื่อไปในทันที ชายสูงวัยตรงหน้า ผู้มีเรือนผมสีดอกเลาและสวมชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบราวมหาเศรษฐีชั้นสูง ไม่ได้เพียงแค่เอ่ยทักทายธรรมดา แต่เขากลับยอมคุกเข่าลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ สองมือที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายทศวรรษประคองมือน้อยๆ ที่เปรอะเปื้อนคราบโคลนของภีมไว้ด้วยความสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม หยาดน้ำตาเม็ดโป้งเอ่อล้นเบ้าตาของชายชรา ก่อนจะหยดแหมะลงบนหลังมือของเด็กชาย “คุณตา… รู้จักพ่อของผมด้วยเหรอครับ?” ภีมถามด้วยเสียงแหบแห้งที่สั่นเครือ ลำคอของเขาแห้งผากจนแทบจะเปล่งคำพูดไม่ออก เกริกเกียรติเงยหน้าขึ้น สบตากับดวงตากลมโตที่บวมช้ำของเด็กน้อย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปวดร้าวอย่างแสนสาหัส “รู้จักสิครับ… ท่านไม่ใช่แค่คนที่กระผมรู้จัก แต่ท่านประธานธนภัทร คือผู้มีพระคุณสูงสุดในชีวิตของกระผม และคือเจ้าชีวิตของทุกคนในตระกูลอัครเดชานันท์!” เกริกเกียรติลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนจะหันไปสั่งการแม่บ้านและบอดี้การ์ดร่างยักษ์นับสิบนายที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบห้องโถงด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดทรงอำนาจ “ป้าสมร! พานายน้อยไปที่ห้องนอนใหญ่ชั้นสอง เตรียมน้ำอุ่น ผสมเกลือสมุนไพร และนำชุดที่ดีที่สุดมาเปลี่ยนให้นายน้อยเดี๋ยวนี้!” “ตามทีมแพทย์ประจำตระกูลมาตรวจร่างกายอย่างละเอียด อย่าให้มีแม้แต่รอยขีดข่วนเดียวที่ถูกมองข้าม!” “และพวกแกทุกคน…” เกริกเกียรติตวัดสายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีไปยังหัวหน้าบอดี้การ์ด “สั่งการปิดทางเข้าออกคฤหาสน์ทุกจุด ส่งหน่วยลาดตระเวนติดอาวุธคุ้มกันพื้นที่รัศมีห้ากิโลเมตร… หากมีหนอนตัวไหนกล้าเข้ามารบกวนนายน้อย ให้เด็ดหัวมันทิ้งได้ทันที!” “ครับท่านเกริกเกียรติ!” เสียงขานรับหนักแน่นดังก้องไปทั่วคฤหาสน์ ภีมถูกประคองเข้าไปในห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ที่โอ่อ่าดั่งพระราชวัง น้ำอุ่นช่วยชำระล้างคราบโคลน กลิ่นเขม่าควันไฟจากเมรุเผาศพ และความหนาวเหน็บที่เกาะกุมหัวใจออกไปทีละน้อย บาดแผลฟกช้ำตามแขนและแผ่นหลังที่เกิดจากการถูกแม่เลี้ยงผลักตกบันได ถูกทีมแพทย์ทายาและดูแลอย่างอ่อนโยนที่สุด เด็กน้อยถูกจับแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีดำสั่งตัดพิเศษและกางเกงสแล็กพอดีตัว ผิวพรรณที่สะอาดสะอ้านเผยให้เห็นเค้าโครงใบหน้าคมคาย … Read more

[ครบชุด] หญิงที่ถูกเหยียดหยามและผลักตกบันได… ตัวตนที่แท้จริงทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยนไป

เสียงฟ้าร้องที่คำรามกึกก้องสะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ของคฤหาสน์หรู ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดราวกับเวลาถูกหยุดหมุนหลังจากหน้าจอมืดดับลง แสงไฟในห้องโถงกะพริบไหวชั่วครู่ก่อนจะกลับมาสว่างจ้า เผยให้เห็นภาพของชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีดำที่กำลังประคองร่างไร้สติของหญิงสาวในชุดเดรสสีเหลืองไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม นิ้วมือของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ขณะสัมผัสชีพจรที่แผ่วเบาตรงลำคอระหง ลมหายใจของเขาติดขัดด้วยความตื่นตระหนกและความกลัวที่จะต้องสูญเสียคนที่เขารักที่สุดไป แต่ในวินาทีถัดมา เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังจุดสูงสุดของบันไดหินอ่อน แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความอบอุ่นกลับแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงแห่งความเคียดแค้น เย็นเยียบ และไร้ซึ่งความปรานีใดๆ หญิงสาวในชุดเดรสสีเงินระยิบระยับยืนนิ่งอยู่บนยอดบันได ใบหน้าที่เคยเชิดหยิ่งและแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศบัดนี้ซีดเผือดจนไร้สีเลือด ริมฝีปากของเธอสั่นระริก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงขีดสุดเมื่อสบเข้ากับดวงตาดั่งปีศาจของเขา เธอพยายามจะก้าวถอยหลังเพื่อหลบหนีจากแรงกดดันมหาศาล แต่ปลายรองเท้าส้นสูงกลับสะดุดเข้ากับชายกระโปรงของตัวเองจนเซถอยไปชนเข้ากับเสาราวบันไดหินอ่อนอย่างน่าเวทนา แขกเหรื่อระดับสูงในชุดราตรีหรูหราที่ยืนรายล้อมต่างพากันถอยร่น เว้นระยะห่างออกจากบันไดโดยสัญชาตญาณ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากห้ามปราม เพราะทุกคนในวงสังคมต่างรู้ดีว่า โทสะของทายาทผู้ทรงอิทธิพลคนนี้คือสิ่งที่ไม่มีผู้ใดในโลกสามารถต้านทานได้ ชายหนุ่มไม่ได้รีบร้อน เขาส่งสัญญาณเสียงต่ำแต่เฉียบขาด บอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบนายที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมมืดต่างก้าวออกมาปิดล้อมทางเข้าออกทุกบานของคฤหาสน์ไว้แน่นหนา หน้าต่างและประตูบานยักษ์ถูกลงกลอนอย่างแน่นหนาราวกับกรงขัง เขาค่อยๆ พยุงร่างของหญิงสาวในชุดสีเหลืองขึ้นสู่อ้อมอกแนบแน่น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอที่กำลังจางหายไปยิ่งกระตุ้นให้เส้นประสาทของเขาตึงเครียดจนแทบระเบิด เขาก้าวเท้าขึ้นบันไดหินอ่อนทีละขั้นอย่างช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินดังกังวานเป็นจังหวะหนักแน่น ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่วันสิ้นโลกของตระกูลที่กล้าทำร้ายผู้หญิงของเขา เมื่อเขาเดินขึ้นมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาวในชุดสีเงิน ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าวกลับให้ความรู้สึกเหมือนห้วงอเวจีที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง หญิงสาวพยายามยกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาแห่งความหวาดหวั่นไหลพรากลงมาอาบแก้ม เธอพยายามเค้นเสียงเพื่อหาข้อแก้ตัว ละล่ำละลักบอกว่ามันเป็นเพียงอุบัติเหตุ เธอไม่ได้ตั้งใจ และเธอไม่คิดว่าหญิงสาวคนนั้นจะเสียหลักตกไปจริงๆ แต่คำพูดเหล่านั้นกลับไม่สามารถผ่านกำแพงความเย็นชาของเขาได้เลย ชายหนุ่มเพียงแค่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังมองดูซากสิ่งมีชีวิตที่ไร้ค่า เขาไม่ได้ลงมือทำร้ายร่างกาย ไม่ได้ตบตี หรือแม้แต่ตะคอกใส่เธอ แต่เสียงทุ้มต่ำที่เขาเปล่งออกมาผ่านฟันที่ขบแน่นนั้นกลับสร้างความเจ็บปวดและทรมานยิ่งกว่าการถูกมีดกรีด เขาประกาศิตต่อหน้าพยานทุกคนในงานว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป หุ้นทุกตัว เงินลงทุนทุกบาท และสัญญาทางธุรกิจทั้งหมดที่ตระกูลของเธอมีร่วมกับเครือบริษัทของเขาจะถูกยกเลิกและทำลายจนสิ้นซาก ชื่อเสียงและอำนาจที่บรรพบุรุษของเธอสั่งสมมานับหลายทศวรรษจะพังทลายลงภายในคืนเดียว … Read more